Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

Gold Outlook 2024 (Second Half) EP1 : คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล อินเตอร์โกลด์

- Advertisement -

1,042

- Advertisement -

ทิศทางราคาทองคำ (ครึ่งปีหลัง) ปี 2567 – Gold Outlook 2024 EP1

สัมภาษณ์พิเศษ คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)

ทองคำครึ่งปีแรกบวกแรงเหตุจากความ“กลัว” เฟดลดดอกเบี้ย-สงคราม-เลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ จับตาครึ่งปีหลังอาจผันผวนแต่ยังมีโอกาสบวกต่อ

ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com

.

- Advertisement -

ระบชมคลิป ทิศทางราคาทองคำ(ครึ่งปีหลัง) 2567 – Gold Outlook 2024 EP3

คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวกับ GoldAround ถึงการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในช่วงครึ่งปีแรก และแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังว่า

ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาไม่คาดคิดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมากขนาดนี้ ทั้งนี้แม้ว่าเมื่อช่วงต้นปี ก็มองว่าทองคำยังเป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่การที่ราคาได้ปรับขึ้นจากต้นปีแถว 2,000 ดอลลาร์ มาทำสถิติสูงสุดระดับ 2,450 ดอลลาร์ ถือเป็นเรื่องเกินความคาดหมาย

อย่างไรก็ดีก็ถือว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจสำหรับนักลงทุนทองคำ และทองคำได้รับการจับตามองในวงกว้าง

คุณธีรรัฐ ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากขนาดนี้ และคาดว่าจะส่งต่อเนื่องไปยังช่วงครึ่งปีหลัง หลัก ๆ ก็น่าจะมีอยู่ 3 ประเด็นคือ 1.เงินเฟ้อและดอกเบี้ย 2.เรื่องปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่ต่าง ๆ และ 3.การเลือกตั้งผู้นำของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

- Advertisement -

ทั้งนี้การที่ราคาทองคำได้ปรับขึ้นมาแรงเกินคาด และไม่ได้ปรับลดลงเมื่อปัญหานั้นได้ลดความรุนแรงลง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่วนมากเมื่อเกิดปัญหาขึ้นราคาจะพุ่งแรง และจะลดลงแรงเมื่อปัญหาเริ่มสงบลง

แต่ราคาทองคำในปีนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทำให้ราคาที่สูงขึ้นนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นราคาในอนาคตที่เกิดจากการคาดการณ์ล่วงหน้า หรือความกลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้มองว่าอนาคตราคาทองอาจจะไปต่อไม่ได้ไกล

ในทางตรงกันข้ามหากว่าความกลัวจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรกไม่เป็นไปตามที่คาด หรือไม่เหนือจากที่คาดการณ์มากนัก หรือว่าไม่มีการเล่นข่าวในหลาย ๆ ประเด็นตามที่คาดการณ์ไว้ ราคาทองคำอาจจะปรับลดลงมาได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนครั้งการลดดอกเบี้ย หรือปัญหาเรื่องสงครามไม่ขยายวงกว้างเป็นต้น

กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่าหากจะมาแยกในแต่ละประเด็นหลัก เริ่มจากเรื่องของเงินเฟ้อและการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด จากเมื่อช่วงต้นปีหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าปีนี้เฟดจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง แต่มาจนถึงขณะนี้การคาดการณ์เหลืออาจจะลดเพียงแค่ 2 หรือ 1 หรือไม่ลด ขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อและตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ หลังจากนี้ และแม้ว่าหากว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 1–2 ครั้ง ตามคาดการณ์ ก็อาจจะทำให้ไม่ขึ้นไปมากกว่านี้ก็เป็นได้

ต่อมาคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แน่นอนว่าจากสถิติในครั้งที่ผ่าน ๆ มาในช่วงก่อนการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้งราคาทองคำจะเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน เพราะนโยบายของผู้สมัครทั้ง 2 ฝั่ง จะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมโลก

แม้ว่าหลายคนจะมองว่าหากว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้รับชัยชนะ อาจจะทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นแรง เพราะอาจจะเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ แต่อยากให้ไปย้อนดูสมัยที่ “ทรัมป์” ได้เป็นประธานาธิบดี ราคาทองคำได้ปรับลดลง แต่การเติบโตในภาคการลงทุนจะไปอยู่ในทรัพย์สินส่วนอื่นแทน ดังนั้นจะต้องมารอดูนโยบายของผู้สมัครทั้ง 2 ฝั่งอีกครั้ง

