Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุนวันนี้ 31 ก.ค.2569

- Advertisement -

11

- Advertisement -

PCE ลด-เงินเยนแข็ง กดดอลลาร์ร่วง ดันราคาทองโลกพุ่งทดสอบ $4,120 ลุ้นปิดวีคเหนือ $4,100 หนุนภาพเทคนิค

วานนี้ราคาทองคำไทยกลับมายืนเหนือ 64,000 บาทได้ หลังจากที่ราคาทองคำ spot ปรับตัวขึ้นแรงเหนือ 4,100 ดอลลาร์ ก่อนที่เช้านี้จะร่วงมาแถว 4,070 ดอลลาร์

ทำให้ราคาทองคำไทยเปิดตลาดเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบ โดยราคาแรกของวัน สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับลงไป 100 บาท ก่อนอีกชั่วโมงถัดมา ปรับลง 50 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 64,600 บาท

ส่วนราคารับซื้อ 64,400 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 65,400 บาท ส่วนราคารับซื้อ 63,111.08 บาท คำนวนจากเงินบาท 33.44 บาทต่อดอลลาร์

โดย ShiningGold bullion

- Advertisement -

ยังแนะใช้กลยุทธ์ Buy on Dip อาศัยการย่อตัวภายในกรอบ 63,000–66,500 บาท เพื่อเก็งกำไรตามรอบ แต่หากราคาหลุด 63,000 บาท ควรเพิ่มความระมัดระวังและรอประเมินแรงซื้ออีกครั้งบริเวณ 61,300 บาท ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญของโครงสร้างภาพใหญ่

หากระดับดังกล่าวยังรับอยู่ แนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางยังไม่เสียทรง แต่หากหลุดลงไปจะเพิ่มความเสี่ยงที่การพักฐานจะขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 65,100 /65,5500 และ 66,100 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 64,700 /64,200 และ63,100 บาท

ส่วนราคาทองคำ spot วานนี้พุ่งทดสอบ 4,120 ดอลลาร์ ก่อนจะลงมาปิดตลาดที่4,103 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำได้หนุนจากการอ่อนค่าเงินดอลลาร์แตะระดับ 99.96 หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง

ทั้งนี้การประกาศตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 3.7% ลดลงจากเดือนพ.ค.ที่ 4.1%

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปีปรับตัวขึ้น 3.3% ลดลงจากระดับ 3.4% ในเดือนพ.ค.

- Advertisement -

ทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 61% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 77%
นอกจากนั้นราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการแข็งค่าผิดปกติของเงินเยน หลังฟื้นตัวจาก 163.9 มาแตะ 157.9 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คาดว่าจะเป็นแรงหนุนระยะสั้น ดังนั้นหลังจากนี้ตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ และสัญญาณทางเทคนิคของทองคำมากขึ้น

มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง Ausiris มองว่า

โครงสร้างกราฟรายวัน ภาพรวมยังเป็น Bearish แต่ระยะสั้นราคากลับมายืนเหนือเส้น EMA 14 วันอีกครั้ง เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก ต้องจับตาอยู่ที่โซน 4,100-4,150 ดอลลาร์ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง แรงขายจะยังคุมทิศทางตลาดต่อไป โดยมีแนวรับสำคัญถัดไปที่ 4,070, 4,040 และ 4,000 ดอลลาร์ตามลำดับ

ในทางกลับกัน หากราคาสามารถทะลุขึ้นเหนือ 4,150 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จะเปิดทางให้ราคาทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,180-4,240 ดอลลาร์

ขณะที่ T.D.C. Gold มองว่า

ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ขยายตัวน้อยกว่าคาด ดันราคาทองคำรีบาวน์ออกจากแนวรับสำคัญบริเวณ 3,960 ดอลลาร์ ประเมินแนวต้านบริเวณ 4,150 ไปจนถึง 4,200 ดอลลาร์ และหากปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์ ได้จะถือว่าเป็นการยืนยันการกลับตัวระยะสั้น(ภาพรายวัน) และหากผ่านออกมาได้มีแนวโน้มกลับไปบริเวณ 4,300 ดอลลาร์

แต่สำหรับทิศทางดอกเบี้ยยังไม่สนับสนุนเท่าไรนัก โดย Bond Yield อายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นกว่าในช่วงปี 2008 จากทิศทาง Hawkish ของ Fed ซึ่งมองว่ายังกดดันราคาทองคำไว้

ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

แนะหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมา และไม่หลุดโซนแนวรับ แถว 4,060 และ4,030 ดอลลาร์ ไปแบ่งขายเมื่อทดสอบแนวต้าน 4,120 และ 4,160 ดอลลาร์

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More