ทิศทางราคาทองคำ 15-19 มิ.ย.2569 พูดคุยกับคุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์
gold spot ยืน $4,200 แต่ยังไม่ปลอดภัย เว้นแต่หากดีล “สหรัฐ-อิหร่าน” ผ่านฉลุย อาจทดสอบ $4,370 หากผ่านอาจไปยาว
หลังจากราคาทองคำ gold spot รูดลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,020 ดอลลาร์ ท่ามกลางมหาพายุตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมากดดันอย่างหนัก ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นและตัวเลขการจ้างงานที่พุ่งสูงลิบ
แต่ล่าสุดราคาทองคำสามารถดีดตัวกลับขึ้นมาปิดสัปดาห์ที่ 4,218 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ส่งผลให้ราคาทองไทยดีดกลับขึ้นมากว่า 2,000 บาท จากจุดต่ำสุดมาเคลื่อนไหวแถวๆ 65,500 บาท
คำถามสำคัญที่นักลงทุนทุกคนอยากรู้ในเวลานี้คือ “การยืนเหนือ 4,200 ดอลลาร์ ในรอบนี้… ปลอดภัยพอที่จะซื้อตามไปซื้อหรือยัง?”
คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าวว่า
แม้ช่วงท้ายสัปดาห์กราฟราคาทองคำจะกลับมาเป็นสีเขียว แต่ในระยะสั้นยังถือว่าอยู่ในจุดที่ไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากในสัปดาห์หน้า 2 ด่านสำคัญทางปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และปัจจัยทางเทคนิคที่ต้องเผชิญ
1.”บิ๊กดีลสุดสัปดาห์” ทรัมป์-อิหร่าน จะเซ็นจริง หรือ แค่ลวงตลาด ทั้งนี้ชนวนเหตุที่ทำให้ราคาทองเด้งกลับขึ้นมาแรงในช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งสัญญาณว่าอาจมีข้อยุติและการเซ็นสัญญาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างเร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งฝั่งอิหร่านเองก็ออกมาพูดในแนวทางเดียวกัน
“แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการจรดปากกาเซ็นสัญญากันจริงๆ ทุกอย่างก็ยังไม่ชัวร์ มันอาจจะเหมือนครั้งก่อนๆ ที่พอพูดเสร็จปุ๊บ สุดท้ายข้อตกลงล่มแล้วกลับมายิงกันเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเซ็นสัญญาแล้ว ก็ยังมีสัญญานเตือนว่าอาจมีการละเมิดข้อตกลงจากฝั่งอื่น เช่น อิสราเอล ซึ่งจะยืดเยื้อสงครามออกไปอีก” คุณภัทรินอธิบาย
อย่างไรก็ตาม หากสุดสัปดาห์นี้มีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นจริง ในระยะสั้นจะเป็นผลบวกและอาจหนุนราคาทองคำให้ขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญแถว 4,370 ดอลลาร์
2.กาประชุม FOMC ในคืนวันพุธ ซึ่งแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าที่ประชุมจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ไฮไลท์สำคัญที่สุดจะอยู่ที่ “คำแถลงของประธานเฟดคนใหม่” ว่าจะออกมาในแนวทางไหน หากส่งสัญญาณคุมเข้มหรือส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม (ซึ่งปัจจุบันตลาดมองว่ามีโอกาสเกิดสูงถึง 40 กว่าเปอร์เซ็นต์) ประเด็นนี้จะกลับมาเป็นแรงกดดันราคาทองคำทันที
เมื่อมามองทางเทคนิค ในรอบที่ผ่านมาราคาทองคำดิ่งไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาแถว 4,100 ดอลลาร์ แล้วถอดไส้เทียนกลับขึ้นมาปิดเขียวได้ แต่รอบนี้การลงไปทดสอบแนวรับแถว 4,020 ดอลลาร์ แม้จะมีการถอดไส้ดีดกลับ แต่แท่งเทียนยังปิดเป็นสีแดงอยู่ ทำให้ภาพรวมทางเทคนิคถือว่ายังไม่คอนเฟิร์มการกลับตัว
และหากตีเส้นกรอบคู่ขนาน และพิจารณาเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆ (Moving Averages) ใน Timeframe Day จะพบจุดวัดใจที่สำคัญดังนี้
