ทิศทางทองคำวันนี้ 5 ส.ค.2569 คุยกับคุณอารีรัตน์ มุราชัย GCAP GOLD
ลุ้น gold spot ผ่านต้านแรก $4,160 เพื่อเบรกทะลุกรอบ Symmetrical Triangle จะพุ่งไปยืนเหนือ $4,200 หรือย่อกลับไปไซด์เวย์
คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold) กล่าวว่า
ราคาทองคำเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวกลับขึ้นมาทดสอบโซนสำคัญอย่าง 4,000–4,100 ดอลลาร์ อีกครั้ง หลังจากการเคลื่อนไหวพักฐานในกรอบสามเหลี่ยม (Symmetrical Triangle) มาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน
เมื่อประเมินโครงสร้างราคาทางเทคนิค ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบสามเหลี่ยมมานานเกินครึ่งทางแล้ว ซึ่งตามหลักโครงสร้างราคา ถือว่ามีความพร้อมที่จะ “เลือกทาง” หรือเกิดการเบรกเอาต์ (Breakout) ได้ตลอดเวลา
ด่านแรกที่ราคาต้องผ่านคือ 4,150 – 4,160 ดอลลาร์ เป็นจุดทดสอบสำคัญ เพราะ Swing High เดิมอยู่ที่ประมาณ 4,165 ดอลลาร์ หากทะลุผ่านและสามารถสร้างฐาน (Consolidation) เหนือระดับนี้ได้ จะยืนยันการยก High ใหม่ และเปิดโอกาสไต่ระดับขึ้นสู่โซน 4,200 – 4,250 ดอลลาร์หากมีปัจจัยหนุนแข็งแกร่ง อาจเห็นการทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ ในระยะยาว
แต่หากราคายังไม่สามารถยืนเหนือกรอบ Trend Line โซน 4,160 ดอลลาร์ได้ อาจเกิดแรงเทขายกดดันให้ราคาย่อตัวกลับลงมาแกว่งตัวในกรอบไซด์เวย์เดิม 4,000 – 4,200 ดอลลาร์ อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากกราฟแท่งเทียนรายเดือน ก.ค. ที่เพิ่งปิดไป เริ่มเห็นการสร้างแท่งเขียวแบบ Doji ซึ่งสะท้อนถึง “แรงขายที่เริ่มชะลอตัวลง” แม้ว่าแรงซื้อจะยังเข้ามาไม่มากนัก แต่หากเดือนนี้สามารถปิดบวกต่อได้ โดยขยับขึ้นมาเกินครึ่งแท่งของแรงขายก่อนหน้า (แถวโซน 4,200 – 4,250 ดอลลาร์) จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคที่ชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตามการที่ราคาทองคำจะเบรกผ่านแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ จำเป็นต้องมีปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสนับสนุนอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตลาดกำลังจับตาความคืบหน้าของข้อตกลงและเจรจาทางการเมือง ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หากมีสัญญาณบวก ความตึงเครียดที่คลี่คลาย หรือข้อตกลงที่เดินหน้าได้จริง จะช่วยเพิ่มแรงหนุนในตลาด
นอกจากนั้นยังต้องติดตามความร่วมมือหรือการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนจากฝั่งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการผันผวนและพุ่งขึ้นฉับพลันในระยะสั้น แม้ผลกระทบอาจไม่ได้ยาวนาน แต่ถือเป็นตัวขับเคลื่อนราคาที่มองข้ามไม่ได้
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจ สัปดาห์นี้จะมีรายงานตัวเลขนันฟาร์มและอัตราการว่างงาน มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาสวิงตัวผันผวนได้สูงถึง 30–50 ดอลลาร์ (หรืออาจแรงถึง 80 ดอลลาร์ หากตัวเลขออกมาเซอร์ไพรส์ตลาด) เนื่องจากปัจจุบันตลาดตอบรับและตีความทิศทางนโยบายการเงินของเฟดหน้างานได้เร็วขึ้น
หากเฟดส่งสัญญาณ “คงอัตราดอกเบี้ย” ในการประชุมรอบถัดไปในเดือนกันยายน จะเป็นปัจจัยบวกระลอกใหญ่ที่ช่วยผลักดันให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบเป้าหมายถัดไป
สำหรับนักลงทุนทองคำในประเทศ แม้ราคาทองคำโลก (Gold Spot) จะไต่ระดับขึ้น แต่ราคาทองไทยโดนกดดันอย่างหนักจาก เงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลุดระดับ 33.20 บาท/ดอลลาร์อีกรอบทำให้ราคาทองไทยขยับขึ้นได้ไม่มากเท่าที่ควร และการปรับตัวขึ้นยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
หากราคาทองโลกทะลุขึ้นโซน 4,200 ดอลลาร์ ไปได้และเงินบาทกลับมาสวิงอ่อนค่า ทองไทยจึงจะมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบระดับ 68,000 – 70,000 บาท ได้อีกครั้ง
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น (Day Traders / Swing Traders) ผู้ที่ไม่มีสถานะอย่าเพิ่งรีบเข้าซื้อ บริเวณแนวต้านปัจจุบัน เนื่องจากเป็นกรอบด้านบนของ Trend Line มีความเสี่ยงที่จะเจอแรงเทขายย่อตัว
รอจังหวะย่อตัวเข้าซื้อ (Buy on Dip) เมื่อราคาปรับฐานลงมาบริเวณ 4,060 – 4,070 ดอลลาร์ หรือ ทองไทยประมาณ 63,600 – 63,800 บาท เผื่อถัวเฉลี่ยโซน 4,035 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 63,300 บาท
ส่วนผู้ที่มีทองคำในต้นทุนสูง ใช้จังหวะ Rebound ในการบริหารพอร์ต ในโซน 4,150 – 4,160 ดอลลาร์ หรือแนว 65,000 บาท แนะนำให้ทยอยแบ่งขายทำกำไร หรือขายปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง สำหรับสัญญาหรือทองคำที่ซื้อไว้ในราคาสูง
สรุปภาพรวม ราคาทองคำอยู่ในช่วง “จุดวัดใจ” บริเวณแนวต้าน 4,160 ดอลลาร์ หากสามารถยืนสร้างฐานได้ จะเป็นการเปิดคลื่นการปรับตัวขึ้นรอบใหม่ แต่หากยังไร้ปัจจัยพื้นฐานหนุนและไม่สามารถผ่านได้ ราคายังคงมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ Sideway เดิม นักลงทุนควรรอจังหวะย่อตัวเข้าสะสม และใช้โอกาสที่ราคาดีดตัวขึ้นในการบริหารจัดการความเสี่ยงของพอร์ตอย่างระมัดระวัง
รับชมคลิป







Comments are closed.