Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางทองคำ-ดัชนี ส.ค.69 ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ

- Advertisement -

46

- Advertisement -

ถอดรหัสหลังศึก Jackson Hole เฟดกู้เอกภาพดอลลาร์-สยบศึกคลังสหรัฐฯ ฉุดทองคำย่อแนะดักจังหวะสะสมรอบใหม่

การประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เมือง Jackson Hole ยังคงทำหน้าที่เป็น “สมรภูมิชี้ชะตาทิศทางสินทรัพย์โลก” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปีชี้ชัดว่า หลังการประชุมในแต่ละครั้ง

ราคาทองคำมักเกิดความผันผวนไม่ต่ำกว่า 2% ไม่ว่าจะเป็นฝั่งขาขึ้นหรือขาลง จาก 10 ปีหลัง ราคาทองคำมีสถิติปรับขึ้น 6 ครั้ง และปรับลง 4 ครั้ง ทว่าในปีนี้ ถ้อยแถลงล่าสุด ของปธ.เฟด ส่งผลให้สถิติขยับขึ้นมาสูสีที่ 6 ต่อ 5 สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มราคาทองคำช่วงปลายปีเริ่มมีความท้าทายและความไม่แน่นอนมากขึ้น

Gold Around ได้เจาะลึกมุมมองแบบเอกซ์คลูซีฟกับ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ ถึงเบื้องหลังเกมการเงินโลก

แรงปะทะระหว่างนโยบายการคลังกับนโยบายการเงิน พร้อมวิเคราะห์ทิศทางเทคนิคและสภาวะตลาดค้าทองคำในประเทศ
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้าการประชุม Jackson Hole ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงทะลุระดับ 4,000 ขึ้นไปแตะโซน 4,700 ดอลลาร์ หรือพุ่งขึ้นมาราว 700 ดอลลาร์ แรงหนุนหลักส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสความกังวลที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ พยายามเข้ามาแทรกแซงตลาดพันธบัตรผ่านแผนการซื้อคืนพันธบัตร (Bond Buyback)

- Advertisement -

แม้ตัวเลขเม็ดเงินเบื้องต้นที่คาดว่าจะใช้จะอยู่ที่ ระดับ 2,000 –4,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับในอดีต แต่การส่งสัญญาณแทรกแซงโดยไม่สอดรับกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ตลาดมองว่า ดอลลาร์สหรัฐกำลังสูญเสียเอกภาพและความน่าเชื่อถือ เม็ดเงินจึงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและคริปโทเคอร์เรนซี

อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของประธานเฟดในการประชุม Jackson Hole กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นการซื้อคืนพันธบัตร แต่ส่งสัญญาณหนักแน่นว่า “เฟดยังคงมุ่งมั่นดึงเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2% ให้ได้” เนื่องจากเงินเฟ้อปัจจุบันยังทรงตัวในระดับสูงกว่า 3% พร้อมเปิดทางความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากจำเป็น

“สิ่งที่ประธานเฟดทำคือการดึงความเชื่อมั่นในเอกภาพของดอลลาร์กลับคืนมาเต็มร้อย และเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว สินทรัพย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างทองคำจึงเผชิญแรงขายทำกำไรออกมารุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน” ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวและว่า แม้ทองคำจะโดนแรงขายกดดันระยะสั้น แต่ปัญหา Bond Yield (ผลตอบแทนพันธบัตร) และภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเป็น “ระเบิดเวลา” ที่พร้อมจะกลับมาเป็นแรงหนุนราคาทองคำได้เสมอ โดยมีไทม์ไลน์สำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สัปดาห์ถัดไปคือ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls) เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของภาคแรงงาน ตามมาด้วยวันที่ 9 ก.ย. วันเริ่มต้นแผนการเข้าซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการ คลังสหรัฐฯ ซึ่งต้องจับตาวงเงินก.คลังจะใช้ และปฏิกิริยาของตลาด

ตามมาด้วย ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI / PPI) ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย และท้ายสุดคือ การประชุม FOMC เดือนกันยายน: ซึ่งจะชี้ชะตานโยบายการเงินสหรัฐฯ สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

- Advertisement -

มาดูมุมมองการลงทุน เริ่มจาก gold spot ราคาได้ปรับฐานจากโซน 4,700 ดอลลาร์ลงมา ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลงแบบตื่นตระหนก แต่เป็นการลงมาพักฐานและสะสมพลังในรูปแบบไซด์เวย์ โดยโครงสร้างราคายังเป็นการ “ยก Low” ที่สวยงาม

ทั้งนี้มองโซนแนวรับแรกแถว 4,400 –4,420 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับหลักอยู่ที่ 4,300 –4,350 ดอลลาร์ โดยมีแนว 4,340–4,350 ดอลลาร์เป็นจุดวัดใจสำคัญ ส่วนจุดตัดขาดทุน 4,250 ดอลลาร์ หากหลุดต่ำกว่าระดับนี้ โครงสร้างราคาจะเสียทรงทันที ส่วนเป้าหมายหากราคาไม่หลุด 4,350 ดอลลาร์ มีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 4,900 ดอลลาร์ได้

ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศ โซนแนวรับอยู่บริเวณ 69,900 – 70,000 บาท หรือโซน 66,000 – 68,000 บาท ขึ้นอยู่กับการย่อตัวของตลาดโลก แต่แนวรับแข็งแกร่งอยู่ที่โซน 64,000 – 66,000 บาท ซึ่งเป็นฐานราคาเดิม กลยุทธ์การลงทุน:รอจังหวะตลาดย่อตัวเข้าสู่แนวรับแล้วทยอยสะสม

นอกจากมิติการลงทุนระดับโลกแล้ว ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ ยังได้สะท้อนถึงสภาพความเป็นจริงของ ธุรกิจค้าทองคำในประเทศ ซึ่งยังคงอยู่ในภาวะที่เหนื่อยและท้าทายต่อเนื่องตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา

จากราคาทองคำแท่งในอดีตระดับ 20,000–30,000 บาท ขยับขึ้นมาสู่ 40,000–50,000 บาท จนกระทั่งแตะระดับ 70,000 บาท ในปัจจุบัน ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงโดยตรง เช่น จากเดิมเคยซื้อทองน้ำหนัก 1 บาท ก็ลดลงเหลือ 2 สลึง หรือ 1 สลึง

จากภาวะค่าครองชีพที่สูงและราคาน้ำมันแพง ทำให้ผู้บริโภครัดเข็มขัด ไม่นิยมซื้อทองรูปพรรณเพื่อการสวมใส่ แต่หันมาเลือก “การออมทอง” และสะสม “ทองคำแท่งขนาดเล็ก (Mini Gold Bars)” แทน เนื่องจากมีส่วนต่างราคา (Margin) และค่ากำเหน็จที่ต่ำกว่า
แม้ทองคำจะให้ผลตอบแทนชนะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอย่างต่อเนื่อง แต่ปีนี้นับเป็นปีแรกในรอบ 3 ปีที่ราคาทองคำลงไปทำจุดต่ำสุด (Low) ในช่วงกลางปี (ย่อลงไปแถว 62,500 บาท) แทนที่จะเป็นช่วงต้นปีเหมือนในอดีต ทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More