gold spot แกว่งตัวแรงรอ 3 ข่าวใหญ่ คืนนี้มีเงินเฟ้อ PPI และ CPI คืนวันศุกร์ รวมถึงก.คลังสหรัฐอัดฉีดเงินซื้อพันธบัตรเพิ่ม
มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำเช้านี้ยังขยับแดนบวก สมาคมค้าทองคำประกาศราคาแรกของวันบวกเพิ่ม 250 บาท ก่อนจะปรับขึ้น-ลงอีกเล็กน้อย ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ. ของสมาคมค้าทองคำ ณ. เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 68,700 บาท รับซื้อที่ 68,500 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.89 บาท
โดย MTS Gold มองว่า
แม้ราคาทองคําไทยได้รับแรงกดดันจากเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าตามดอลลาร์ที่อ่อนลง แต่ราคายังสามารถเคลื่อนไหวบริเวณ 68,700 บาท ขณะที่ฐานระยะสั้นขยับสูงขึ้นมาอยู่บริเวณ 67,000 บาท สะท้อนว่าแรงรับของทองคําไทยยังคงแข็งแกร่งในระดับที่สูงขึ้น โดยให้แนวรับราคาทองคำไทยที่ 68,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,000 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคา gold spot วานนี้ ปิดบวก 46 ดอลลาร์ โดยปิดตลาดแถว 4,400 ดอลลาร์ ก่อนเช้านี้จะขึ้นทดสอบ 4,420 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากดอลลาร์หลุด 99 จุดลงมาบริเวณ 98.79 จุด อ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์
อย่างไรก็ดีการปรับเพิ่มขึ้นอยู่ในกรอบจำกัด เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงยังเผชิญแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ 10 ปี ที่พุ่งแตะ 4.85% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2023 โดยการปรับขึ้นรอบนี้สะท้อนความกังวลด้านเงินเฟ้อ หนี้รัฐบาล และแรงขายพันธบัตรระยะยาว มากกว่าความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ จึงไม่ได้หนุนดอลลาร์มากเหมือนในภาวะปกติ
ขณะที่ตลาดยังคาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% วันที่ 17–18 ก.ย. ซึ่งช่วยหนุนเงินเยนและเพิ่มแรงกดดันต่อ Yen Carry Trade ทําให้แรงหนุนต่อดอลลาร์ยังจํากัด
นอกจากนั้นราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจาก การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงิน Treasury Buyback พันธบัตรระยะยาวเป็นสูงสุด 6 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์
นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผย ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันนี้ (10 ก.ย.)
คาดว่าดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน ไม่รวมอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้นแตะ 0.3% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 0.2% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะเพิ่มขึ้นแตะ 0.4% จากตัวเลขครั้งก่อน 0.0% หากตัวเลขออกมาตามคาดจะเป็นลบต่อทองคำ
นอกจากนั้นยังรอดูตัวเลขดัชนีผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค. ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) คาด ดัชนี CPI เมื่อเทียบรายปี จะปรับตัวขึ้น 3.4% เท่ากับเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จะปรับตัวขึ้น 2.4% ลดลงจากเดือน ก.ค.ที่ระดับ 2.5%
เมื่อไปดู FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการ ประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้
นอกจากนั้นในวันนี้จะมีผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป คาดจะประเพิ่มดอกเบี้ยขึ้น 0.25% จาก 2.40% เป็น 2.65%
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง InterGOLD มองทางเทคนิคว่า
แนวรับแถว4,360 ดอลลาร์ หรือ 68,200 บาท ยังเหนียวแน่น แม้ US 10Y Yield จะพุ่งทะลุ 4.82% แต่กลับไม่มีแรงขายรุนแรงออกมา สะท้อนว่าฝั่งขายเริ่มชะลอตัว
กลยุทธ์ระยะสั้น หากราคาจังหวะย่อตัวลงมาบริเวณ 4,380 ดอลลาร์ หรือ68,400 บาท ถือเป็นจุดน่าเข้าซื้อ เพื่อลุ้นทำกำไรเป้าหมายระยะสั้นประมาณ 30 ดอลลาร์ หรือประมาณ 300 บาท แต่แนวต้านจะอยู่แถว 4,450 ดอลลาร์ หรือ 69,000 บาท
ด้าน YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคาผ่านแนวต้าน 4,414 ดอลลาร์ได้ อย่างไรก็ดีราคายังไม่ทะลุแนวต้าน 4,443 ดอลลาร์ไปได้ ทำให้เกิดแรงขายกดดันให้ราคาพักตัวลงมาอีกครั้ง แต่หากยังรักษาฐานเหนือ 4,340 ดอลลาร์ได้มองว่าเป็นการพักตัวเพื่อดีดขึ้นต่อ
การเข้าซื้อรอการย่อตัวแล้วเสี่ยงเปิดสถานะซื้อหากไม่หลุด 4,340 ดอลลาร์ แต่หากหลุดชะลอไปเข้าซื้อที่รับถัดไป และตัดขาดทุนหากหลุด 4,282 ดอลลาร์ ไปขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 4,443 ดอลลาร์ ผ่านได้สามารถถือต่อไปรอขายที่แนวต้าน 4,487-4,511 ดอลลาร์
ด้าน Ausiris มองว่า
เมื่อวานนี้ราคาทองคำเคลื่อนไหว SideWay ออกด้านข้างในกรอบกว้าง โดยพยายามปรับตัวขึ้น แต่ยังไม่สามารถที่เบรกราคาขึ้นไปมากกว่า 4,450 ดอลลาร์ ก่อนจะมีแรงเทขายย่อลงมา แต่ไม่หลุด 4,300 ดอลลาร์ ทำให้ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4,450-4,300 ดอลลาร์
สำหรับวันนี้แนะนำให้ซื้อขายขามกรอบแนวรับต้านระหว่างวัน โดยให้แนวรับที่ 4,375 และ4,345 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,447 และ4,473 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ แนะ
ว่าฝั่งจะซื้อ รอราคาย่อลงมาแถว 4,390-4,400 ดอลลาร์ หรือรอแท่งเทียน H1 ปิดเหนือ4,420 ดอลลาร์ มองเป้าหมายที่ 4,420 ถึง4,450 ดอลลาร์ และ 4,485 ดอลลาร์ ส่วนฝั่งขายหากราคาขึ้นไปแถว 4,420-4,450 ดอลลาร์แล้วมีแท่งกลับตัวชัดเจน มองฝั่ง Sell เป้า 4,380 ดอลลาร์ ถ้าแท่งเทียน H1 ปิดต่ำกว่า 4,380 ดอลลาร์ มองลงต่อไปแถว 4,345 และ4,310 ดอลลาร์







Comments are closed.