ด่านวัดใจสำคัญอยู่ที่ 4,370 ดอลลาร์ จุดนี้คือแนวต้านสำคัญของกรอบแชนแนลไลน์ระยะสั้น หากราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากข่าวดีจนสามารถ Breakout ทะลุผ่านและยืนเหนือ 4,370 ดอลลาร์ได้ ภาพลบจะคลี่คลายลง แต่ถ้าชนแล้วไม่ผ่านราคาพร้อมที่จะย่อตัวลงมาปรับฐานอีกครั้ง
แนวต้านระหว่างวัน หากเปิดตลาดมาในสัปดาห์ใหม่แล้วยังไม่มีการเซ็นข้อตกลงสันติภาพ ราคามีโอกาสย่อตัวลงก่อน โดยมีแนวต้านย่อยแรกอยู่ที่ 4,250 ดอลลาร์ และถัดไปที่กรอบ 4,300 – 4,360 ดอลลาร์
แนวรับต้องห้ามหลุด ก็คือ 4,130 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญที่สุดคือ 4,000 ดอลลาร์ หากราคาเลือกข้างทุบหลุด 4,000 ดอลลาร์ลงไป มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะตื่นตระหนกเทขาย (Panic Selling) ดิ่งลงทีละ 100 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 3,900 ดอลลาร์ และเคสแย่ที่สุด (Worst Case) ในไทม์เฟรมใหญ่จะอยู่ที่บริเวณ 3,800 และ 3,500 ดอลลาร์
ส่วนราคาทองคำไทยในประเทศ หลังจากลงไปทำจุดต่ำสุดแถวๆ 63,700 – 64,200 บาท ล่าสุดได้ดีดกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 65,500 บาท ปรับขึ้นมาเกือบ 2,000 บาท จากจุดต่ำสุด ถือว่าทรงราคาดีดกลับทำได้ค่อนข้างสวย และยังถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตอนที่ราคาทะยานไปใกล้ระดับ 80,000 บาทในช่วงต้นปี
กลยุทธ์ทองไทย หากราคาทองคำโลกไม่ผ่าน 4,250 ดอลลาร์ ราคาทองไทยมีโอกาสย่อตัวลงมาตั้งหลักแถว 64,850 บาท ถ้าไม่หลุด สามารถเข้าซื้อเล่นรอบสั้นได้ แต่ถ้าหลุดแนวนี้ ให้ถอยไปรอรับลึกที่กรอบ 64,000 – 62,500 บาท
หากทองโลกผ่านด่านและวิ่งไปหาเป้าหมาย 4,370 ดอลลาร์ ราคาทองไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกประมาณ 1,500 บาท ไปทดสอบแนวต้านแถว 67,000 บาท ซึ่งเป็นจุดที่แนะนำให้แบ่งขายทำกำไร
สำหรับนักลงทุนที่เริ่มท้อและมองว่าทองคำหมดเสน่ห์จนอยากจะปิดหน้าจอหนี คุณภัทรินได้ให้มุมมองและข้อคิดเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจว่า อยากให้ลองย้อนมองกลับไปในช่วงที่เกิดโควิด-19 แรกๆ ตอนนั้นทุกคนคิดว่ามีวิกฤตทองคำต้องพุ่งแรงแน่ๆ แต่ความจริงคือช่วงที่สถานการณ์วุ่นวายที่สุด ทองคำกลับโดนทุบลงไปลึกมากแถว 1,900 ดอลลาร์ แต่หลังจากที่ทุกอย่างเริ่มนิ่งและคลี่คลาย ทองคำก็ดีดกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงและมั่นคง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน การที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงมากว่า 1,500 ดอลลาร์จากจุดสูงสุดเดิม ถือเป็นการปรับฐานครั้งใหญ่เพราะสมการตลาดเปลี่ยนไป มีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันและสไตล์การเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ราคาสวิงแรงจนนักลงทุนปั่นป่วน
ทั้งนี้นักกลงทุนระยะสั้น แนะเล่นในกรอบอย่างระมัดระวัง ขึ้นขาย-ย่อซื้อตามแนวรับแนวต้าน และต้องมีวินัย Stop Loss
นักลงทุนระยะยาว โซนราคาบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ หรือทองไทยแถว 63,000 – 65,000 บาท ถือเป็น “ต้นทุนที่จับต้องได้และดีมากๆ” และการพักฐานที่นานปัจจุบันเข้าสู่เดือนที่ 3-6 แล้ว จะยิ่งสร้างฐานราคาที่มั่นคง ขอให้อดทนรอ คาดว่าไม่เกินปลายปี 2026 นี้ เมื่อปัจจัยต่างๆ เริ่มนิ่ง เราจะได้เห็นการปรับตัวกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งแน่นอน
รับชมคลิป







Comments are closed.