Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ 11 ก.ย.69 พูดคุยกับ คุณวรุต รุ่งขำ YLG

- Advertisement -

52

- Advertisement -

ทองคำเสี่ยงร่วงต่อทดสอบ 4,200 ดอลลาร์ YLG ชี้คืนนี้จับตา CPI จะออกมาคาดหรือไม่ ผวา FED – BOJ ประสานเสียงขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก จนทรุดตัวลงแตะแนว 4,300 ดอลลาร์ ภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐฯ ที่สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในคืนนี้ทั่วโลกจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคม ซึ่งอาจกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ตอกย้ำว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์หน้า

คุณวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า

ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก โดยตลาดคาดการณ์ตัวเลข CPI สหรัฐฯ ไว้ที่ระดับประมาณ 3.4% แม้จะว่าทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่เนื่องจากระดับดังกล่าวเป็นระดับที่ ประธานเฟด เคยระบุไว้ชัดเจนว่ายังคงสูงเกินกว่าที่เฟดจะยอมรับได้

หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาตามคาดการณ์หรือสูงกว่าคาด จะยิ่งเสริมมุมมองที่ว่าเฟดจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่าตลาดได้คาดการณ์ไปแล้วว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 50 Basis Point ภายในปีนี้
โดยคาดว่าจะขึ้น 25 Basis Point ในการประชุมเดือนกันยายนสัปดาห์หน้า และขึ้นอีก 25 Basis Point ในเดือนธันวาคม รวมถึงอาจขยับขึ้นต่อเนื่องในปีหน้าสู่ระดับ 4.25–4.50% หรือปรับขึ้นรวมอีก 75 Basis Point จากระดับปัจจุบัน

- Advertisement -

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กลับมากดดันตลาดทองคำคือ สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่อเค้ายืดเยื้อ โดยการปฏิบัติการทางทหารของอิหร่านและกลุ่มกบฏฮูตีมีลักษณะเป็นการรุกคืบทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ทั้งช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบอัลมันเดบในทะเลแดง รวมถึงการยึดท่าเรือในเยเมน

ปัญหาการขนส่งทางทะเลผสานกับปริมาณสต็อกน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่ลดลงสู่ระดับน่ากังวล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นตัวผลักดันเงินเฟ้อทั่วโลก

แม้ภาพรวมของสงครามจะบั่นทอนสถานะทางการคลังของสหรัฐฯ และสร้างแรงกดดันเชิงลบต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งมิดเทอม ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อทองคำในระยะกลางถึงยาว แต่ในระยะสั้นตลาดกลับตอบรับในเชิงลบต่อน้ำมันแพงและความจำเป็นที่เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า

นอกเหนือจากนโยบายเฟดแล้ว ทางธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วเมื่อวานนี้ แม้ไม่ได้ประกาศทิศทางในอนาคตตรงๆ แต่การคาดการณ์เงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี ทำให้ตลาดมองว่า ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 25 Basis Point ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ทั่วโลกพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 2–3 ปี ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว

ขณะเดียวกัน ในสัปดาห์หน้ายังต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาเงินเยนอ่อนค่าอย่างหนัก และมีสัญญาณชัดเจนว่าต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดการอ่อนค่าของค่าเงิน หาก BOJ ดำเนินรอยตาม ECB ก็จะยิ่งหนุนให้ Bond Yield โลกปรับตัวขึ้น และกลายเป็นปัจจัยลบซ้ำเติมทองคำอีกทางหนึ่ง

- Advertisement -

มาดูกรอบราคาและกลยุทธ์การลงทุนจาก YLG ในระยะสั้น คาดว่าราคาทองคำจะแกว่งตัวในกรอบ (Sideway) เพื่อรอดูความชัดเจนของตัวเลข CPI และผลการประชุมธนาคารกลางต่างๆ ในสัปดาห์หน้า โดยประเมินกรอบกลยุทธ์ไว้ดังนี้

นักลงทุนระยะสั้น หากราคาดีดตัวขึ้นแต่ผ่านแนวต้าน 4,343–4,385 ดอลลาร์ หรือทองคำแท่งไทยประมาณ 68,100–68,700 บาทไม่ได้ แนะนำให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อถือเงินสดไว้ก่อน สำหรับฝั่งซื้อ หากราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับแรก 4,283 ดอลลาร์ หรือทองคำแท่งไทยประมาณ 67,200 บาท สามารถเสี่ยงเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรระยะสั้นจากการรีบาวด์ได้

ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำให้ใช้แนวรับสำคัญทางเทคนิคเพื่อตั้งรับ โดยจับตาโซน 4,200–4,233 ดอลลาร์ หรือทองคำแท่งไทยประมาณ 65,900–66,400 บาท เป็นแนวรับสำคัญที่ไม่ควรหลุด หากลงมาแตะโซนนี้สามารถทยอยสะสมได้บางส่วน (ประมาณ 5–10% ของพอร์ต)

จุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ภาพขาขึ้นจะเสียทันที และมีโอกาสไหลลงไปทดสอบฐานเดิมบริเวณ 3,945–4,000 ดอลลาร์ นักลงทุนที่มีการเก็งกำไรต้องพิจารณาตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยง

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More