ทองคำยังถูกปัจจัยลบรุมกดดัน gold spot ร่วงทดสอบ $4,300 คืนนี้รอดู CPI จะช่วยอุ้มไว้ได้หรือไม่
มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำเช้านี้ยังทรุดตัวต่อเนื่อง สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันลดลงไป 550 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาจะปรับลงอีก 150 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ. ของสมาคมค้าทองคำ ณ. เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 67,850 บาท รับซื้อที่ 67,650 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.17 บาท
โดย ฮั่วเซ่งเฮง แนะทยอยซื้อสะสม
เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 67,700 และ 67,500 บาท แต่หากหลุดแนวรับที่ 67,500 บาทแนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่แนวต้านที่ 68,200 และ 68,450 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคา goldspot วานนี้ ปรับตัวลงแรงทดสอบ 4,310 ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 4,317 โดยรวมลดลงไป 85 ดอลลาร์ ก่อนพยายามฟื้นตัวในช่วงเช้าวันนี้ โดยขึ้นทดสอบ 4,340 ดอลลาร์ แต่ยังไปไม่ได้ไกล และลงมาเคลื่อนไหวแถว 4,320 ดอลลาร์
ทั้งนี้มีหลากหลายปัจจัยเข้ามากดดันราคาทองคำ เริ่มจาก ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยจาก 2.25% เป็น 2.50% เป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้
ขณะที่ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานและทั่วไป (Core PPI และ PPI) เดือน ส.ค. ในภาพรวมปรับตัวสูงกว่าครั้งก่อน โดย PPI ทั่วไป (Headline PPI) เมื่อเทียบเป็นรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.4% เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนที่ +0.1% และเมื่อเทียบรายปี เร่งตัวขึ้นแตะ 5.4% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 5.3% และเพิ่มจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.8%
ส่วน Core PPI (ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน): เมื่อเทียบเป็นรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.2% ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 0.3% และต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 0.3% ส่วน Core PPI เมื่อเทียบเป็นรายปีอยู่ที่ 4.6%
ตัวเลขดังกล่าวหนุนให้ FedWatch Tool ของ CME Group ปรับคาดการณ์ขึ้นถึง 72.4% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC คืนวันที่ 16 ก.ย. นี้ จากเดิมคาดการณ์เพียง 49.4% ก่อนประกาศ ตัวเลข PPI
ด้าน Bond Yield สหรัฐฯ ยังปรับตัวสูงขึ้น หลัง Treasury Buyback รอบแรกภายใต้กรอบใหม่ซื้อคืน จริงราว 5.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตลาดมองว่ายังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนทิศทางตลาดบอนด์ได้ ส่วนความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังรุนแรงและเริ่มขยายออกนอกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคา นํ้ามันยังทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด และอาจทําให้ธนาคารกลาง หลักยังคงใช้นโยบายการเงินเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาตัวเลข CPI เดือนส.ค.ซึ่งเป็นเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคในคืนนี้ คาดการณ์ว่าดัชนี CPI เมื่อเทียบรายปีจะปรับตัวขึ้น 3.4% เท่ากับเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จะปรับตัวขึ้น 2.4% ลดลงจากเดือน ก.ค.ที่ระดับ 2.5%
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง ShiningGold bullion มองว่า
อารมณ์ตลาดทองคำวันนี้เริ่มเข้าสู่โหมดระมัดระวังมากขึ้น โดยตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ มากกว่าความคาดหวังว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
