Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ 12 มิ.ย.69 พูดคุยกับ คุณวรุต รุ่งขำ YLG

- Advertisement -

57

- Advertisement -

ทองคำรีบาวด์ 200 ดอลลาร์ “ของจริง” หรือ “กับดัก”? จับตาดีลสันติภาพ ก่อนประชุม FED

คุณ วรุต รุ่งขํา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด

หลังจากที่ราคาทองคำ gold spot ทิ้งดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดทุบสถิติรอบใหม่บริเวณ 4,020-4,022 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากภาวะ Panic Sell

ล่าสุดราคาทองคำได้ดีดกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงกว่า 200 ดอลลาร์ แตะ 4,246 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนย่อตัวลงมาอีกครั้ง

การเหวี่ยงตัวครั้งใหญ่เมื่อวานนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า “ทองคำได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง?” ซึ่งคุณวรุต ประเมินภาพ รวมระยะสั้นว่า แม้การดีดตัวขึ้นมา 200 กว่าดอลลาร์จากจุดต่ำสุดจะดูเป็นตัวเลขที่เยอะมาก แต่เมื่อพิจารณาในกรอบเวลารายสัปดาห์ที่ทองคำแกว่งตัวรวมกันกว่า 340 ดอลลาร์ จะพบว่าการฟื้นตัวรอบนี้ “ยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนเทรนด์”

- Advertisement -

“หากเราดูสถิติตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year-to-Date: YTD) ผลตอบแทนของทองคำก็ยังคงติดลบอยู่ในแดนบวกสลับลบ พฤติกรรมราคายังคงทำรูปแบบ ‘ลด High ลด Low’ (ราคาสูงสุดและต่ำสุดต่ำลงเรื่อยๆ) ดังนั้น ภาพการเด้งกลับรอบนี้ในทางเทคนิคจึงถูกมองเป็นเพียง Technical Rebound ระยะสั้น เท่านั้น” คุณวรุตอธิบาย

สิ่งหนึ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับตลาดคือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ดีดตัวสูงกว่ารอบที่ผ่านมาค่อนข้างมาก แต่กลับไม่มีแรงกดดันราคาทองคำให้ร่วงลงแรงเท่าไหร่นัก เรื่องนี้ YLG มองว่ามี “2 ปัจจัยคาบเกี่ยวกัน”

1.ตลาดซับข่าว Fed ไปแล้ว: นักลงทุนคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังไม่ลดดอกเบี้ยในระยะสั้น การที่เงินเฟ้อดีดขึ้นจึงไม่ได้ทำให้นักลงทุนตกใจจนเทขายทองคำทันที

2.ความเสี่ยงในตะวันออกกลางค้ำคอ: ในช่วงที่ตัวเลขเงินเฟ้อออก ตลาดยังมีความกังวลและมีความหวังปะปนกันเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมีทั้งปัจจัยบวกและลบคอยค้ำยันราคาเอาไว้

ทั้งนี้คุณวรุต เตือนให้นักลงทุนเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากจะมีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกโคจรมาพบกัน คือ บิ๊กดีลทรัมป์-อิหร่าน VS สัญญาณคุมเข้ม 3 ธนาคารกลาง ทั้ง FED ,BOJ และ BoE

- Advertisement -

มาดู ดีลสันติภาพของ “โดนัลด์ ทรัมป์” แม้เจ้าตัวจะออกมาประกาศว่าอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ จนทำให้ทองคำดีดสู้เสือ แต่ปัจจุบัน “ตลาดเสียงแตกเป็น 2 กลุ่ม”

กลุ่มแรก (ไม่มีต้นทุนสูง/ไม่ติดดอย): มองว่าราคาลงมาเยอะแล้ว จึงกล้าเสี่ยงซื้อทองคำตามข่าวดีลสันติภาพ โดยพร้อมที่จะตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันทีหากสงครามยืดเยื้อ และกลุ่มที่สอง (ติดดอยอยู่) กลุ่มนี้เลิกเชื่อคำพูดของ “ทรัมป์” ไปแล้ว เพราะที่ผ่านมา “ทรัมป์” พูดจาลักษณะนี้หลายรอบแต่ก็ทำให้ผิดหวังบ่อยครั้ง

