ทิศทางทองวันนี้ 23 มิ.ย.2569 พูดคุยกับ คุณวิโรสินี สดากร ชายน์นิ่งโกลด์
พูดคุยกับ คุณวิโรสินี สดากร ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ราคาทองคำยังฟื้นตัวยาก หลัง FED อาจเริ่มขึ้น ดบ. เดือน ก.ย. ระวังจะลงทดสอบ $4,022 อีกรอบ
คุณวิโรสินี สดากร ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน มองในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคำ gold spot ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway เพื่อชะลอแรงขายหลังจากปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวที่ชัดเจน จึงต้องติดตามการสร้างฐานราคาอีกระยะ โดยเฉพาะโซน 4,130 ดอลลาร์ หากหลุดลงมาอีกครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้าสู่รอบพักฐานต่อเนื่อง
ด้านปัจจัยพื้นฐาน บรรยากาศการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ส่งผลบวกต่อการรีบาวน์ของทองคำในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมีของอิหร่านบางส่วนเป็นเวลา 60 วัน
อย่างไรก็ตาม การกำหนดกรอบเวลาเพียง 60 วัน สะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังคงระมัดระวังและไม่ได้เปิดใจไว้วางใจกันอย่างเต็มที่ ทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวรยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป และยังเร็วเกินไปที่จะมองว่าความขัดแย้งได้คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น ราคาพยายามจะรีบาวน์แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช่สัญญาณการการกลับตัวที่สิ้นสุดการลงแล้ว เพราะยังไม่พ้นอาณาเขตอันตราย ดังนั้นการไล่ราคาซื้อยังไม่เหมาะสมนักในช่วงนี้ ทำได้เพียงรอพิจารณาว่าจะหลุด 4,130 ดอลลาร์ลงมาอีกหรือไม่
กรณีไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบสั้นได้ แต่หากหลุดแนวดังกล่าวควรถอนมารอจังหวะเข้าซื้อ 2 จุด คือ 4,070 และ4,022 ดอลลาร์ มีจุด SL ที่ 3,990 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,207-15 / 4,243 และ4,270 ดอลลาร์
ด้านราคาทองคำไทยยังอยู่ในช่วงการพักฐานทางเทคนิค หลังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือแนวต้านสำคัญบริเวณ 67,500 บาทได้อย่างมั่นคง ทำให้ภาพระยะสั้นยังอยู่ในโหมดของการสร้างฐานและค้นหาจุดกลับตัวใหม่
จากนี้จำเป็นต้องติดตามการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละฐานย่อยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณโซน 64,000 บาท ว่าจะสามารถสร้างสัญญาณกลับตัวและยกฐานราคาได้หรือไม่ หากไม่สามารถรักษาระดับดังกล่าวไว้ได้ความเสี่ยงที่ราคาจะถอยลงไปทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 62,100 บาท จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น ควรรอจังหวะเข้าลงทุนบริเวณแนวรับสำคัญเพื่อเก็งกำไรตามรอบการรีบาวน์ และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาขณะตลาดยังไม่ยืนยันการกลับตัว
ส่วนนักลงทุนระยะกลาง ควรใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมแบบแบ่งไม้ลงทุนเป็นลำดับ โดยเว้นระยะห่างของแต่ละไม้ให้เหมาะสมกับความผันผวนของตลาด และควรสำรองเงินสำหรับการถัวเฉลี่ยต้นทุนอย่างน้อย 5 ไม้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตหากราคายังอยู่ในช่วงพักฐานต่อไป
ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 65,700/66,300 และ 67,000 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 64,800/63,900 และ 62,700 บาท
รับชมคลิป







Comments are closed.