gold spot ปิดบวก 3 สัปดาห์ติด ขึ้นมาแล้ว $550 ล่าสุดยืน $4,600 ได้ กูรู ต่างชาติมองหนทางข้างหน้ายังสดใส
ราคา gold spot ยังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) ราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน ที่ 4,632 ดอลลาร์ ก่อนลงมาปิดสัปดาห์ที่ 4,602 ดอลลาร์ และยังปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยรอบนี้ราคาขึ้นมาแล้วร่วม 550 ดอลลาร์
ขณะที่ราคาทองคำไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา บวกเพิ่มมา 2,400 บาท โดยวันที่ 22 ส.ค. สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับเพิ่มมาอีก 250 บาท ทำให้ราคาขายออกราคาทองทำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 71,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 70,950 บาท
โดยปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญได้อย่างรวดเร็ว มาจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง จากความคาดหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน
และความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการคลังของสหรัฐ หลัง รมว.คลังสหรัฐ ประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตร (Buyback) รัฐบาลอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและบรรเทาแรงกดดันในตลาดตราสารหนี้
ทั้งนี้หลังประกาศมาตรการดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 30 ปีปรับลดลงและหนุนให้ราคาทองคำกลับมาพุ่งแรงทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4,480 ดอลลาร์ ก่อนจะยังมีแรงหนุนเพิ่มต่อเนื่องจนมาปิดสัปดาห์แถว 4,600 ดอลลาร์ และหากยังยืนเหนือ 4,600 ดอลลาร์เป้าถัดไปคือ 4,700 และ4,870 ดอลลาร์
อย่างไรก็ดีในสัปดาห์หน้ายังต้องติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคพื้นฐาน หรือ PCE เดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เฟดให้ความสำคัญ ทั้งนี้เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.1% หากตัวเลขออกมาตามคาดก็อาจะเป็นแรงหนุนให้เฟดยังคงไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
นอกจากนั้นยังต้องรอดูตัวเลขการประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ1.5%
แต่ไฮไลท์สำคัญน่าจะอยู่ที่ การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด เควิน วอร์ช จากงานประชุมประจำปีของ FED ที่แจ็กสันโฮล ในวันศุกร์ ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าประธานเฟด จะมีนโยบายการเงินในช่วงหลังจากนี้อย่างไร เมื่ออัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ควบคู่ไปกับสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงาน รวมถึงนโยบายการคลังที่เข้ามาแทรกแซงตลาดพันธบัตรเพื่อกดอัตราผลตอบแทนให้ลดลง
ไปดูผลสำรวจความคิดเห็นของ Kitco News เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในสัปดาห์หน้า ซึ่งสัปดาห์นี้มีนักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีท เข้าร่วมให้ความเห็น 11 คน พบว่านักวิเคราะห์เอนเอียงไปทางขาขึ้นอย่างมาก หลังจากราคาทองคำเคลื่อนตัวผ่านระดับแนวต้านสำคัญได้
โดยนักวิเคราะห์ 8 คน จาก 11 คน หรือ 73% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์หน้า ในขณะที่นักวิเคราะห์อีก 3 คน หรือ 27% คาดว่าราคาทองคำจะทรงตัวในสัปดาห์หน้า ไม่มีใครคาดการณ์ว่าราคาจะลดลง
ขณะที่นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคารคอมเมอร์ซแบงก์ ระบุว่า การประกาศซื้อพันธบัตรคืนอย่างกะทันหันของกระทรวงการคลังเกิดขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หนุนราคาทองคำพุ่งแรง ซึ่งจะเห็นได้จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำเพิ่มขึ้น โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา SPDR มียอดซื้อสุทธิ 17.23 ตัน ทำให้ถือครองทองคำรวม 1,031.9 ตัน
ทั้งนี้มองว่านโยบายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความตึงเครียด การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่เกิดจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะยาวและความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับระดับหนี้สินสาธารณะของสหรัฐที่พุ่งสูงลิบ
โดยนักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคารคอมเมอร์ซแบงก์ คาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องจ่ายเงินดอกเบี้ยถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณนี้ เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากเมื่อ 5 ปีก่อน จึงเป็นเหตุผลหลักที่ ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยจึงน่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากทำเนียบขาว ส่งผลให้การเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของเฟด ถูกตลาดเพิกเฉยเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าเฟดจะมีท่าทีที่ค่อนข้างแข็งกร้าวก็ตาม
เรามาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทยกันบ้าง ทาง เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่าราคาทองคำยังคงทำจุดสูงใหม่อย่างต่อเนื่อง และผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์มาได้ หากสามารถปักหลักได้อย่างมั่นคงจะทำให้ราคาขึ้นได้ต่อ
อย่างไรก็ดีเนื่องจากราคาคำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในระยะสั้นอาจย่อตัวลงบ้าง โดยแนะซื้อตามแนวรับ 4,500-4,525 ดอลลาร์ และ4,550-4,575 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านให้ไว้แถว 4,650-4,675 ดอลลาร์ และ4,700-4,725 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.