แรงขายทองคำเพิ่มขึ้นหลังการประกาศตัวเลข PPI ของสหรัฐฯ ทั้งรายเดือนและรายปีปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ขยับขึ้นแตะระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประเด็นที่ตลาดกังวลมากขึ้นจึงไม่ใช่เพียง Energy Shock แต่คือความเสี่ยงที่แรงกระแทกจากราคาพลังงานจะเริ่มส่งผ่านไปเป็น Inflation Shock ซึ่งอาจทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น และเป็นแรงกดดันต่อทองคำผ่าน Bond Yield และ Real Yield
ขณะเดียวกัน แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเพิ่มวงเงิน Bond Buyback เพื่อช่วยพยุงสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร แต่ยังไม่สามารถกดให้ Yield ปรับตัวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐานของตลาด Bond ยังมีน้ำหนักมากกว่ามาตรการพยุงตลาดในระยะสั้น
ดังนั้นในระยะสั้นทองคำจึงยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจาก Yield ที่อยู่ในระดับสูง แม้จะยังมีแรงหนุนจาก Geopolitical Risk และ Safe-Haven Demand เข้ามาช่วยพยุงราคาอยู่ก็ตาม ทำให้การประกาศดัชนี CPI ในคืนนี้สำคัญมาก ซึ่งถือเป็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดสำคัญและเป็นหนึ่งในข้อมูลหลักก่อนที่ Fed จะตัดสินใจเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น รอย่อตัวแบ่งไม้แบบเว้นระยะ เข้า Open Long เน้นเล่นเพียงรอบเด้งตัว โดยให้แนวรับ 4,285-70 / 4,233 และ 4,120-4100 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,338 / 4,363 และ 4,389 ดอลลาร์ มีจุด Stop Loss ที่ 4,080 ดอลลาร์
ด้าน InterGOLD มองว่า
ตัวเลข PPI สหรัฐฯ ที่สูงขึ้น สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังสูง ทำให้ตลาดกังวลว่า Fed อาจต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยแรงขึ้น ส่งผลลบต่อราคาทองคำ โดยวันนี้ต้องติดตามดัชนี CPI ว่าจะออกมาสูงเกินคาดอีกหรือไม่
ในเชิงเทคนิคราคาทองลงมาแรง แต่ยังมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,280–4,320 ดอลลาร์ หรือ 67,700 บาท หากยืนได้มีโอกาสฟื้นตัว แต่หากหลุดโซนนี้อาจลงไปทดสอบ 4,220 ดอลลาร์ อย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์รอรับบริเวณ 4,300 ดอลลาร์ และมองจังหวะขายทำกำไรบริเวณ 4,430 ดอลลาร์หรือ 68,700 บาทพร้อมจับตาว่าสัปดาห์หน้าทองคำจะสามารถเกิดรอบรีบาวด์ได้หรือไม่
ด้าน Ausiris มองว่า
ราคาทองคำโลกยังอยู่ในช่วงพักฐานระยะสั้น แต่ภาพ TF Daily ยังไม่เสียโครงสร้างขาขึ้นอย่างชัดเจน แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,310 และ 4,285 ดอลลาร์ หากยืนเหนือ 4,380ดอลลาร์ได้ มีโอกาสเกิด Technical Rebound ขึ้นทดสอบ4,410–4,450 ดอลลาร์ และถ้าผ่านได้ มีเป้าหมายถัดไปบริเวณ 4,510–4,570 ดอลลาร์ ในทางกลับกันหากหลุด 4,285 ดอลลาร์ มีโอกาสปรับฐานต่อสู่ 4,250-4,230 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ GT Gold มองว่า
เช้านี้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหว Sideway หลังถูกขายลงจากโซน 4,435 ดอลลาร์ และกลับมาทดสอบแนวรับ 4,310 ดอลลาร์ แต่หากราคากลับขึ้นยืนเหนือ 4,435 ดอลลาร์ได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,500 ดอลลาร์
ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,310 / 4,250 และ 4,190 ดอลลาร์ โดยราคาขณะนี้อยู่ใกล้แนวรับ 4,310 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดสำคัญ หากยืนได้มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับเข้าสู่กรอบ Sideway แต่หากหลุด 4,310 ดอลลาร์ลงมา จะเพิ่มแรงกดดันและมีโอกาสลงทดสอบ 4,250 ดอลลาร์
ด้าน MACD ยังอยู่ในแดนลบและแท่งฮิสโตแกรมขยายตัวลงเล็กน้อย สะท้อนว่าโมเมนตั้มยังเป็นลบและแรงขายเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยต้องระวังหาก MACD อ่อนตัวต่อพร้อมกับราคาหลุด 4,310 ดอลลาร์
รัมชมคลิป







Comments are closed.