ราคาทอง 18 พ.ค.69
ดีลสหรัฐฯ–จีนฉลุย สินทรัพย์เสี่ยงแย่งซีน ลุ้นแนวรับสำคัญ $4,500
ราคาทองคำจะหลุดฐานสำคัญหรือไม่? เมื่อความตึงเครียดทางการค้าเริ่มผ่อนคลาย แต่ชนวนเหตุไต้หวันและวิกฤตพลังงานฮอร์มุซยังเป็นระเบิดเวลาที่นักลงทุนไม่กล้าละสายตา
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideway ถึง Sideway Down ในกรอบ $4,350 – $4,800 (69,000 – 72,200 บาท) ตลาดถูกกดดันจากบรรยากาศการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีสัญญาณเชิงบวก ดึงเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อ CPI/PPI ที่ยังทรงตัวในระดับสูง บีบให้ Fed ต้องตรึงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น ทำให้กลยุทธ์หลักในระยะสั้นคือการชะลอการไล่ราคา และเน้นการตั้งรับสะสมแบบแบ่งไม้ในโซนลึก
เจาะลึก 5 ปัจจัยกำหนดทิศทางทองคำ: เมื่อแผนที่ลงทุนโลกเปลี่ยนมือ
1. สันติภาพการค้าชั่วคราว! สหรัฐฯ–จีนดีลฉลุย ดึงเงินกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน มีข้อตกลงร่วมกันหลายด้าน ทั้งการซื้อสินค้าเกษตร, การสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing, การผ่อนปรนบางส่วนในประเด็นแร่ Rare Earths ไปจนถึงการเปิดทางให้ Nvidia สามารถส่งออกชิปบางรุ่นไปจีนได้ บรรยากาศผ่อนคลายนี้กระตุ้นโหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ทำให้นักลงทุนลดระดับความสำคัญของทองคำในฐานะ Safe Haven ลงชั่วคราว
2. ปมไต้หวันยังเปราะบาง! ชนวนระเบิดเวลาที่ทำให้นักลงทุนยังแทงกั๊ก
แม้ภาพรวมการค้าจะดูชื่นมื่น แต่ประเด็นการเมืองระดับโลกอย่าง “ไต้หวัน” ยังคงเป็นหนามยอกอก จีนส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเข้าแทรกแซง ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงยืนยันจุดยืนเดิม ความเปราบางเชิงภูมิรัฐศาสตร์ตรงนี้ทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าใส่สุดตัวในตลาดหุ้น และเลือกที่จะถือเงินสดหรือทองคำบางส่วนไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่พร้อมปะทุ
3. วิกฤตฮอร์มุซยังปิดตาย! น้ำมันแพงลากยาวเขย่าต้นทุนทั่วโลก
สถานการณ์ฝั่งอิหร่านยังคงไร้ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม แม้จีนจะพยายามเข้ามาเป็นกาวใจในการขอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในทางปฏิบัติการเดินเรือยังคงติดขัด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงด้านพลังงานที่ลากยาวนี้กลายเป็นตัวกดดันความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และทำให้ตลาดโดยรวมยังคงอยู่ในสภาวะระแวดระวัง
4. กับดักเงินเฟ้อพุ่งสูง! บีบ Fed ตรึงดอกเบี้ยนาน ดันต้นทุนเสียโอกาสในการถือทอง
ผลกระทบต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ได้ส่งผ่านไปยังดัชนีเงินเฟ้อทั้งฝั่งผู้บริโภค (CPI) และฝั่งผู้ผลิต (PPI) ที่ยังคงดีดตัวสูงในปัจจุบัน สถานการณ์เงินเฟ้อที่ “ดื้อยา” เช่นนี้ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า Fed ภายใต้การนำของประธานคนใหม่จำต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คิด ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำเนื่องจากเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง
5. สัญญาณเทคนิค: ทรงตัวในทิศทาง Sideway Down ดักรอจุดวัดใจ
ภาพกราฟเทคนิคราคาทองคำ ($XAU/USD$) สูญเสียโมเมนตัมขาขึ้นชั่วคราวและแกว่งตัวทางขาลง ระยะสั้นมีแนวรับสำคัญอยู่ที่โซน $4,490–$4,500 หากราคาสามารถยืนหยัดได้ อาจเห็นการดีดตัวสลับ (Technical Rebound) ขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะสั้นที่ $4,530 และ $4,600 ตามลำดับ แต่หากหลุดแนวรับนี้ไป คาดว่าราคาจะไหลลงไปหาฐานใหญ่ทางจิตวิทยาถัดไปที่บริเวณ $4,350
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ภาพรวมตลาดทองคำในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้แรงกดดันสองด้าน ด้านหนึ่งคือการผ่อนคลายทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน และดอกเบี้ย Fed ที่ทรงตัวระดับสูงซึ่งคอยกดราคาทองลง แต่อีกด้านก็มีแรงค้ำจากปมไต้หวันและน้ำมันแพงที่คอยยันราคาไว้ไม่ให้ดิ่งลึก การเคลื่อนไหวจึงมีลักษณะซึมลงแบบ Sideway Down
ในเชิงกลยุทธ์ การที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น Tech แย่งสภาพคล่องไป ประกอบกับต้นทุนการถือทองที่สูงขึ้นตามสภาวะดอกเบี้ย ยืนยันว่า “การเข้าซื้อไล่ราคาที่กรอบบนไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย” จังหวะที่ดีที่สุดในเวลานี้คือการอดทนรอเพื่อเก็บของในราคาที่มีส่วนลดลึก (Discount Price)
กลยุทธ์แนะนำ:
- สถานะตลาด: Sideway to Sideway Down (ปรับฐานชะลอตัว)
- แนวรับสำคัญ: $4,500 (70,000 บาท) และแนวรับถัดไปที่ $4,350 (69,000 บาท)
- แนวต้านเป้าหมาย: $4,800 (72,200 บาท) * คำแนะนำ: แนะนำกลยุทธ์ “รอจังหวะย่อลึก หรือทยอยสะสมแบบแบ่งไม้” โดยตั้งรับไม้แรกเมื่อราคาลงมาทดสอบโซนแนวรับ $4,490 หากราคาเกิดการรีบาวด์ให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรเล่นรอบสั้นที่ $4,530 – $4,600 แต่หากราคาหลุดแนวรับแรก ให้เตรียมเงินทุนสำรองไว้รอช้อนซื้อไม้สำคัญที่โซนแข็งแกร่ง $4,350 ซึ่งจะได้เปรียบเชิงต้นทุนสูงสุดในรอบนี้
ขอขอบคุณ InterGOLD







Comments are closed.