ราคาทองคำดาหน้าขึ้นทำ ATH gold spot แตะ $4,600 -ทองไทย 67,600 บาท สัปดาห์นี้ข่าวแรงถาโถมลงทุนระมัดระวัง
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดบวกแรง 550 บาท ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะปรับเพิ่มขึ้นรวม 150 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ที่ สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ณ เวลา 10.45 น.
อยู่ที่ 67,600 บาท ส่วนราคารับซื้อ 67,500 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 68,400 บาท ส่วนราคารับซื้อ 66,143.08 บาท เงินบาท 31.25 บาทต่อดอลลาร์
ในประเทศยังปรับตัวขึ้นทําจุดสูงสุดใหม่ใกล้ระดับ 68,000 บาทต่อบาททองคํา ตามทิศทางราคาทองคําในตลาดโลก แม้เงินบาทจะแข็งค่าแตะ 31.29 บาทต่อดอลลาร์
โดย ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองในประเทศปรับตัวขึ้นตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาท Sideway จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 67,700 และ 67,900 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 66,700 และ 66,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,500 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาฟื้นตัวแรงกลับมาปิดสัปดาห์เหนือ 4,500 ดอลลาร์ เพิ่ม ขึ้น 177 ดอลลาร์ ก่อนเช้านี้จะพุ่งทําสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All Time High) ที่ระดับ 4,601 ดอลลาร์ รับข่าวปัจจัยบวกหลังดอลลาร์อ่อนค่า จากการที่สหรัฐฯ เผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ธ.ค. ที่ออกมาอ่อนแอ ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังคงอยู่ในระดับสูงจากความไม่สงบในอิหร่าน การจับกุมปธน.เวเนซุเอลา และการส่งสัญญาณของสหรัฐฯ ที่จะเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
ส่วนสัปดาห์นี้ยังมีอีกหลายเรื่องต้องติดตาม โดยตัวเลขเศรษฐกิจจะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ในคืนวันอังคาร เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่าจะคงที่ที่ระดับ 0.3% และเมื่อเทียบเป็นรายปีคาดว่าจะคงที่ที่ระดับ 2.7% ส่วนวันพุธที่ 14 ม.ค.จะมีตัวเลข PPI ก็คาดว่าจะคงที่เช่นกัน
นอกจากนั้นในวันพุธ ต้องรอดูคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ คดีที่ปธน. ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้กฎหมาย IEEPA เพื่อเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ หากศาลตัดสินว่าภาษีนี้ผิดกฎหมาย รัฐบาล “ทรัมป์”อาจต้องคืนเงินภาษีมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำโดยตรง
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง Shining Gold มองว่า
เช้านี้ราคาทองคำเปิดตลาดด้วยการเกิด Gap Up โดยราคากระโดดปรับตัวขึ้นจากบริเวณ 4,509 สู่ 4,518 ดอลลาร์ และยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จนเข้าใกล้แนวต้านสำคัญซึ่งเป็นจุดทดสอบความเป็น Double Top
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น หากราคาสามารถทะลุ 4,570 ดอลลาร์ ได้ก่อนแนะนำ Follow Buy เผื่อถัวเฉลี่ย 4,532 ดอลลาร์ SLที่ 4,520 ดอลลาร์ หากยังไม่ผ่านแนวดังกล่าวรอย่อตัวแล้วเข้า Buy แนวต้าน 4,550/4,570/4,596 ดอลลาร์
ขณะที่ T.D.C. Gold มองว่า
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อหลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ขยายตัว 50,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าเดือนก่อนหน้าและที่น้อยกว่าคาดการณ์ ขณะที่ตัวเลขเลขเศรษฐกิจอื่นยังขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด ไม่ว่าจะเป็นอัตราว่างงานที่ปรับตัวลดลงสู่ 4.4% จาก 4.6% และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ออกมาขยายตัวมากกว่าคาด ทั้งนี้แม้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นต่อจากตัวเลขจ้างงาน แต่ถูกกจำกัดด้วยตัวเลขเศรษฐกิจอื่นที่ยังออกมาดี
ด้าน MTS Gold มองในเชิงเทคนิค
ว่าราคาทองคํามีแรงซื้อเข้ามาในช่วงเปิดตลาด ส่งผลให้ราคาสามารถ Breakout กรอบ การเคลื่อนไหวในรูปแบบสามเหลี่ยมการปรับฐานระยะสั้น และปรับตัวขึ้นทําจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All Time High) ที่ 4,600 ดอลลาร์ ก่อนที่จะปรับย่อลงจากแรงขาย ทํากําไรระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมแนวโน้มราคาทองคํายังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยยังมีความผันผวนค่อนข้างสูง แนะนําให้นักลงทุนรอจังหวะราคาย่อตัวเพื่อเข้าซื้อ และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาบริเวณระดับสูง ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,550 และ 4,520 ดอลลาร์
ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,600 และ 4,630 ดอลลาร์ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่บริเวณ 67,000 บาท และแนวต้านที่ 68,000 บาท
ปิดท้ายที่ Ausiris มองว่า
ราคาทองคำยืนเหนือแนวรับ 4,470 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ ในกรอบเวลาราย 4 ชั่วโมง และสามารถปิดเหนือแนวต้าน 4,500 ดอลลาร์ ทำให้ทองยังมีโอกาสในการปรับตัวทดสอบแนวต้านถัดไปแถวโซน 4,550- 4,600ดอลลาร์ ราคาทองไทยราวบาทละ 67,200-67,800 บาท
ฝั่งซื้อเพิ่มความระมัดระวังบริเวณแนวต้านจิตวิทยา 4,600 ดอลลาร์ เพราะเกิดสัญญาณซื้อมากใน RSI อาจเผชิญแรงขายลงมาก่อน โดยให้แนวรับที่ 4,550/4,520 และ 4,500 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้าน 4,600/4,620 และ 4,650 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.