ทิศทางราคาทองวันนี้ 13 พ.ค.26 พูดคุยกับคุณมรุต วสุนธรา อินเตอร์โกลด์
พูดคุยกับ คุณมรุต วสุนธรา (ไผ่) เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ราคาทองคำยังคงแข็งแกร่ง แม้ CPI ดีด – ราคาน้ำมันทะลุ $100 ยังรีบาวด์ขึ้นมาปักหลักยืน $4,700 ได้
คุณมรุต วสุนธรา เทรดเดอร์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวกับ goldaround ว่า
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบพักฐาน ระหว่าง 4,640 –4,770 ดอลลาร์ หรือ 71,500 – 72,700 บาท โดยถูกกดดันจากตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือยเม.ย.ที่พุ่งสูงเกินคาด จนทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น
อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่ทะลุ 100 ดอลลาร์และความไม่แน่นอนจากการเจรจาระหว่างทรัมป์และจีน ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้นักลงทุนถือทองคำเพื่อเป็นประกันความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์
มาดู 4 ปัจจัยกำหนดทิศทางทองคำ ปัจจัยแรกคือกำแพงเงินเฟ้อ 3.8% ทำให้ Fed สั่งเบรกแผนลดดอกเบี้ย บีบหัวใจนลท.ทองคำ โดยตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือนเมษายนที่ประกาศเมื่อคืนนี้ ( 11 พ.ค.) เมื่อเทียบเป็นรายปี พุ่งแตะ 3.8% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 โดยมีต้นทุนพลังงานและค่าเช่าเป็นตัวเร่งหลัก
ส่งผลให้ Bond Yield 10 ปี ดีดตัวขึ้นสู่ 4.46% และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทันที เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนมองว่าโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้เริ่มริบหรี่ลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงที่กดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ประเด็นถัดมาสมรภูมิพลังงานเดือด ราคา WTI พุ่งทะยานเหนือ 102 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนความกังวลต่อสถาน การณ์ในช่องแคบ Hormuz แม้ราคาน้ำมันที่สูงจะหนุนเงินเฟ้อ (ซึ่งกดดันให้ดอกเบี้ยสูง) แต่ในอีกทางหนึ่ง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงเช่นนี้ยังคงเป็นเรื่องหลักที่พยุงแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไม่ให้ราคาปรับฐานลึกลงไป
ประเด็นที่ 3 คือ การเตรียมเดินทางเยือนจีนของ “Donald Trump” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบจากวิกฤตพลังงาน ขณะที่จีนถือไพ่ตายทั้งเรื่องการเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน และเจ้าตลาด Rare Earths
ความไม่แน่นอนจากการเจรจารอบนี้ที่คาดเดาผลลัพธ์ได้ยากนี้ ได้สร้างสภาวะ Uncertainty ในตลาดโลก ซึ่งทองคำมักจะทำหน้าที่เป็นประกันความเสี่ยงได้ดีที่สุด
และ4. ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ปลุกแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดหุ้นเริ่มส่งสัญญาณพักฐานแรง โดยเฉพาะกลุ่มชิปที่ร่วงหนัก 3% ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ดิ่งแรงกว่า 5% จากความกังวลเรื่องภาษีกำไร AI
การไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากความกลัวภาวะฟองสบู่สลาย อาจกลายเป็นโอกาสทองที่เม็ดเงินจะหมุนเวียนกลับมาเข้าสู่ตลาดทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงอีกครั้ง
มาดูมุมมองทางเทคนิค ปัจจุบันราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 4,719 ดอลลาร์ สัญญาณทางเทคนิคระบุว่าทองคำกำลังทดสอบด่านสำคัญที่ 4,770 ดอลลาร์ หากยังไม่สามารถผ่านได้ อาจเห็นการย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 4,640 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ดัชนี RSI ที่ระดับ 50 สะท้อนว่าตลาดยังไม่เลือกข้างชัดเจน แต่เป้าหมายระยะยาวจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ยังคงมองไปถึงระดับ 5,400 ดอลลาร์
ทั้งนี้ภาพรวมตลาดทองคำวันนี้อยู่ในสภาวะ “แทงกั๊ก” ระหว่างตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งกร้าวกับความเสี่ยงสงครามที่พร้อมปะทุ การที่เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 3.8% คือปัจจัยกดดันที่ชัดเจนที่สุดในรอบปี แต่ในขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์นั้น “ของจริง” และไม่สามารถละสายตาได้
กลยุทธ์แนะนำ ตลาดยังพักตัวเพื่อรอสะสม โดยให้แนวรับสำคัญที่ 4,640 ดอลลาร์ หรือ 71,500 บาท เป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยสะสมไม้แรก เนื่องจากมีแรงซื้อหนาแน่นและเป็นฐานราคาที่แข็งแกร่ง
ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,770 ดอลลาร์ หรือ 72,700 บาท หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่เพื่อไปทดสอบเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์
“จังหวะนี้คือการ “สะสมของดีราคาถูก” นักลงทุนควรบริหาร Margin ให้รอบคอบและไม่ควรไล่ราคาที่แนวต้าน เนื่องจากตลาดยังคงรอความชัดเจนจากผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจมีเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา”
รับชมคลิป







Comments are closed.