ส่วนเรื่องของปัญหาสงคราม ในช่วงครึ่งปีแรกราคาทองคำได้แรงหนุนจากเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่จากที่ผ่านมาเมื่อเกิดความขัดแย้งราคาจะปรับขึ้นแรง และลงแรงเมื่อความขัดแย้งได้ชะลอตัวลง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครึ่งปีแรกเมื่อปัญหาสงครามได้ลดความรุนแรงลง แต่ราคาทองคำไม่ได้ลดลงมากนัก เพราะนักลงทุนยังมีความกลัวว่าสงครามยังมีโอกาสที่จะกลับมาได้อยู่

ซึ่งความขัดแย้งส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น จะไม่ใช่เกิดจากคู่กรณี 2 ประเทศที่มีความขัดแย้งกัน แต่จะมีประเทศที่ 3 คอยหนุนหลัง แต่หากว่านโยบายผู้นำคนใหม่ของประเทศที่ 3 เปลี่ยนไป โดยเฉพาะผู้นำอเมริกา ก็อาจจะทำให้ความกังวลลดลง และราคาทองคำก็อาจจะลดลงมาได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ถือว่าต้องจับตาใกล้ชิด

“ตอนนี้มองว่าทองคำมีต้นทุนที่สูงจากความกลัว หรือการคาดการณ์ในเรื่องต่าง ๆ และถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตมันไม่น่ากลัวเหมือนอย่างที่คาดคิดไว้ ราคาทองคำอาจจะปรับลดลงมาได้ แต่กรอบของการปรับลดลงถ้ามองนเชิงเทคนิคก็อาจจะไม่มากนัก เช่นเดียวกับการปรับเพิ่มขึ้นก็อาจจะขึ้นได้ยากเช่นกัน ยกเว้นจะเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดสงครามรุนแรง และมีการขยายวงกว้างจริง ๆ ก็อาจจะดันราคาทะลุไปไกลได้ ”

กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวว่าหากจะมามองในเชิงเทคนิค ในช่วงครึ่งปีแรกราคาทองคำได้ปรับขึ้นมามาก หากจะขึ้นต่อเนื่องก็มองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และโอกาสที่ราคาจะทำสถิติสูงสุดตลอดกาลต่อเนื่องหลายครั้ง เหมือนอย่างช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจะเป็นไปได้ยาก โดยกรอบราคาที่จะปรับขึ้นอาจจะอยู่ในวงจำกัด

ทั้งนี้ราคาทองคำได้เคลื่อนไหวไซด์เวย์ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ โดยมาอยู่แถว 1,980 ดอลลาร์มาก่อนจะปรับขึ้นแรงในช่วงเดือนมีนาคมจนมาถึงระดับ 2,450 ดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม

ทั้งนี้หากจะใช้เครื่องมือฟิโบนัสชี ลากจากจุดต่ำสุดไปจนถึงจุดสูงสุด ราคาที่ระดับประมาณ 50% ซึ่งเป็นขุดซื้อสะสม และเป็นแนวรับสำคัญในรอบนี้จะอยู่แถวประมาณ 2,210 ดอลลาร์ ซึ่งก็มีความเป็นได้ที่ราคาจะลงไปพักตัวแถวนั้น แต่คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะราคาจึงจะลงไปถึงจุดดังกล่าว ส่วนราคาทองคำไทยอาจจะลงไปแถว 39,000 บาท หรือต่ำกว่านั้นเล็กน้อย

ส่วนแนวต้านระยะสั้น จะอยู่แถว 2,360-2,370 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่ราคาขึ้นมาทดสอบบ่อยครั้ง แต่ยังยืนไม่ได้ ถ้าหลุดขึ้นไปได้ จะไปอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ซึ่งเป็นแนวต้านจิตวิทยา และแนวต้นถัดไปคือ จุดสูงสุดตลอดกาล

ส่วนจะขึ้นไปถึงระดับ 2,500 หรือ 2,600 ดอลลาร์ ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ได้หรือไม่นั้น ยังมองว่าหากเป็นนักลงทุนระยะยาวโอกาสยังเปิดกว้าง และในระยะสั้นมองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ยกเว้นจะเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะเรื่องสงคราม

เช่นเดียวกับราคาทองคำไทย โอกาสที่จะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมแถว 42,000 บาท ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปีนี้ถือเป็นปีพิเศษของราคาทองคำไทย เพราะในช่วงที่ราคา gold spot ปรับเพิ่มแรง ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าหนุน ทำให้ราคาทองคำไทยเด้งแรงกว่าที่ควรจะเป็น

ทั้งนี้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดในการลงทุน เพราะในระยะหลังความสัมพันธ์นการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์กับราคาทองคำและค่าเงินบาทเริ่มมีความผันผวน ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More