ทองคำเปิดสัปดาห์ทิ้งตัวแรงแตะ $3,265 รับข่าวผลเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน ไปได้ดี ทองไทยดิ่งตามลดไป 650 แตะ 51,300 บาท
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 12 พ.ค.) เปิดสัปดาห์ปรับตัวลงแรง โดยราคาแรกที่ สมาคมค้าทองคำ ประกาศลดลงไป 650 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถึงถัดมาจะปรับขึ้น-ลง ครั้งละ 50 บาทอย่างละ 2 ครั้ง ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 51,300 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,200 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,100 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,285.72 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ทองคำในประเทศยังคงมีแนวโน้มการพักฐาน จึงยังแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมจากแนวรับที่ 49,000-50,000 บาท แต่ในระยะสั้นมีแนวรับที่ 51,000 บาท ซึ่งอาจใช้เป็นจุดเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นได้ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 51,500 และ 52,000 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot เช้านี้เปิดตลาดในแดนลบ โดยได้รับแรงกดดันจากการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งผลลัพธ์การเจรจาเบื้องต้นมีรายงานเป็นไปในเชิงบวก
ทั้งนี้แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่รองนายกรัฐมนตรีจีน ระบุว่าจะมีการออกแถลงการณ์ร่วมในวันนี้ (12 พ.ค.) โดยระบุว่าการเจรจาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ลึกซึ้ง และสร้างสรรค์
ขณะที่ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงที่เกิดขึ้นจะมีส่วนช่วยลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมเสริมว่าการที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างระหว่างกันอาจไม่ได้มากอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ระบุถึงความคืบหน้าใด ๆ ในประเด็นการปรับลดภาษีนำเข้าที่ต่างฝ่ายเรียกเก็บในอัตราสูง โดยสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้าจีนในอัตรา 145% ขณะที่จีนเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ในอัตรา 125%
ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ควงามขัดแย้งระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน ก็เป็นไปในทางที่ดี เมื่อมีการประกาศหยุดยิงทันที ทั้งนี้หากเรื่องของสงครามการค้า และความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์บรรเทาลงจะลดความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ทางฝั่งสหรัฐที่น่าติดตาม วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม จะมีการประกาศตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. ส่วนวันพฤหัสที่ 15 พฤษภาคม จะมีตัวเลข จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ /ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. และยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. ส่วนวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม จะมีตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า
ทิศทางราคา gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนรุนแรงโดยปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะถูกเทขายออกมาในช่วงปลายสัปดาห์ ภาพรวมตลาดเคลื่อนไหวในกรอบ sideway ค่อนข้างกว้างโดยยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ สัปดาห์นี้ลุ้นราคาจะ breakout ออกจากกรอบสามเหลี่ยมได้หรือไม่
ทั้งนี้โซนแนวต้านสำคัญที่ 3,390-3,400 ดอลลาร์ และ 3,430-3,450 ดอลลาร์ หากราคาทะลุผ่านกรอบบนที่โซนแนวต้าน 3,400 ดอลลาร์ มีโอกาสขึ้นต่อเพื่อกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเก่า
ส่วนโซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 3,210-3,200 ดอลลาร์ และ 3,150-3,130 ดอลลาร์ หากราคาทะลุผ่านกรอบโซนแนวรับด้านล่างที่ 3,275 ดอลลาร์ มีโอกาสไหลลงแรงกลับไปที่ ระดับ 3,200 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่า
ขณะที่ Shining Gold มองว่า
เช้านี้ราคาเปิด GAP กระโดดทิ้งตัวลงมาจาก 3,226 ดอลลาร์ สู่ 3,282 ดอลลาร์ คาดการณ์กันว่าสหรัฐอาจมีการเปิดเผยลดภาษีลงมากกว่าที่ตลาดเคยรับรู้ คือ อาจลงไปได้มากถึง 54% แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันข่าวดังกล่าว และยังไม่มีการลงนามใด ๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงก็ยังคงสามารถมีได้อยู่
ทั้งนี้ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าวันนี้ตามเวลาสหรัฐ 9 โมง จะมีการประกาศแผนลดภาษียาให้เหลือต่ำสุดที่ 30-80% ซึ่งหากมีการประกาศจริงราคาอาจมีการย่อตัวจากชุดของการรีบาวน์ได้ จึงควรเทรดแบบระวัง ปิดทำกำไรเป็นระยะ
ซึ่งการเปิด GAP กระโดดลงมาในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศข่าวลบที่ยืนยันได้ ราคาอาจมีการรีบาวน์ขึ้นมาปิด GAP แต่หากระหว่างการรีบาวน์มีการประกาศข่าวเชิงลบ
ทำให้ไม่สามารถปิด GAP ได้ แบบนี้ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง ราคาอาจร่วงแรงลงอีก Step ผู้ลงทุนควรเคร่งครัด Stop Loss ที่กำหนดเงื่อนไขแบบ 2 ช่วงข้างต้น
กลยุทธ์การลงทุน เข้า Buy 3,270 ดอลลาร์ เผื่อถัวเฉลี่ย 3,245-40 ดอลลาร์ มีจุด SLที่ 3,315 ดอลลาร์ เล่นรอบปิด GAP ตราบใดที่ยังไม่มียืนยันข่าวผลภาษี ควร TP เป็นระยะ เพราะหากมีการประกาศผลภาษีออกมากใกล้เคียง 54% หรือต่ำกว่านั้นในช่วงที่ยังปิด GAP ไม่ได้ อาจมีการร่วงลงอีกชุด อาจจำเป็นต้องตั้งรับเผื่อไม้ลงทุนรอบใหม่ที่ 3,150 และ3,100-3,080 ดอลลาร์ มีจุด SL ที่ 3,070 ดอลลาร์
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
เมื่อวันศุกร์ ราคาดีดตัวดีดตัวทดสอบจุดสูงสุดที่ 3,347 ดอลลาร์ พร้อมสัญญาณความอ่อนแรงของเทรนด์ระยะสั้นใน volume และ oscillators ทำให้เกิดการพักตัว ก่อนเช้านี้จะหลุด 3,276 ดอลลาร์ จากปัจจัยพื้นฐาน ทำให้ราคากลับมา Sideway ในกรอบกว้าง
ขณะที่ระยะสั้นราคาเริ่ม Oversold และเกิด Bullish Divergence จึงมองว่าอาจเกิดการดีดตัวได้ระยะสั้น แต่หากดีดไม่ผ่าน 3,347 ดอลลาร์ ยังมอง Sideway-ลงต่อ
สำหรับกลยุทธ์ หลังแบ่งขายทำกำไรทองคำไปแล้ว การเข้าสถานะใหม่รอขายหากราคาไม่ผ่าน 3,314-3,347 ดอลลาร์ ซื้อคืนหากไม่หลุด 3,260-3,240ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน 3,347ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำปรับตัวร่วงลงต่ำกว่าระดับ 3,300 ดอลลาร์ ในช่วงเปิดตลาดเอเชียเช้าวันจันทร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายรายงานว่ามีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจา ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพด้านการค้าทั้ง2 ฝ่าย
อย่างไรก็ตามตลาดยังจับตารายละเอียดของการเจรจาที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้มีการลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงแม้ว่าความคืบหน้าดังกล่าวจะกดดันราคาทองคำ แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ อาจช่วยจำกัดการร่วงลงของราคาทองคำได้บ้าง
กลยุทธ์การลงทุนแนะรอซื้อที่ 3,242 ดอลลาร์ แนวรับที่ 3,242 /3,229 และ 3,215 ดอลลาร์ มีจุด SLที่ 3,210 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,302 /3,314 และ 3,327 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.