GOLD TALK: จับตาสัญญาณเทคนิคและปัจจัยเสี่ยงทองคำ
จับตาสัญญาณเทคนิคและปัจจัยเสี่ยงทองคำ หลัง “ชัตดาวน์ครั้งประวัติศาสตร์ของสหรัฐ” ยุติลง หากแรงรีบาวด์ไม่มากพอ ระวังถูกเททดสอบ $3,885
คุณวิโรสินี สดากร ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน กล่าวถึง ผลกระทบของการเปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ชั่วคราวกับราคาทองคำว่า
แม้การเปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ชั่วคราวจะคลี่คลายความกังวลในระยะสั้น แต่ได้เปลี่ยนให้ราคาทองคำเข้าสู่ภาวะผันผวน
เมื่อมาดูรายละเอียดของการยุติ Government Shutdown ครั้งประวัติศาสตร์ ที่กินระยะเวลานาน 43 วัน โดยคุณวิโรสินีฯ ชี้ว่า
มีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณา 2 ข้อ
1.งบประมาณที่ได้รับความเห็นขอบจากสภาสหรัฐในรอบนี้ รัฐบาลเลือกใช้งบประมาณชั่วคราว (ไม่ใช่เต็มวงเงิน) และมีผลถึงวันที่ 30 ม.ค. เท่านั้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่สหรัฐฯ ก่อนจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงในทันที ที่สำคัญจะเลือกให้วงเงินเต็มเฉพาะโครงการ Supplemental Nutrition Assistance Program (SNAP) หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า “คูปองอาหาร” (Food Stamps) เป็นโครงการความช่วยเหลือด้านโภชนาการที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริหารจัดการโดยกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) เท่านั้น
นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลว่าภาวะชัตดาวน์ที่เกิดขึ้นมานานกว่าหนึ่งเดือน ส่งผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 1.5% ซึ่งตัวเลขทางสถิติอาจมีการเปลี่ยนแปลงในการประกาศรอบถัดไป
ทั้งนี้ หลังจากที่ยุติการชัตดาวน์ เมื่อมามองทางเทคนิคในช่วงตลาดเอเชียได้ตอบรับข่าวดังกล่าว โดยราคาค่อย ๆ ดันขึ้น จนไปทดสอบ 4,200 ดอลลาร์ แต่เมื่อเข้าสู่ตลาดยุโรปและอเมริกา ราคาถูกตบลงอย่างชัดเจน จ่อแตะ 4,000 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาปิดตลาดที่ 4,080 ดอลลาร์
อย่างไรก็ดี มองว่าการลงรอบนี้อาจจะยังไม่จบ เนื่องจากตลาดเลือกตอบรับปัจจัยบวก (เปิดหน่วยงาน) ไปก่อน และหลังจากนี้จะกลับมาตอบรับปัจจัยลบ (เงื่อนไขงบชั่วคราวและความเสี่ยงอื่น ๆ ) เนื่องจากตลาดมีความกังวลว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศหลังจากนี้อาจจะไม่สมบูรณ์ และมีโอกาสที่จะถูกกดลงซ้ำ
เมื่อมามองถึงเหตุผลการยุติชัตดาวน์ นอกเหนือจากเรื่องความเสี่ยงที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะลูกลดเกรด และการส่งผลต่อ GDP โดยรวมแล้ว ยังเป็นเกมส์การเมือง หลังคะแนนเสียงของ ปธน.ทรัมป์ฯ และพรรครีพับลิกัน ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
การเปิดหน่วยงานด้วยงบสั้น ๆ เป็นการซื้อเวลาเพื่อไม่ให้ภาพรวมการเมืองเสียหายไปมากกว่านี้ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นหลังจากนี้
เมื่อเรื่องของ Government Shutdown ได้ยุติลงชั่วคราว หลังจากนั้นจะต้องกลับไป โฟกัสเรื่องของประเด็นภาษีการค้า
ซึ่งล่าสุดสหรัฐฯ ได้ลดและยกเลิกภาษีหลายรายการ เช่น ภาษีสินค้าเกษตรกว่า 200 รายการ และการลดภาษีประเทศสำคัญอย่างสวิตเซอร์แลนด์จาก 39% เหลือ 15% ถูกมองว่าเป็นความพยายามลดความเสียหายก่อนที่ศาลสูงจะตัดสินในประเด็นที่รัฐบาลทรัมป์ฯ อาจทำผิดกฎหมาย
ซึ่งประเด็นดังกล่าว เป็นแรงกดดันราคาทองคำ และต้องมาดูว่าหลังจากนี้ จะมีการขยับในเรื่องนี้เพิ่มเติมหรือไม่
มาดูแนวโน้มการลงทุนในทองคำ gold spot ตลาดทองคำยังคงมีทิศทางผันผวนในกรอบ (sideway) ที่ยังไม่จบ โดยมองว่าในสัปดาห์นี้ มีโอกาสสูงที่จะเป็น “การรีบาวด์ก่อนและถูกกดลง” หรือ “ย่อลงก่อนแล้วค่อยดีดขึ้นมา” ในกรอบที่จำกัด
ทั้งนี้ ให้จุดพิจารณาเข้าซื้อฝั่ง long ที่แนวรับ 4,060 ดอลลาร์ หรือ 4,010 ดอลลาร์ หากราคายังรอต่ออาจจะไปรอซื้อแถว 3,995 ดอลลาร์ ตั้ง stop loss ที่ 3,970 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันการลงไปทดสอบโลว์เดิมที่ 3,895 ดอลลาร์
จุดพิจารณาเข้า short ฝั่งขาย มีแนวต้านแรกที่ 4,130 – 4,140 ดอลลาร์ หากราคาไม่สามารถผ่านได้ให้พิจารณาทำกำไร หากผ่านแนวต้านแรกได้ ยังถือว่าไม่ปลอดภัย จนกว่าจะทะลุจุดสูงสุดเดิม (Double Top) ที่ 4,378 ดอลลาร์
ส่วนการลงทุนในทองคำแท่งในประเทศ ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจลงไปแตะโลว์เดิมที่ 59,500 บาท หากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลง ตามที่คาดการณ์ไว้
กลยุทธ์ แนะนำแบ่งไม้เข้าซื้อสะสมในรอบย่อเพื่อเฉลี่ยต้นทุน โดยไม้แรกอยู่แถว 62,100 บาท (เป็นไม้เล่นรอบสั้น) ไม้ถัดไป (สะสม) 61,300 บาท, 60,800 บาท, 60,000 บาท และ 59,500 บาท
ประเด็นที่ต้องติดตามหลังจากนี้
รอดูการตัดสินใจของ Fed เพราะข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่สมบูรณ์จากผลกระทบของ Government Shutdown อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Fed ต้องคิดหนักว่า จะปรับลดดอกเบี้ยตามแผนได้หรือไม่
ส่วนความเสี่ยง Government Shutdown รอบ 2 โดยคาดว่า การเจรจาเรื่องงบประมาณครั้งต่อไป จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค. หรือต้นเดือน ม.ค.
หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ภายในวันที่ 30 ม.ค. จะเกิดการชัตดาวน์รอบใหม่ และอาจกินเวลานานกว่าสถิติเดิม (43 วัน) ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่ารอบที่ผ่านมา
รับชมคลิป
ขอขอบคุณ : บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน







Comments are closed.