gold spot แรงไม่หยุดเช้านี้ทดสอบ $4,660 ทองไทยพุ่งตามบวก 500 แตะ 71,650 บาท สัปดาห์นี้จับตาดัชนี PCE / ท่าทีปธ.เฟด
ราคา gold spot ยังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยรอบนี้ราคาขึ้นมาแล้วร่วม 550 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา บวกเพิ่มมา 2,400 บาท สัปดาห์นี้ยังมีหลากหลายเรื่องราวหลากหลายประเด็นให้ต้องติดตาม
มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เปิดสัปดาห์ใหม่เคลื่อนไหวผันผวน แค่ชม.ครึ่งหลังเปิดตลาดราคาของ สมาคมค้าทองคำ ขยับขึ้นลงไปแล้ว 13 ครั้ง
โดยราคาแรกเพิ่มขึ้น 350 บาท จากนั้นบวกเพิ่มรวม 150 บาท ทำให้ราคาขายออกราคาทองทำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 71,650 บาท ส่วนราคารับซื้อ 71,450 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.63 บาท
โดย ShiningGold bullion มองว่า
ราคาทองคำไทยปรับตัวขึ้นตามราคาทองคำโลก โดยได้รับแรงหนุนเชิงบวกระยะสั้น หลัง Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ส่งสัญญาณพร้อมเข้าพยุงตลาดพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มอีก ยังถือเป็นแรงหนุน Sentiment เชิงบวกต่อทองคำในระยะสั้น
อย่างไรก็ตามในเชิงเทคนิคราคาทองคำไทยกำลังเข้าใกล้ แนวต้านสำคัญบริเวณเส้น Trendline ซึ่งยังเป็นด่านที่ต้องพิสูจน์ เช่น 71,200 และ 71,900 บาท หากผ่านได้มีโอกาสเปิดทางขึ้นต่อ แต่หากผ่านโซนดังนั้นไม่ได้ควรระมัดระวังแรงขายเป็นระยะ
ดังนั้น ระหว่างที่ราคายังไม่ได้ทดสอบโซแนวต้านสำคัญ และและเกิดการย่อตัว แนะนำแบ่งไม้ทยอยสะสมตามจุดแนวรับสำคัญ 70,050 /68,900 และ67,100 บาท เพื่อรอดูการยืนยันแนวโน้มอีกครั้งเมื่อเข้าสู่โซนแนวต้าน 70,500 /71,200 และ71,700 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคา gold spot เมื่อวันศุกร์ปิดบวก 84 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน ที่ 4,632 ดอลลาร์ ก่อนลงมาปิดสัปดาห์ที่ 4,602 ดอลลาร์ ก่อนเช้านี้จะขึ้นแตะ 4,660 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อลงมาเคลื่อนไหวแถว 4,640 ดอลลาร์ ทั้งนี้หากยังปักหลักเหนือ 4,600 ดอลลาร์ได้เป้าถัดไปคือ 4,700 และ4,870 ดอลลาร์
ราคาทองคำได้แรงหนุนจากมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เข้ามาพยุงตลาดพันธบัตร กลับสร้างความกังวลต่อความเชื่อมั่นในดอลลาร์ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.
นอกจากนี้ ตลาดลดความเชื่อมั่นต่อแนวโน้ม การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หนุนแรงเก็งกำไรใน ตลาดCOMEX และกระแสเงินลงทุนใน Gold ETF ให้ฟื้นตัวขึ้น โดยล่าสุด SPDR SPDR ซื้อเพิ่ม 8.28 ตัน เพิ่มการถือครองเป็น 1,047.21 ตัน และเดือนสิงหาคมซื้อสุทธิรวม 39.34 ตัน
คืนนี้จับตาการแถลงของ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ต้องดูว่าจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากที่ได้ประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตร (Buyback) รัฐบาลอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน เพื่อบรรเทา แรงกดดันในตลาด
อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลต้องเข้าพยุงตลาดยิ่งทําให้ตลาดจับตาภาระหนี้สหรัฐฯ ที่สูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมประเมินประสิทธิผลของมาตรการในการลดแรงกดดันต่อ Bond Yield ซึ่งล่าสุด Bond Yield ยังทรงตัวในระดับสูง โดยอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.716% และอายุ 30 ปีที่ 5.25% ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่บริเวณ 98.84 จุด
อย่างไรก็ดีในสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคพื้นฐาน หรือ PCE เดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.1% นอกจากนั้นยังต้องรอดูตัวเลขการประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ1.5% รวมถึงการทบทวน Nonfarm Payrolls รายปี และความ เสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับราคาทองคํา
