ทิศทางทองคำวันนี้ 10 ก.ย.2569 คุยกับคุณอารีรัตน์ มุราชัย GCAP GOLD
ทองคำแกว่งแคบรอระเบิดศึกเงินเฟ้อ แนะย่อตั้งรับ 4,375–4,330 ดักเด้งทำกำไร พร้อมปรับพอร์ตรอดูดบ.สัปดาห์หน้า
ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 100 ดอลลาร์ แม้จะยังรักษาระดับเหนือแนวต้านจิตวิทยา 4,400 ดอลลาร์ได้ แต่ยังขาดแรงส่งที่จะทะลุผ่านโซน 4,450 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ ท่ามกลางแรงกดดันและแรงหนุนที่กำลังประจันหน้ากันอย่างดุเดือด ทั้งจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ การแข็งค่าของเงินเยน และประเด็นความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยสายตาทุกคู่ของนักลงทุนทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่การเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำสัปดาห์นี้ ซึ่งจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญชี้ขาดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดทองคำกำลังเผชิญกับ 4 ปัจจัยหลักที่เข้ามาคานอำนาจกันอย่างชัดเจน
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) แม้ตัวเลขการเข้าซื้อพันธบัตรคืน (Treasury Buyback) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ขยับขึ้นมาแตะระดับ 6,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะสูงกว่าที่รมว.คลังระบุ แต่ยังไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ ส่งผลให้แรงเทขายพันธบัตรยังมีต่อเนื่อง บอนด์ยีลด์จึงทรงตัวในระดับสูงและทำหน้าที่เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
- ค่าเงินเยนและการแยกทางของดอลลาร์ ปกติแล้วดอลลาร์และบอนด์ยีลด์มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน แต่ช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐกลับมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับค่าเงินเยนเป็นหลัก เมื่อเงินเยนแข็งค่าขึ้น ดอลลาร์จึงอ่อนค่าลงและกลายมาเป็นแรงพยุงราคาทองคำ
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง ปัจจัยความตึงเครียดในภูมิภาคยังช่วยจำกัดช่วงขาลงของทองคำ
- ความไม่แน่นอนเรื่องดอกเบี้ยเฟด ประธานเฟด ยังคงส่งสัญญาณเน้นย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% อย่างเหนียวแน่น ทำให้ตลาดไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ในการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปได้
ในส่วนของตัวเลขเงินเฟ้อประจำสัปดาห์นี้ คุณอารีรัตน์ประเมินว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) คาดการณ์ว่าจะมีการขยับตัวขึ้นทั้งในระดับรายเดือนและรายปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบระยะสั้นเข้ามากดดันราคาทองคำ
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ Core CPI ตลาดให้น้ำหนักกับตัวเลข Core CPI มากกว่า เนื่องจากในเดือนสิงหาคม ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรง (แกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 80–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) หากตัวเลข Core CPI ชะลอตัวลง จะเป็นสัญญาณหนุนให้ตลาดมองว่าเฟดไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า
มาดูมุมมองทางเทคนิค กลุ่มนักลงทุนพอร์ตใหญ่ แนะนำให้พิจารณาทยอยลดสถานะหรือบริหารความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต ก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
ส่วนกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้น จุดเข้าซื้อทยอยตั้งรับไม้แรกที่บริเวณ 4,375 ดอลลาร์ (ราคาทองคำแท่งไทยประมาณ 68,200 บาท) และเตรียมไม้ถัวเฉลี่ยที่แนวรับ 4,330 ดอลลาร์ (ราคาทองคำแท่งไทยประมาณ 67,500 บาท)
จุดทำกำไร: ขายล็อกกำไรไม้แรกที่แนวต้าน 4,440 ดอลลาร์ (ราคาทองคำแท่งไทยประมาณ 68,800–69,000 บาท) หากราคาสามารถทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้ ให้ถือลุ้นไปทำกำไรถัดไปที่บริเวณ 4,485–4,500 ดอลลาร์ (ราคาทองคำแท่งไทยประมาณ 69,700–70,000 บาท)
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) หากราคาทองคำปิดหลุดแนวรับ 4,300 ดอลลาร์ (หรือหลุดแนวรับย่อย 4,270–4,280 ดอลลาร์) ต้องพิจารณาตัดขาดทุนทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่ราคาจะร่วงลงไปทดสอบแนวรับลึกบริเวณ 4,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นฐานเบรกเอาต์ของกรอบสามเหลี่ยมเดิม
รับชมคลิป






Comments are closed.