Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุนวันนี้ 6 ก.ค.2569

- Advertisement -

34

- Advertisement -

ทองคำพลิกพลิกมาเป็น Sideway UP gold spot ขึ้นทดสอบ $4,200 ทองไทยดีดยืนเหนือ 65,500 บาท

ราคาทองคำไทยเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6 ก.ค.) ราคาแรกแรกที่ สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับเพิ่มขึ้น 200 บาท

ก่อนจะย่อตัวลงมารวม 150 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 65,600 บาท ส่วนราคารับซื้อ 65,400 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 66,400 บาท ส่วนราคารับซื้อ 64,096.48 บาท คำนวนจากเงินบาทท 33.20 บาทต่อดอลลาร์

โดย ShiningGold bullion มองว่า

ราคาทองคำไทยยังอยู่ในช่วงสร้างฐาน เพื่อค้นหาจุดกลับตัวที่แข็งแกร่ง โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรีบาวน์ในช่วงที่ผ่านมาทำให้กรอบการเคลื่อนไหวกว้างมากขึ้น ฐานราคาพยายามยกตัวสูงขึ้นจาก 62,000 เป็น 64,000 บาทเพื่อลุ้นการทดสอบแนวต้านถัดไปทีละระดับ เช่น 66,400 และ67,000 บาท อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามพัฒนาการของราคาอย่างต่อเนื่อง

- Advertisement -

ด้านกลยุทธ์ยังคงแนะนำทยอยแบ่งไม้เข้าลงทุนเมื่อราคาย่อตัวบริเวณแนวรับสำคัญ โดยเน้นการเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบรีบาวน์ที่เริ่มกว้างขึ้น หรือทยอยสะสมเข้าพอร์ตตามระดับความเสี่ยง และสัด ส่วนการลงทุนที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตามตราบใดที่ราคายังไม่ส่งสัญญาณกลับตัวอย่างชัดเจน นักลงทุนระยะกลางควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยใช้กลยุทธ์แบ่งขายทำกำไรเป็นรอบ และรอสะสมเพิ่มเมื่อราคาอ่อนตัวลงสู่แนวรับที่เหมาะสม มากกว่าการไล่ซื้อในจังหวะที่ราคาปรับตัวขึ้น

ทั้งนี้ให้แนวรับที่ 65,250 /64,200 และ 62,200 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 65,900 /66,300 และ 67,000 บาท

ส่วนภาพราคาทองคำ gold spot ยังรีบาวด์ต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเช้าวันนี้ได้รับแรงซื้อจากตลาดเอเชีย หนุนให้ราคาขยับขึ้นใกล้ทดสอบบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ สะท้อนแรงฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นหลังผ่านช่วงปรับฐานแรงก่อนหน้า

ปัจจัยหนุนยังมาจากมุมมองดอกเบี้ยในตลาดเริ่มเปลี่ยนไป หลังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟด ที่ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มลดลง ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงมาอยู่บริเวณ 100.87 จุด จากจุดสูงสุดสัปดาห์ก่อนที่ 101.59 จุด หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มอ่อนแอลง โดยเฉพาะตัวเลขจ้างงาน ล่าสุดตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนมิ.ย.ต่ำกว่าคาดการณ์มาก

- Advertisement -

รวมถึงปัจจัยหนุนจากราคานํ้ามันปรับลงมาที่ระดับ 70 ดอลลาร์ตํ่ากว่าช่วงเกิดสงคราม ขณะที่กลุ่ม OPEC มีแนวโน้มเพิ่มกําลังการผลิตอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคานํ้ามันเพิ่มเติม

ทําให้ตลาดกลับมาตีความว่า เฟดอาจไม่จําเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 55% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนัก 64.1%

ด้าน JPMorgan ปรับลดมุมมองราคาทองคำระยะสั้น ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2026 ลงเหลือ 4,300 และ 4,500 ตามลำดับ ลดลงอย่างมากจากที่เคยคาดว่าทองอาจแตะ 6,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี โดยมองว่าแรงซื้อจากกลุ่มสำคัญอ่อนแอกว่าที่เคยคาดไว้ อย่างไรก็ตามภาพรวมใหญ่ยังมองบวกต่อราคาและเป้าหมายดังกล่าวยังอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน

สําหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนจับตารายงานการประชุม FOMC เดือนมิถุนายน ที่จะเปิดเผยในวันพุธ เพื่อ ประเมินท่าทีของเฟดต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และแนวโน้มดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี ส่วนวันนี้(วันจันทร์ 6 ก.ค.) จะมีตัวเลข ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ เดือนมิ.ย. คาดลดแตะ 51.4 จากระดับ 51.3 และดัชนี PMI ภาคบริการ เดือนมิ.ย. จาก ISM คาดลดแตะ 54.2 จากระดับ 54.5

มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง InterGOLD มองว่า

ราคาทองคำพลิกโฉมกลับมาเป็นขาขึ้นระยะสั้นได้ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนมิ.ย.ต่ำกว่าคาดไปมากกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ดับกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนแอลงทันที ผสานแรงหนุนทางจิตวิทยาจากความผันผวนของหุ้นชิป AI และศึกช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกราฟวิ่งขึ้นมาเร็วและร้อนแรงจนเครื่องมือ RSI เข้าเขต Overbought กลยุทธ์ที่ได้เปรียบจึงต้องเน้นความรอบคอบ ไม่ไล่ราคาที่ต้านขอบบน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจาก Technical Correction แต่ดักจังหวะเมื่อราคาแกว่งตัวย่อตัว

สถานะตลาด ยังเป็นขาขึ้นระยะสั้น / ระวังแรงขายลดความร้อนแรงที่แนวต้าน โดยให้แนวรับที่ 4,080 ดอลลาร์ หรือ 64,500 บาท เป็นโซนแนวรับสำคัญทางเทคนิคอลสำหรับการสแตนด์บายรอจังหวะเข้าสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

ส่วนแนวต้านเป้าหมายอยู่ที่ 4,240 ดอลลาร์ หรือ 66,000 บาท เป็นโซนแนวต้านขอบบนของกรอบเทรนด์ ซึ่งเป็นจุดเป้าหมายหลักในการพิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้น

ขณะที่ YLG Bullion มองว่า

เมื่อวันศุกร์ราคาผ่านแนวต้านที่ 4,159 ดอลลาร์ได้ทำให้เกิดการปรับตัวขึ้นต่อส่วนวันนี้หากพักตัวไม่หลุด 4,155 ดอลลาร์ ยังไม่เสียโมเมนตั้มขาขึ้นในระยะสั้น แต่ต้องระวังแรงขายบริเวณแนวต้าน 4,220-4,200 ดอลลาร์ เนื่องจากราคาเริ่มเข้าสู่สภาวะ Overbought และเกิด Bearish Divergence ใน 1 ชม. แต่หากกลับมาหลุด 4,155 ดอลลาร์ ระวังพักตัวลึกขึ้นโดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 4,100-4,042ดอลลาร์

กลยุทธ์การลงทุน ขายกำไรหากราคาไม่ผ่าน 4,220-4,200 ดอลลาร์ หากผ่านได้ชะลอขายพร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,155 ดอลลาร์ เพื่อ Lock กำไร

เปิดสถานะซื้อหากราคาไม่หลุด 4,155 ดอลลาร์ แต่หากหลุดชะลอการเข้าซื้อไปที่แนวรับ 4,100-4,042 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 3,942 ดอลลาร์

ส่วน Ausiris มองว่า

เมื่อวันศุกร์ราคาทองคำปิดบวก และไม่หลุด กรอบแนวรับ 4,120-4,100 ดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมราคาทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นระยะสั้น ในขณะที่สัญญาน RSI เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งบอกถึงราคาทองคำมีโอกาสขึ้นต่อได้ หากการดีดตัวขึ้นของราคาทองคำสามารถเบรกมากกว่าแนวต้านระหว่างวัน

วันนี้แนะผู้ที่ถือซื้อไว้ให้แบ่งขายทำกำไร ที่แนวต้าน 4,224 และ4,256 ดอลลาร์ ส่วนผู้ไม่มีสถานะให้รอย่อซื้อที่แนวรับ 4,141 และ4,104 ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ MTS Gold มองในเชิงเทคนิคว่า

ราคาทองคําเริ่มเกิด Technical Rebound และมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น เริ่มเข้าสู่ ภาวะ Bottom Out หลังอินดิเคเตอร์หลายตัวเริ่มส่งสัญญาณกลับตัว รวมถึงเกิดสัญญาณ Divergence ระยะสั้น

ประเมินว่าราคาทองคําเริ่มเปลี่ยนจากกรอบ Sideway Down มาเป็น Sideway Up แต่ยังคงระมัดระวังความผันผวน โดยยังแนะนําซื้อขายตามกรอบ และรอจังหวะย่อตัวใกล้แนวรับเพื่อทยอยเข้าซื้อ

ขณะที่นักลงทุนระยะยาว ยังสามารถทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวได้ต่อเนื่อง ประเมินแนวรับ ราคาทองคํา Spot) ที่ 4,130 และ 4,100 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,220 และ 4,250 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับราคาทองคําไทยอยู่ที่ 65,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,000 บาท

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More