ทิศทางราคาทองคำ 21-25 ก.ย.2569 พูดคุยกับคุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์
แบงก์ชาติดาหน้าขึ้นดอกเบี้ยแต่กดทองไม่ลง LHC แนะย่อซื้อ แต่ไม่ควรหลุด $4,230 เพื่อรอการระเบิดรอบใหญ่ในช่วงปลายปี
ตลาดทองคำโลกแสดงแรงส่งฟื้นตัว และสะท้อนพฤติกรรมดูดซับแรงขายอย่างเด่นชัด แม้กลุ่มธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประสานเสียงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างเข้มงวด แต่ราคาทองคำกลับไม่ทรุดตัวลงรุนแรง แต่ดีดตัวกลับอย่างรวดเร็ว
คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าวกับ Goldaround ว่า
แรงขับเคลื่อนสำคัญของทองคำยังเป็นแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยยอดการซื้อทองคำพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 2 นำโดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ที่เดินหน้าซื้อทองคำเข้าสู่ทุนสำรองต่อเนื่องติดต่อกันถึง 22 เดือน โดยยอดซื้อในเดือนกรกฎาคมถือเป็นยอดซื้อรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่เงินเฟ้อยังคงเร่งตัว โดยองค์ประกอบเงินเฟ้อในหมวดสินค้าและอาหารไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง แต่สาเหตุหลักที่ผลักดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ขยับขึ้นมาจากราคาพลังงานและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและวิกฤตเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ
“หากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านคลี่คลาย ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงตามธรรมชาติ ซึ่งจะดึงให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงทันที และเฟดอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อตามที่ขู่ไว้ แต่จะกลับเข้าสู่แผนเดิมคือการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย”คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าว
นอกจากนั้นราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากประเด็นตลาดได้ Price-in รับรู้ข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ยไปหมดแล้วเครื่องมือ โดย FedWatch Tool สะท้อนความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับราว 58% ซึ่งตลาดได้รับรู้และสะท้อนปัจจัยลบนี้ไปเกือบหมดแล้ว
สังเกตได้จากปฏิกิริยาหลังการประกาศมติเฟด ราคาทองคำทิ้งตัวลงสั้นๆ เพียง 100–130 ดอลลาร์ ก่อนจะมีแรงช้อนซื้อดีดกลับทันทีในตลาดเอเชียช่วงเช้า หากปลายปีนี้ไม่มีปัจจัยแทรกซ้อนรุนแรงเหนือความคาดหมาย วงจรข่าวลบด้านดอกเบี้ยจะจบลงอย่างสมบูรณ์ และราคาทองคำมีโอกาสทะยานขึ้นรอบใหญ่ได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับในสัปดาห์หน้า จับตาการพบกันของผู้นำสหรัฐฯและจีน ซึ่งกำหนดเดิมประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะไปสหรัฐฯ ของเพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 24 ก.ย. แต่หลังมีกระแสข่าวด้านสุขภาพของผู้นำจีน ต้องมาดูว่าการหารือจะเกิดขึ้นหรือไม่
นอกจากนั้นต้องติดตามการแถลงของบรรดาประธานเฟดสาขาต่างๆ หลังพ้นช่วง Blackout Period ซึ่งอาจออกมาส่งสัญญาณเชิงเข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อและกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
มาดูกรอบการกลยุทธ์การลงทุน กราฟรายวัน (Day) เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในเชิงบวก แนะนำกลยุทธ์หลัก “ย่อซื้อ (Buy on Dip)” โดยมีแนวรับแรกที่ 4,300 ดอลลาร์ หรือ 68,500 บาทเป็นจุดเข้าทยอยสะสมไม้แรกเมื่อเกิดการย่อตัว
ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,280 ดอลลาร์ หรือ 68,000 บาทซึ่งเป็นฐานราคาที่มีแรงซื้อหนาแน่น ส่วนจุดตัดขาดทุนอยู่ที่ 4,230 ดอลลาร์ หรือ 67,500 บาทฐานต่ำสุดของสัปดาห์ก่อน หากหลุดภาพขาขึ้นจะเสียทรง
ส่วนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 4,380 – 4,400 ดอลลาร์หรือ 69,100 บาท ที่ราคากำลังทดสอบในปัจจุบัน ส่วนแนวต้านหลักอยู่ที่ 4,430 – 4,450 ดอลลาร์ หรือ 69,600 – 70,000 บาท หากทะลุได้โมเมนตั้มจะเปิดขึ้นต่อทีละ 50 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายใหญ่ที่ 4,700 ดอลลาร์ หรือ 71,000 บาท จุด High เดิมช่วงที่ผ่านมาลุ้นทดสอบรอบใหญ่ปลายปี
“ทั้งนี้ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบกว้าง 200 ดอลลาร์ ระหว่าง 4,230–4,430 ดอลลาร์ นักลงทุนที่เล็งจังหวะเข้าซื้อสะสมทองคำแท่ง หากเห็นการย่อตัวลงมาบริเวณ 68,000–68,500 บาท (หรือ ราคาทองคำ Spot แถว4,280–4,300 ดอลลาร์) ถือเป็นโซนต้นทุนที่ปลอดภัยและคุ้มค่าอย่างยิ่งต่อการเข้าสะสมเพื่อถือครองข้ามไปทำกำไรในช่วงปลายปี” คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าว
รับชมคลิป







Comments are closed.