ทิศทางราคาทองคำวันนี้ 4 ก.ย.69 พูดคุยกับ คุณวรุต รุ่งขำ YLG
gold spot พักฐานหลังชน $4,500 YLG แนะจับตา Nfp หากพุ่งแรงตามคาด อาจกดร่วงทดสอบ $4,370 อีกรอบ
ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาหลังขึ้นไปทดสอบแนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่บริเวณ 4,500 ดอลลาร์แล้วยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปยืนได้อย่างมั่นคง ระยะสั้นนักลงทุนทั่วโลกต่างชะลอการซื้อขายเพื่อจับตาไฮไลต์สำคัญประจำสัปดาห์ นั่นคือการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ประจำคืนนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรชี้ทิศทางราคาทองคำว่าจะเลือกทางขึ้นต่อหรือเข้าสู่การปรับฐานรอบใหม่
คุณวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า
ขณะนี้ตลาดการเงินมองทิศทางของตัวเลข Nonfarm ออกเป็นสองมุมมองอย่างชัดเจน เพราะเดือนก่อนหน้า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ติดลบถึง 23,000 ตำแหน่ง แต่ตามสถิติย้อนหลังพบว่าเมื่อเดือนใดตัวเลขติดลบ เดือนถัดไปมักดีดตัวขึ้นแรงกว่าคาดการณ์เสมอ
หากตัวเลขจริงคืนนี้พุ่งทะลุ 55,000 – 58,000 ตำแหน่ง หรือแตะระดับ 60,000 – 70,000 ตำแหน่ง จะกลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ Consensus คาดการณ์ตัวเลขเดือนนี้ไว้ที่ราว 55,000 – 58,000 ตำแหน่ง แต่การคาดการณ์จาก Bloomberg กลับประเมินว่าตัวเลขจริงอาจเพิ่มขึ้นไม่ถึง 50,000 ตำแหน่ง หรืออาจเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 10,000 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งหากออกมาในระดับต่ำตามที่ Bloomberg คาดการณ์ แรงกดดันต่อราคาทองคำก็จะลดลง และส่งผลให้ราคาพักฐานเพียงช่วงสั้น ๆ
ทั้งนี้การที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาแรงตลอดสัปดาห์ รับอานิสงส์จากการปรับลดน้ำหนักคาด การณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ จากเดิมที่ตลาดเคยให้น้ำหนัก 60 – 70% ปัจจุบันลดลงมาเหลือก้ำกึ่งที่ระดับ 50% เท่านั้น
ขณะที่ SPDR Gold Trust ได้ปรับลดการถือครองทองคำลง 3.14 ตัน สะท้อนการล็อกกำไรของสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลังราคาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงก่อนทราบตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงที่ 95 ดอลลาร์ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเสี่ยง แม้ยังไม่มีการโจมตีระดับรุนแรง แต่หากลุกลามไปยังคูเวตหรือกาตาร์ จะยิ่งหนุนให้น้ำมันดิบยืนเหนือระดับ 90 – 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อย่างแข็งแกร่ง ภาวะน้ำมันแพงนี้จะคงระดับเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เฟดอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป ซึ่งกลับมาเป็นปัจจัยกดดันทองคำในที่สุด
อีกประเด็นที่อยากให้จับตาคือ รัฐบาลและกระทรวงการคลังญี่ปุ่นใช้เม็ดเงินมหาศาลกว่า 15.4 ล้านล้านเยน (ราว 9.8 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการแทรกแซงค่าเงิน ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าและกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ต้องจับตาว่าการประชุม BOJ กลางเดือนนี้จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นจะผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) โลกขยับขึ้น และสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาทองคำ
มาดูกลยุทธ์การลงทุนจาก YLG ในสัปดาห์นี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบกว้างมาก โดยปรับขึ้นจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,284 – 4,285 ดอลลาร์ สู่ระดับสูงสุดที่ 4,511 ดอลลาร์ ทั้งนี้ก่อนการประกาศตัวเลข Nonfarm ในคืนนี้ แนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะ “แบ่งขายทำกำไรออกมาบางส่วน” โดยเฉพาะบริเวณแนวต้าน 4,500 – 4,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ทองคำแท่งไทยประมาณ 70,100 – 70,300 บาท) เพื่อปิดความเสี่ยงจากความผันผวน
แนวรับแรกที่ไม่ควรหลุดอยู่ที่ 4,475 – 4,457 ดอลลาร์ (ทองคำแท่งไทยประมาณ 69,500 บาท) หากราคาหลุด 4,457 ดอลลาร์ จะเป็นการยืนยันว่าราคาผ่านจุด 4,500 ดอลลาร์ไม่ไหว และจะเข้าสู่รอบการพักฐานลึก ใครที่มีกำไรแนะให้ขายออกมาก่อนเพื่อจำกัดความเสี่ยง
ส่วนฝั่งซื้อหากราคาย่อตัวลงหลุด 4,457 ดอลลาร์ มีโอกาสไหลลงต่อได้อีกราว 60 – 90 ดอลลาร์ ให้ถอยไปรอรับใหม่อย่างใจเย็นที่โซนแนวรับสำคัญ 4,400 – 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ทองคำแท่งไทยประมาณ 68,600 – 68,200 บาท)
สำหรับสัปดาห์หน้า ตลาดการเงินยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญรออยู่อีกมาก ทั้งวันหยุด Labor Day ของสหรัฐฯ ในวันจันทร์, แผนการเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรและ Buyback วงเงินมหาศาลโดยคุณสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ในวันที่ 9 กันยายน, การประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ รวมถึงการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI นักลงทุนจึงควรบริหารพอร์ตอย่างรอบคอบและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด
รับชมคลิป







Comments are closed.