ราคาทองคำแกว่งตัวรับศึกรอบด้าน เงินเฟ้อ PPI พุ่งแรงกดดัน FED ไม่ลดดบ พร้อมรอผล “ทรัมป์” หารือ “สี จิ้งผิง” วันนี้
ราคาทองคำไทย เหวี่ยงตัวแรงตั้งแต่เช้า ( 14 พ.ค.) เปิดตลาดลดลง 200 บาท ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะปรับขึ้น-ลง ครั้งละ 50 บาทอีก 6 ครั้ง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ ของ สมาคมค้าทองคำ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 71,800 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 71,600 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 72,600 บาท ส่วนราคารับซื้อ 70,160.48 บาท เงินบาท 32.34 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ราคาทองคํา gold spot วานนี้ ปิดลดลง 26 ดอลลาร์ โดยราคาหลุด 4,700 ดอลลาร์ ลงไปเคลื่อนไหวแถว 4,680 ดอลลาร์ โดยตลาดยังรอความชัดเจนจากการพบกันระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้ และอาจเป็นตัวกําหนดทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง ราคาพลังงาน และบรรยากาศการลงทุนในระยะถัดไป
รวมถึงรอดูทิศทางการเจรจาประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่กําหนดทิศทางตลาดในระยะนี้
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศเมื่อคืนนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือย เม.ย. ออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสําคัญ โดย PPI เมื่อเทียบเป็นรายปีอยู่ที่ 6.0% สูงกว่าครั้งก่อนที่ 4.3% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6%
ทั้งนี้ตัวเลข PPI รายเดือนและรายปีต่างปรับตัวขึ้นแรง แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี สอด คล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ที่ประกาศก่อนหน้า ซึ่ง CPI เมื่อเทียบเป็นรายปีอยู่ที่ 3.8% สูงกว่าครั้ง ก่อนที่ 3.3% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง
ภาพรวมดังกล่าวทําให้ตลาดเริ่มลดความคาด หวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะสั้น และบางส่วนเริ่มมองว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ ไม่เพียงแค่นั้นนางซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน กล่าวว่าเฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ลดลง
ขณะเดียวกัน ราคานํ้ามันยังคงเป็นอีกปัจจัยสําคัญที่ตลาดติดตาม โดยเช้านี้ Brent เคลื่อนไหวบริเวณ 102.7 เหรียญ หากราคานํ้ามันยังทรงตัวเหนือระดับ 100 เหรียญ ต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและ ทําให้ราคาทองคําเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ต่อไปอีกประมาณ 2–3 เดือน
ส่วนคืนนี้ต้องติดตามการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีก เดือนเม.ย. คาดจะลดลงเหลือ 0.60% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 1.70% ขณะที่ยอดค้าปลีกพื้นฐาน เดือนเม.ย. คาดจะทรงตัว 0.60% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 1.90% ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ คาดจะเพิ่มขึ้นแตะ 206,000 ราย จากสัปดาห์ห่อนหน้าอยู่ที่ 200,000 ราย
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง Shining Gold มองว่า
ตลาดทองคำยังคงแกว่งตัวในลักษณะ Sideway แต่เชื่อว่าตลาดกำลังรอแรงเหวี่ยงครั้งใหม่ เพราะนักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ–จีน
