ทิศทางราคาทองคำ 14-18 ก.ย.2569 พูดคุยกับคุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์
“เล่งหงษ์” ชี้ตลาด Price-in เฟดขึ้น ดอกเบี้ย อาจลงไม่ลึกดักสะสม 4,250–4,450 ดอลลาร์ รับศึกประชุม FOMC และ BOJ เดือนก.ย.
ราคาทองคำตลาดโลกยังแกว่งตัวในกรอบ (Sideway) เพื่อสะสมกำลังอย่างต่อเนื่อง แม้รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนส.ค.จะออกมาอยู่ในระดับสูงและมากกว่าที่คาดการณ์ แต่ราคาทองคำกลับไม่ทรุดตัวลงแรง โดยยังดีดตัวกลับขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 4,380 ดอลลาร์ได้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดได้รับรู้และซึมซับคาดการณ์นโยบายการเงินไปล่วงหน้ามากพอสมควรแล้ว
คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าวกับ goldaround ว่า
ความน่าจะเป็นจากเครื่องมือ FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดได้ให้น้ำหนักไปถึง 87% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16–17 กันยายนนี้ (ทราบผลช่วงตี 1 คืนวันพุธตามเวลาประเทศไทย)
ทว่า มองว่าตลาดได้ Price-in ปัจจัยดังกล่าวไประดับหนึ่งแล้ว สังเกตได้จากปฏิกิริยาของตลาดหลังตัวเลขเงินเฟ้อออก ราคาทองคำไม่ได้ทิ้งตัวรุนแรง ดังนั้นหากผลการประชุม FOMC ออกมาว่าปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงตามคาด ราคาทองคำอาจมีจังหวะย่อตัวสั้น ๆ ก่อนจะมีแรงซื้อดันกลับขึ้นมาได้ในทางเทคนิค กลับกัน หากเฟดตัดสินใจ “คงอัตราดอกเบี้ย” จะกลายเป็นปัจจัยเซอร์ไพรส์ตลาดและส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงทันที
สำหรับมุมมองการประชุมเฟดในเดือนธันวาคมนั้น ยังคงต้องจับตาดูทิศทางเงินเฟ้อและราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม้ราคาน้ำมันดิบจะดีดตัวขึ้นแรงไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดเรื่องอิหร่าน แต่ก็เริ่มมีแรงย่อตัวลงมาบ้างแล้ว
นอกจากประเด็นการประชุมเฟดแล้ว ยังมีปัจจัยหนุนระดับมหภาคที่ต้องติดตามโดยเฉพาะเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสำคัญ ทั้งนี้เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว และตลาดกำลังจับตาการประชุมของ FED และBOJ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีโอกาสสูงที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน หาก BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ยจริง จะส่งผลกดดันให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงทันที และvk0กลายเป็นแรงส่งชั้นดีให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้น
ส่วนประเด็นภูมิรัฐศาสตร์นอกจากต้องติดตามความคืบหน้าใน ตอ.กลางแล้ว ในช่วงวันที่ 24 กันยายน มีกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน อาจเดินทางเยือนสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการตอบรับการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงต้องติดตามว่าจะมีประเด็นความร่วมมือหรือข้อตกลงใดที่เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาดทองคำเพิ่มเติมหรือไม่
คุณภัทรินเน้นย้ำว่า การที่ราคาทองคำทะยานขึ้นมาอย่างร้อนแรงถึง 600–700 ดอลลาร์ในรอบก่อนหน้า แล้วย่อตัวลงมาพักฐานประมาณครึ่งทาง ถือเป็นรูปแบบโครงสร้างของ “แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงและมีคุณภาพ” โดยภาพรวมราคายังคงรักษาระดับฐานแนวรับสำคัญบริเวณ 4,280 ดอลลาร์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะมีจังหวะแฉลบลงไปบ้างแต่ก็ไม่หลุดโซน 4,250 ดอลลาร์
กรอบการเคลื่อนไหวและกลยุทธ์การลงทุนจาก เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ ในช่วงต้นสัปดาห์ (วันจันทร์–อังคาร) ตลาดยังขาดปัจจัยข่าวทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบสูง มีเพียงตัวเลข Core Retail Sales คาดว่าราคาจะแกว่งตัวแบบ Sideway ในกรอบแคบ เพื่อรอผลการประชุม FOMC ในคืนวันพุธ
กลยุทธ์หลักยังคงแนะนำกลยุทธ์ “ย่อซื้อ (Buy on Dip)” เนื่องจากภาพรวมระยะกลางและระยะยาวยังคงเป็นทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน
นักลงทุนระยะสั้น: ใช้กรอบการแกว่งตัวประมาณ 200 ดอลลาร์ในการทำรอบ โดยรอจังหวะราคาย่อตัวลงมาแถวแนวรับ 4,250–4,280 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำแท่งไทยประมาณ 67,500–68,000 บาท เพื่อเปิดสถานะซื้อ และหาจังหวะขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,430–4,450 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำแท่งไทยประมาณ 69,500 บาท
นักลงทุนระยะกลาง–ยาว แนะนำทยอยสะสมทองคำตามแนวรับสำคัญ โดยสามารถตั้งรับราคา ไว้ล่วงหน้าก่อนการประชุมเฟด เพื่อดักจังหวะราคาทิ้งตัวลงมาแตะแนวรับก่อนดีดกลับ
ทั้งนี้กลุ่มนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้จำกัด ควรรอให้การประชุม FOMC และการแถลงข่าวของประธานเฟดเสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการก่อน แล้วจึงค่อยกลับเข้ามาวางแผนเข้าทำกำไรตามทิศทางความชัดเจนของนโยบายการเงินต่อไป
รับชมคลิป







Comments are closed.