ทองไทยดีดสู้กลับยืน 65,050 บาท gold spot หากดัน ทะลุ $4,220 อาจเปลี่ยนเทรนด์ล้างภาพขาลง
ราคาทองคำไทยเช้าวันนี้ ( 10 ก.ค.) บวกขึ้นมาเล็กน้อย โดยราคาแรกของ สมาคมค้าทองคำ ยังเท่ากับราคาปิดเมื่อวานนี้
ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะปรับเพิ่ม 50 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 65,050 บาท ส่วนราคารับซื้อ 64,850 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 65,850 บาท ส่วนราคารับซื้อ 63,550.72 บาท คำนวนจากเงินบาทท 33.29 บาทต่อดอลลาร์
โดย MTS Gold
ให้แนวรับราคาทองคำไทยที่ 64,200 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 65,600 บาท
ส่วนราคาทองคำ gold spot วานนี้ (9 ก.ค.) ฟื้นตัวกลับขึ้นมาทดสอบ 4,138 ดอลลาร์ก่อนลงมาปิดตลาดที่ 4,123 ดอลลาร์ และเคลื่อนไหวในแนวดังกล่าวในช่วงเช้าวันนี้
โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากดัชนีเงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวลง ในขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group ได้ปรับลดคาดการณ์เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ค. ลงจาก 31.0% เป็น 25.1%
ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่โจมตีจังหวัดชายฝั่งทางตอนใต้และจังหวัดทางตะวันออกของอิหร่าน ทำให้กระตุ้นราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด อาจปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต หาความขัดแย้งยืดเยื้อมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง ShiningGold bullion มองว่าราคา
ทองคำได้รับแรงหนุนเชิงบวก หลังประธาน Fed เดินหน้าแต่งตั้งคณะทำงานหลายชุด โดยหนึ่งในนั้นมีภารกิจทบทวนและปรับปรุงวิธีการคำนวณมาตรวัดเงินเฟ้อใหม่ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักประเมินว่าการปรับวิธีคำนวณดังกล่าวอาจทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อลดลงราว 0.1–0.3%
หากการคณะทำงานชุดประเมินดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและประกอบกับราคาน้ำมันที่ยังเคลื่อนไหวในระดับไม่สูงมาก อาจช่วยให้ตัวเลขเงินเฟ้อในระยะถัดไปชะลอลง และลดแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ได้
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ว่าจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อหรือเป็นเพียงการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ก่อนกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวยังอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และทิศทางของตลาดการเงินในระยะต่อไป
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น หากการรีบาวน์ของราคาในรอบนี้ยืนเหนือ 4,148 ดอลลาร์ไม่ได้ ยังมีโอกาสพักฐานลงมาบริเวณแนวรับเดิมๆ ค่อยพิจารณาหาจังหวะย่อตัวเปิดสถานะ และเพื่อจำกัดความเสี่ยง ให้แนวรับที่ 4,111 / 4,080 และ 4,050 ดอลลาร์ ควรตั้ง SL ที่ 4,035 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,148 / 4,176 และ4,200 ดอลลาร์
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำ spot แกว่งตัวฟื้นตัวในกรอบเทรนด์ขาลง โดยให้แนวรับหลักที่ 4,050 ดอลลาร์ หรือ 64,400 บาท หากย่อตัวสลับลงมาและยังยืนได้ จะเป็นจุดตั้งรับที่ปลอดภัย ส่วนแนวต้านหลักอยู่ที่ 4,240 ดอลลาร์ หรือ 66,200 บาท เป็นด่านสำคัญขอบบนของชาแนลขาลง ซึ่งเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญ หากราคาเลือกที่จะเบรกทะลุกรอบนี้ขึ้นไปได้ชัดเจน จะเป็นการล้างภาพลบและเปลี่ยนแนวโน้มเข้าสู่รอบขาขึ้นรอบใหญ่อย่างแข็งแกร่ง
แนะนำใช้กลยุทธ์ถือครองสถานะเพื่อลุ้นทดสอบแนวต้านสำคัญตามกรอบแชนเนลโดยชะลอการไล่ราคาฝั่งซื้อหากราคาขยับเข้าใกล้กรอบบน และแนะนำให้แบ่งขายเพื่อลดความเสี่ยงบริเวณแนวต้านดังกล่าวจนกว่าจะเห็นการเลือกข้างเบรคเอาท์ที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับการบริหารพอร์ตเพื่อเตรียมรับความผันผวนจากถ้อยแถลงของประธานเฟดในสัปดาห์หน้า
ขณะที่ ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองโลกปรับตัวลงต่อในเช้านี้ หลังจากทะลุแนวต้าน 4,140 ดอลลาร์ กลับขึ้นไปไม่ได้ ประเมินว่าระยะสั้นอาจลงทดสอบแนวรับที่ 4,080 ดอลลาร์ หากไม่หลุดลงไปอาจเกิดแรงซื้อกลับอีกครั้งจากแนวรับดังกล่าว อย่างไรก็ตามหากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,055 ดอลลาร์ อาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
แนะทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,080 และ 4,055 ดอลลาร์ หากหลุด 4,055 ดอลลาร์แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,140 และ 4,160 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า
ราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways นักลงทุนระยะสั้นให้แนวต้านที่ 4,160 – 4,200 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 4,100 – 4,070 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4,000 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.