ไตรมาสราคาทองคำปรับตัวขึ้นสุดโหด gold spot บวก $502 ก่อนเช้านี้แตะ $3,145 ทองไทย บวก 7,400 บาท จ่อแตะ 51,000 บาท
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
มาดูราคาทองคำไทยวันนี้ (1 เม.ย.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันเพิ่มขึ้นแรง 450 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะปรับเพิ่ม 50 บาท อีก 4 ครั้ง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.00 น. อยู่ที่ 50,700 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,600 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 51,500 บาท ส่วนราคารับซื้อ 49,694.48 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 34.05 บาทต่อดอลลาร์
มาดูภาพรวมราคาทองคำไทยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 3,650 บาท และหากมองภาพไตรมาสแรก ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 7,400 บาท
โดย ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า
ราคาทองคำแท่งปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสงครามภาษี จึงยังแนะนำไล่ซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 50,500 บาท และตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับแรกที่ 49,950 บาทลงไป
มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ปรับขึ้นร้อนแรง 38 ดอลลาร์ พร้อมทำ All-time high ติดต่อกัน 3 วัน ก่อนที่ช่วงเช้าวันนี้ยังปรับขึ้นทำ All-time high เป็นครั้งที่ 20 ของปีนี้ ที่ระดับ 3,145 ดอลลาร์ นอกจากนั้นราคาทองคำปิดไตรมาส 1 ด้วยการปิดบวกมากถึง 502 ดอลลาร์ หรือปรับเพิ่ม 19% เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1986 หากดูเฉพาะเดือนมีนาคม ปรับเพิ่มขึ้น 265 ดอลลาร์ หรือ 9.29%
ทั้งนี้ราคาทองคำได้แรงหนุนจากสงครามการค้าโลกที่ยังคงรุนแรงยัง เนื่องจากวันที่ 2 เม.ย. สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ต่อทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ตลาดกังวลจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย
โดย เจพี มอร์แกน คาดว่ามีโอกาส 40% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในปีนี้ จากเดิม 30% ขณะที่ โกลด์แมน แซคส์ มองว่ามีโอกาส 35% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 20% ในการคาดการณ์ก่อนหน้า พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทอง คาดราคาทองคำอาจทะลุ $4,200 สิ้นปีนี้ และทะลุ $4,500 สิ้นปีหน้า
นอกเหนือจากการเฝ้าติดตามความคืบหน้าเรื่องสงครามกาค้าแล้ว คืนนี้สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลข 3 ตัว ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค.โดยมาร์กิต, ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค.โดย ISM และ จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำอาจออกได้ทั้ง 2 ทาง รอนโยบายชี้ชัด 2 เม.ย. นี้ ว่า ปธน.ทรัมป์จะขึ้นภาษีเต็มอัตราหรือจะเหยียบเบรกอีกครั้ง โดยตลาดต่างกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของ Donald Trump ในครั้งนี้
ล่าสุด Christine Lagarde ประธาน ECB ได้ออกมาเตือนยุโรปอย่างต่อเนื่องถึงความจำเป็นในการพึ่งพาตัวเองหลังจากนี้ โดยกล่าวว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับยุโรปในการกลับมามองภาพรวมอีกครั้งว่าต้องลดการพึ่งพาภายนอกให้มากขึ้น
ขณะที่เม็กซิโก แคนาดา และจีน ยังไม่มีความคืบหน้าในระยะสั้น โดย ปธน.ทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่าเขาจะมีการพูดคุยกับ Xi Jinping ผู้นำจีนในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ราคามีโอกาสที่จะ Sell on Fact หรืออาจดีดขึ้นต่อหลังนโยบายภาษีออกก็เป็นไปได้ แนะนำรอข่าวให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยเปิดความเสี่ยงอีกครั้ง นักลงทุนมีมีสถานะแล้วถ้าไม่อยากกังวล แนะนำให้ขายทิ้งไปก่อน โดยให้แนวต้านที่ 3,160 ดอลลาร์ หรือ50,600 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 3,085 ดอลลาร์ หรือ 49,900 บาท
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
ราคาพักตัวหลังทำ New ATH พร้อมภาวะ Overbought วันนี้มองแนว 3,100 ดอลลาร์ ยืนได้จะดีดไปเทสต์แนวต้าน อย่างไรก็ดีหากไม่ผ่าน 3,127 ดอลลาร์ยังต้องระวังแรงขายและต้องระวังการไล่ซื้อราคา หากราคาหลุด 3,100 ดอลลาร์ จะพักตัวแต่พักเพื่อขึ้นต่อในระยะสั้นไม่ควรหลุด 3,087 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน เข้าซื้อหากราคาไม่หลุด 3,100-3,087ดอลลาร์ หากหลุด 3,087 ดอลลาร์ ชะลอซื้อไปที่รับถัดไป ตัดขาดทุนหากหลุด 3,076 ดอลลาร์ แบ่งขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่าน 3,127 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,127 ดอลลาร์ได้ให้ถือต่อและขยับ Trailing Stop เพื่อ lock กำไร
ด้าน ARR Goldtrading มองว่า
ราคาทองคำสามารถสร้างฐานใหม่ได้อย่างแข็งแกร่งจึงมีโอกาสสร้างจุดสูงใหม่อีกครั้งในวันนี้ แต่ระหว่างวันอาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นเป็นระยะ
นักลงทุนพิจารณาเข้าซื้อบางส่วนหรือรอซื้อตามแนวรับ 3,110 / 3,105 และ 3,100 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 3,100 ดอลลาร์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อ หรือที่แนวต้าน 3,130/3,140 และ3,150 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,112 และ 3,100 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,162 และ 3,174 ดอลลาร์
รับชมคลิป
Comments are closed.