ตอนนี้ตลาดกำลังเริ่มสับสน ต่อท่าทีล่าสุดของ Donald Trump ที่บอกว่าไม่ได้ต้องการให้จีนเข้ามามีบทบาทในการยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งย้อนแย้งกับคำพูดก่อนหน้าที่เคยต้องการให้จีนช่วยกดดันอิหร่าน ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่า Trump อาจกำลัง เบี่ยงประเด็นจากสงครามมาสู่เรื่องเศรษฐกิจและการค้าแทน โดยเฉพาะการลดภาษีสินค้าเพื่อลดแรงกดดัน Supply Chain
ขณะที่ Reuters ประเมินว่า ทั้ง 2 ฝ่ายอาจลด Tariff ฝั่งละประมาณ $30B ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจไม่ใช่ผลบวกต่อทองคำในระยะสั้น เพราะจะช่วยลดความกังวลเศรษฐกิจ และทำให้เม็ดเงินบางส่วนไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง
อีกแรงกดดันสำคัญ คือ AI Boom ที่ยังไม่จบ เม็ดเงินยังคงไหลเข้าสู่ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากยังไม่มีปัจจัยใหม่เชิงบวกเข้ามาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นสงครามที่รุนแรงขึ้น เงินเฟ้อกลับมา หรือภาวะ Risk-Off รอบใหม่ ราคาทองคำก็ยังมีโอกาสถูก “ขายเมื่อรีบาวน์” ต่อไปในระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น รอ Open Long ที่ 4,654 ดอลลาร์ เผื่อถัวเฉลี่ย 4,626 และ4,590 ดอลลาร์ มีจุด SL ที่ 4,560 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยูที่ 4,711 / 4,734 และ 4,772 ดอลลาร์
ส่วน InterGold มองในเชิงเทคนิคว่า ทองคำกำลังอยู่ในช่วงการ “สร้างฐาน” ที่แข็งแกร่งในช่วงราคา 4,500 – 4,850 ดอลลาร์ สัญญาณบวกเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,675 ดอลลาร์ หากราคายังประคองตัวเหนือระดับนี้ได้ถือเป็นการสะสมพลังเพื่อรอข่าวใหญ่ที่จะเข้ามาเลือกทิศทางในอนาคต
ทั้งนี้ให้แนวรับสำคัญที่ 4,675 ดอลลาร์ หรือ 71,600 บาท และแนวรับจิตวิทยาที่ 4,500 ดอลลาร์ หรือ 70,000 บาท แนะนำใช้จังหวะที่ราคาย่อตัวต่ำกว่า 4,675 ดอลลาร์ เป็นโอกาสในการเข้าสะสม
ส่วนแนวต้านเป้าหมายอยู่ที่ 4,850 ดอลลาร์ หรือ 73,100 บาท เป็นจุดพิจารณาแบ่งขายทำกำไร ทั้งนี้แนะนำว่าหากราคายังยืนเหนือ 4,675ดอลลาร์ ได้ แนะนำให้ “ถือ” หรือ “รอ” ดูเชิงไปก่อน ไม่ควรรีบร้อนเข้าซื้อไล่ราคาที่กรอบบน เนื่องจากตัวเลข PPI ที่สูงอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาสกัดได้ทุกเมื่อ
ด้าน YLG Bullion มองว่าวานนี้
ราคาราคาอยู่ในการพักตัวหลังดีดทดสอบแนวต้านเหนือ 4,764 ดอลลาร์จนเข้าสู่สภาวะ Overbought ใน Timeframe ขนาดเล็ก วันนี้ยังคงประเมินว่าหากการพักตัวยังยืนเหนือ 4,639 ดอลลาร์ได้ จะยังไม่เสียโมเมนตั้มขาขึ้นในระยะสั้น โดยมีแนวต้านแรกบริเวณ 4,773-4,726 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดีหากการปรับขึ้นไม่ผ่าน 4,773-4,726 ดอลลาร์ ยังต้องระวังว่าการพักตัวยังไม่จบ
กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะซื้อหากราคาไม่หลุด 4,660-4,639 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 4,639 ดอลลาร์ ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 4,773-4,726 ดอลลาร์ หากผ่านได้ชะลอไปขายกำไรที่ต้านถัดไปบริเวณ 4,831-4,890 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ MTS Gold มองในเชิงเทคนิว่า
ราคาทองคํายังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,680–4,720 ดอลลาร์ มีแรงซื้อสลับแรงขาย ขณะที่ภาพรายวันยังสามารถทรงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสําคัญได้ สะท้อนว่าโมเมนตั้มระยะสั้นยังไม่เสียแนวโน้ม
อย่างไรก็ตาม ราคายังคงแกว่งตัวในลักษณะ Sideways และอยู่ในช่วงสะสมกําลังเพื่อรอการ เลือกทิศทาง Breakout ประเมินแนวรับ gold spot ที่ 4,670 – 4,640 ดอลลาร์ แนวต้านอยู่ที่ 4,740 – 4,770 ดอลลาร์ ส่วนทองคําไทยมีแนวรับอยู่ที่ 71,300 บาท และแนวต้านที่ 72,300 บาท
รับชมคลิป







Comments are closed.