Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางราคาทองคำ 22-26 มิ.ย.2569 พูดคุยกับคุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์

- Advertisement -

894

- Advertisement -

มรสุมยังรุมเร้าตลาดทองคำ เมื่อ”เฟดสายเหยี่ยว”ผนึก”สงครามตอ.กลาง” กดดันหนัก..อาจทดสอบ $4,022 อีกรอบ

สถานการณ์ราคาทองคำในเวลานี้ ยังอาการยังไม่สู้ดี หลังขึ้นแตะ 5,420 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนมี.ค. ราคาได้ปรับลดลงต่อเนื่อง จนมาแตะจุดต่ำสุดที่ 4,022 ดอลลาร์ เมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย. โดยรวมลงมาแล้วร่วม 1,400 ดอลลาร์

ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพยายามจะขึ้นทดสอบ 4,380 ดอลลาร์แต่ยืนไม่ได้ ก่อนถูกเทลงมาและยังประคองตัวยืนเหนือแนวรับจิตวิทยา 4,200 ดอลลาร์ไม่ได้ ก่อนมาปิดตลาดที่ 4,155 ดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มเกิดความหวั่นไหวราคาอาจลงทะสอบ low เดิมรอบที่ผ่านมา

คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าวว่า

ปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ราคาทองคำทรุดตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา มาจากถ้อยแถลงหลังการประชุมเฟดของประธานเฟดคนใหม่ ที่ส่งสัญญาณกร้าวในโทน Hawkish (สายเหยี่ยว) จนทำให้ตลาดต้องเปลี่ยนสมมติฐานใหม่ทั้งหมด

- Advertisement -

จากเดิมที่ตลาดเคยคุยกันเรื่องจังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ปัจจุบันประเด็นนั้นถูกพับเก็บไปแล้ว และเปลี่ยนมาถกเถียงกันว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยในที่ประชุมเฟดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ถึง 9 คน จาก 19 คน เห็นว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะสั้นที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

ขณะที่ FedWatch Tool บ่งชี้ว่ามีความน่าจะเป็นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากถึง “2 ครั้ง” ในปีนี้ โดยอาจจะเป็นเดือนกันยายนและธันวาคม จากเดิมที่ตลาดคาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังมีความขัดแย้งกับความคาดหวังของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย ต้องมาดูว่าประธานเฟดที่ถูกเลือกโดย ปธน.ทรัมป์ จะทำอย่างไร

ทั้งนี้คุณภัทรินวิเคราะห์ว่า ท้ายที่สุดแล้วต้องมาดูว่า หากชองแคบฮอร์มุชเปิดเดินเรือได้ตามปกติ ราคาน้ำมันดิบอาจจะปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทำให้เฟดต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้งและอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงเพียง 1 ครั้ง เท่านั้นในปีนี้

อีกหนึ่งชนวนเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำเติมคือการที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเลิกการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเดิมทีมีกำหนดการที่จะไปเจรจาไกล่เกลี่ยกับฝั่งอิหร่าน ส่งผลให้ความหวังเรื่องความคืบหน้าของ MOU สันติภาพที่เปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งดูแย่ลงไปอีก เมื่อรายละเอียดในไส้ในยังไม่ลงตัว แถมอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อาจทำให้ฝั่งอิหร่านฉีกMOU สันติภาพได้

ขณะที่เดียวกันสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งการสู้รบที่ต้องจับตาใกล้ชิด
คุณภัทรินมองว่า ทั้ง2 สมรภูมิส่งผลต่อราคาทองคำแตกต่างกัน โดยสมรภูมิอิหร่าน-สหรัฐฯ จะเป็นแรงกดดันทองคำ เพราะความขัดแย้งในจุดนี้ผูกติดอยู่กับราคาน้ำมันใตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อโดยตรง หากช่องแคบฮอร์มุชยังถูกปิด เงินเฟ้อจะพุ่ง และบีบให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยดอกเบี้ยสูงนี้เองที่เป็นตัว กดดันราคาทองคำ

- Advertisement -

ขณะที่ความตึงเครียดฝั่งรัสเซีย-ยูเครนที่กลับมาเดือดพล่านอีกครั้งในสัปดาห์นี้ จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ซึ่งช่วยเข้ามาพยุงและ หนุนราคาทองคำ เอาไว้ไม่ให้ทรุดลึกจนเกินไป

มาดูในเชิงเทคนิค คุณภัทรินมองว่าภาพรวมของทองคำเวลานี้ถือว่าค่อนข้างอ่อนแอ หลังจากช่วงต้นสัปดาห์ไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญแถว ๆ 4,370 ดอลลาร์ไปได้ ราคาจึงม้วนตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ยลงมา

“ใน Timeframe Day ราคาทองคำหลุดลงมาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญพร้อมกันทั้ง 4 เส้น ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก อย่างไรก็ดีตามสถิติมักจะเกิดขึ้นไม่นาน (ประมาณ 1-2 เดือนอย่างมาก) โดยรอบนี้ราคากดตัวลงมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน จึงต้องลุ้นว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถดึงราคากลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น 200 วันได้หรือไม่”คุณภัทรินกล่าว

ท่ามกลางข่าวร้าย ยังมีสัญญาณบวกเล็ก ๆ ซ่อนอยู่จากการที่กองทุนทองคำรายใหญ่ของโลกอย่าง SPDR พลิกกลับมาเข้าซื้อทองคำแท่งล็อตใหญ่ถึง 7 ตัน ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหักหัวขึ้นครั้งแรกหลังจากที่ทยอยลดสัดส่วนการถือครองมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม

กลยุทธ์การลงุทน คุณภัทรินประเมินว่า แม้ทิศทางระยะสั้นจะผันผวนและสวิงกลับไปกลับมาตามกระแสข่าวรายวันจนคาดเดาได้ยาก แต่หากประเมิน “พื้นที่การปรับฐานขาล่าง ” คาดว่าราคาจะลงไปอีกไม่ลึกมากนัก อาจจะลงได้อีกประมาณ 200 – 300 ดอลลาร์จากบริเวณนี้

นักลงทุนระยะยาว: แถว ๆ ระดับราคานี้ (แถว 64,900 บาท ) ยังเป็นจุดที่ น่าเริ่มทยอยเข้าซื้อสะสม โดยมองว่าหากราคาร่วงตามราคาทองคำโลก (200-300 ดอลลาร์) ราคาทองไทยก็ก็น่าจะลงได้อีกราว 2,000-3,000 ดอลลาร์ โดยมองว่าไม่น่าจะหลุดระดับ 60,000 บาท ลงไป

ส่วนนักลงทุนระยะสั้น จำเป็นต้องซื้อขายตามกรอบแนวรับแนวต้านอย่างมีวินัยอย่างเคร่งครัด และต้องมีจุดคัดลอส (Cut Loss) ทุกครั้งหากราคาเลือกทางหลุดแนวรับ โดยแนวรับระยะสั้นอยู่แถว 4,120 ดอลลาร์ (ระดับ Low เดิมที่เห็นเมื่อวันก่อน) แนวรับถัดไป 4,022 ดอลลาร์ และแนวรับสุดท้ายแถว 3,880 ดอลลาร์

ส่วนแนวต้านแรกอยู่ที่ 4,220 ดอลลาร์ หากเบรกผ่านแนวนี้ได้ ภาพรวมระยะสั้นจะเริ่มดูดีขึ้นทันที ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,370 ดอลลาร์ หากผ่านได้จะคอนเฟิร์มการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More