ดังนั้นเมื่อทองคำรีบาวด์ขึ้นมา กลุ่มคนติดดอยจึงเลือกที่จะ “ขายลดความเสี่ยงออกมาก่อน” ส่งผลให้ราคาทองคำเมื่อเด้งขึ้นไปชนแนวต้าน มักจะมีแรงเทขายทำกำไรสลับสัญจรกลับลงมาทันที

มาดูเรื่องการประชุม 3 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ สิ่งที่นักลงทุนทองคำกลัวที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ตัวเลขเศรษฐกิจรายวัน แต่คือ Economic Projection (ประมาณการเศรษฐกิจ) ของ Fed ในกลางสัปดาห์หน้า รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่มีแนวโน้มจะส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินตามรอยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปวานนี้

“หากในการประชุมสัปดาห์หน้า Fed ส่งสัญญาณส่งท้ายปี 2026 ว่าจะขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate) ในปีนี้ 1 ครั้ง และปีหน้าอีก 1 ครั้ง ภาพดอกเบี้ยขาลงที่เราคาดการณ์ไว้จะเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้นทันที ซึ่งนั่นจะทำให้เทรนด์ทองคำระยะยาวเปลี่ยนจากขาขึ้นสลับลง ไปเป็น ‘ขาลงเต็มตัว’ เหมือนยุคปี 2022 – 2023 ยามที่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น” คุณวรุตเน้นย้ำ

อย่างไรก็ดีเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความผันผวนสูงมากและสามารถเปลี่ยนทิศทางได้แบบวันต่อวัน YLG จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนทองคำเป็น “กรอบรายวัน” โดยเน้นย้ำว่า “จังหวะนี้ฝั่งเด้งขาย (Short/Sell) แลดูจะได้เปรียบและปลอดภัยกว่าฝั่งย่อซื้อ (Long/Buy)” เนื่องจากราคาปัจจุบัน (แถวๆ 4,190 ดอลลาร์) เคลื่อนเข้าใกล้กรอบแนวต้านด้านบนมากกว่า หากซื้อตรงนี้จะมี Gap กำไรค่อนข้างแคบ

กรอบการลงทุนทองคำโลก (Gold Spot) เกณฑ์เปลี่ยนแนวโน้มจิตวิทยา: 4,308 – 4,318 ดอลลาร์ หากราคา Breakout ทะลุผ่านแนวนี้ไปได้ โมเมนตั้มทองคำจะกลับมาเป็นบวกชัดเจน เนื่องจากเป็นราคาปิดของปีที่แล้วและราคาเปิดต้นปีนี้ กลยุทธ์แนะนำเด้งขึ้นไม่ผ่านแนวต้านให้แบ่งทองคำออกขาย แล้วมารอซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวลง

โดยให้แนวต้านระยะสั้นที่ 4,246 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับระยะสั้น 4,172 ดอลลาร์ ห้ามหลุดเด็ดขาก เพราะหากหลุดแนวนี้ ราคาจะไหลลงต่อไปหาแนวรับถัดไปที่ 4,118 – 4,022 ดอลลาร์

กรอบการลงทุนทองคำไทย (ทองคำแท่ง 96.5%) ให้แนวต้าน 66,950 – 67,000 บาท ต่อบาททองคำ แนะนำแบ่งไม้ขายทำกำไร/ลดพอร์ตลดความเสี่ยงบริเวณนี้ ส่วนแนวรับแรก 64,850 บาท ต่อบาททองคำ หากลงมาทดสอบแล้วไม่หลุด สามารถเข้าซื้อเล่นรอบสั้น ลุ้นดีดกลับขึ้นไปหาแนวต้านได้ กรณีหลุดแนวรับแรกให้ปล่อยราคาไหลลงมา แล้วไปรอตั้งรับสะสมใหม่ที่บริเวณ 64,000 ถึง 62,500 บาท ต่อบาททองคำ

“ในสภาวะที่สงครามไม่แน่ชัด ข่าวสารพลิกผันได้รายวัน การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญที่สุด หากราคาดีดขึ้นให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ต และหากทิศทางราคาเกิดเลือกข้างลงแรงจนหลุด Low เดิม (ต่ำกว่า 4,022 ดอลลาร์) ต้องพร้อมใจตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันที ห้ามใช้วิธีซื้อถัวเฉลี่ยเด็ดขาด จนกว่าผลการประชุมเฟดจะมีความชัดเจนออกมา” คุณวรุต รุ่งขำ กล่าวทิ้งท้าย

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More