แต่ไฮไลท์สำคัญน่าจะอยู่ที่ การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด เควิน วอร์ช จากงานประชุมประจำปีของ FED ที่แจ็กสันโฮล ในวันศุกร์ ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าประธานเฟด จะมีนโยบายการเงินในช่วงหลังจากนี้อย่างไร เมื่ออัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ควบคู่ไปกับสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงาน รวมถึงนโยบายการคลังที่เข้ามาแทรกแซงตลาดพันธบัตรเพื่อกดอัตราผลตอบแทนให้ลดลง
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทาง “ขาขึ้นร้อนแรง (Bullish Rally)” รับปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวจากการเสื่อมถอยของความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐฯ / วิกฤตหนี้สาธารณะ และการแทรกแซงนโยบายพันธบัตร แม้ในทางเทคนิคัลราคาจะเข้าสู่เขต Overbought อย่างหนัก และเสี่ยงต่อแรงเทขายปรับฐานระยะสั้น แต่ภาพรวมตลาดยังคงได้เปรียบในฝั่งซื้อ
ทั้งนี้สายเก็งกำไรระยะสั้น ชะลอการไล่ราคาฝั่งซื้อใน Timeframe ใหญ่ หากต้องการเทรดเน้นใช้กรอบเวลาสั้น (TF 5-15 นาที) รอจังหวะเกิดสัญญาณ Oversold แล้วเข้าเร็ว-ออกเร็ว โดยให้แนว 4,300 – 4,400 ดอลลาร์ หรือ 67,000 – 68,000 บาท เป็นโซนแนวรับใหม่ทางเทคนิคัลที่มีความได้เปรียบเชิงต้นทุนสูงหากราคาเกิดการพักฐานใหญ่
สำหรับผู้ที่มีต้นทุนด้านล่าง สามารถพิจารณาทอยขายล็อกทำกำไรบางส่วน เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รอช้อนซื้อกลับเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ โดยให้แนวต้านแถว 4,650 ดอลลาร์ แต่หากเบรกผ่านได้ มีเป้าหมายถัดไปที่ 4,700 – 4,800 ดอลลาร์หรือทองไทยราว 73,000 บาท
ด้าน YLG Bullion มองว่า
เมื่อวันศุกร์ราคา gold spot ได้ปรับตัวขึ้นต่อ จนเกิด Bearish Divergence ใน 1 และ 4 ชม. ทำให้ต้องระวังการไล่ซื้อและการเข้าซื้อควรรอการย่อตัวของราคา สำหรับวันนี้ขยับแนวรับแรกมาที่ 4,563 ดอลลาร์ หากยืนได้ยังไถขึ้นต่อ แต่หากหลุด 4,563 ดอลลาร์ จะเข้าสู่การพักตัวโดยมีแนวรับแรก 4,500-4,450 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน 4,641-4,652 ดอลลาร์ หากผ่าน 4,652 ดอลลาร์ ให้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไปพร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,563 ดอลลาร์ เพื่อ Lock กำไร และเปิดสถานะซื้ออีกครั้ง หากราคาพักลงไม่หลุด 4,463 ดอลลาร์ หากหลุด 4,463 ดอลลาร์ ให้ชะลอไปเข้าซื้อที่ 4,500-4,450 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4,450 ดอลลาร์
ขณะที่ MTS Gold มองในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคํายังคงแข็งแกร่ง หลังสามารถปรับขึ้นเหนือ 4,650 ดอลลาร์ และกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ขณะที่โครงสร้างราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งระยะสั้น กลาง และยาว สะท้อนภาพขาขึ้นที่ชัดเจน
หากราคายังรักษาระดับเหนือ 4,600 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อ อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ในเขต Overbought จึงต้องระมัดระวังแรงขายทํากําไรและความผันผวนตามกระแสข่าวในระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับราคาทองคํา Spot อยู่ที่ 4,600 และ 4,550 ดอลลาร์ แนวต้านอยู่ที่ 4,700 และ 4,750 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน เพิ่มขึ้นกว่า 2.3% โดยทะลุ 4,600 ดอลลาร์ได้ หลัง Scott Bessent รมว.คลังสหรัฐ ส่งสัญญาณว่าอำจขยายวงเงินซื้อคืนพันมบัตรเพิ่มเติม ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนทองคำ
กลยุทธ์การลงทุน แนะรอซื้อที่ 4,548 ดอลลาร์ มีแนวรับที่ 4,548 /4,519 และ4,492 ดอลลาร์ มีจุด SLที่ 4,485 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านยู่ที่ 4,680 /4,704 และ4,727 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.