Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางทองวันนี้ 6 ส.ค.2569 พูดคุยกับ คุณวิโรสินี สดากร ชายน์นิ่งโกลด์

- Advertisement -

26

- Advertisement -

สัมภาษณ์พิเศษ คุณวิโรสินี สดากร AISA ผจก.ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน

แม้ gold spot จะดีดทดสอบ $4,300 แต่รอผล 2 ประเด็นเพื่อชี้จะไปต่อหรือย่อซ้ำ สหรัฐคุยอิหร่าน/ FED ร่วมอุ้ม “เยน” หรือไม่

คุณวิโรสินี สดากร ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจาก 2 ประเด็นสำคัญ คือ

1.ความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงเพื่อลดความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหาร และช่วยให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ ซึ่งอาจช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงานของโลก

2.ความหวังต่อความร่วมมือระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น ในการพยุงค่าเงินเยน ผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่ตลาดกำลังจับตา รวมถึงความเป็นไปได้ที่ Fed จะมีบทบาทสนับสนุนผ่านโครงการ FIMA Repo Facility

- Advertisement -

ความคาดหวังจากทั้ง 2 ประเด็นถือเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้ภาพทางเทคนิคสามารถ Break กรอบ Sideway ในรูปแบบสามเหลี่ยม ขึ้นมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามทั้ง2 ประเด็นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

ดังนั้นในมุมมองปัจจัยพื้นฐาน ตลาดยังอยู่ในช่วงรอความชัดเจน และอาจยังมีความผันผวนได้หากมีข่าวใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของนักลงทุนจึงยังควรติดตามทั้ง พัฒนาการของการเจรจา และ ท่าทีของ Fed ควบคู่ไปกับสัญญาณทางเทคนิค เพื่อประเมินความแข็งแรงของการ Break ในรอบนี้ต่อไป

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น วานนี้ราคาทองคำสามารถทะลุกรอบ Sideway Symmetrical Triangle ขึ้นมาได้แล้ว ทำให้ราคาดีดขึ้นหลัง Break เกือบ 200 ดอลลาร์ ระยะสั้นอาจเผชิญแรงขายตามแนวต้าน อาศัยจังหวะดังกล่าวย่อตัวเข้า Open Long โดยกำหนด Stop Loss ที่ 3,970 ดอลลาร์

ให้แนวต้านที่ 4,296 / 4,320 และ 4,390 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 4,220 / 4,140 และ 4,020 ดอลลาร์

ส่วนภาพทางเทคนิคราคาทองคำไทยเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังสามารถ Break กรอบสามเหลี่ยม Symmetrical Triangle บริเวณ 65,800 บาท ขึ้นมาได้ ทำให้ความเป็นไปได้ของการกลับตัวเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

- Advertisement -

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญหลังจากนี้คือ การยืนเหนือโซน 65,800–66,000 บาทให้ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าการ Break ครั้งนี้มีความแข็งแรงเพียงใด

กลยุทธ์ ยังคงเน้น Buy on Dip โดยใช้โซน 66,000–65,800 บาท เป็นแนวรับสำคัญ หากราคาย่อตัวแล้วสามารถยืนเหนือฐานนี้ได้ มีโอกาสทยอยฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 69,000 บาท และ 70,200 บาท ตามลำดับ

แต่หากราคาหลุดต่ำกว่า 65,800 บาท ลงมาอีกครั้ง นักลงทุนระยะสั้นควรพิจารณาลดสถานะ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ราคาจะกลับเข้าสู่กรอบการแกว่งตัวเดิม และทำให้สัญญาณการ Break อ่อนแรงลง ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 66,750 /67,200 และ 68,000 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 66,300 /65,600 และ 64,300 บาท

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More