ทองคำกลับมาย่อตัวสวนทางราคาพลังงานพุ่ง หลังอิหร่านขู่ปิดช่องแคบ “ฮอร์มุช” ยาว ลุ้นปิดสัปดาห์ยืน $5,100 เพื่อรันเทรนด์ต่อ
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดลดลง 100 บาท ก่อนอีกช่วงโมงถัดมาจะปรับลดลงอีก 150 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ของ สมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 77,850 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 77,650 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 78,650 บาท ส่วนราคารับซื้อ 76,103.20 บาท เงินบาท 32.14 บาทต่อดอลลาร์
ทาง MTS Gold มองว่า
เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเหนือ 32 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับ 31.75 บาทต่อดอลลาร์ พยุงไม่ให้ราคาทองคำปรับลดลงแรง ยังสามารถประคองราคาเหนือ 77,700 บาทได้ ประเมินว่าโอกาสที่ราคาทองคําไทยจะปรับตัวลงตํ่ากว่า 77,000 บาทค่อนข้างจํากัด ในระยะสั้น และยังมองว่าการปรับตัวลงของทองคําเป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้มหลัก
ส่วนราคาทองคำ gold spot วานนี้ปิดปรับตัวลดลง 97 ดอลลาร์ โดยลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 5,055 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดตลาดที่ 5,079 ดอลลาร์ และเช้านี้ ขึ้นมาทดสอบ 5,125 ดอลลาร์ ภาพรวมการเคลื่อนไหวราคาสะท้อนภาพการปรับฐานต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก
ปัจจัยสําคัญที่กดดันราคาทองคำมาจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทําให้ราคานํ้ามันดิบปรับตัวขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้น แม้สํานักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) มีแผนจะปล่อยนํ้ามันเข้าสู่ตลาดกว่า 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน แต่ราคานํ้ามันยังคงปรับตัวขึ้นสะท้อนถึงวิกฤตพลังงานยังคงมีความรุนแรง รวมถึงราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ ที่ฟื้นตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 99.70 จุด จากระดับ 99.45 จุด ในวันก่อนหน้า
วันนี้จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสําคัญของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคลพื้นฐาน (PCE) คาดจะทรงตัวที่ 0.4% และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คาดจะทรงตัวที่ 1.4%
ไปดูมุมมองการลงทุนทาง ทาง ShiningGold bullion มองว่า
วานนี้ราคาทองคำปรับตัวลงมาตามกรอบแนวรับทางเทคนิคที่สำคัญ โดยภาพรวมยังคงเป็นการ ย่อตัวเพื่อสะสมแรงก่อนรีบาวน์กลับขึ้นไปทดสอบกรอบเดิม ซึ่งมีความกว้างของการเคลื่อนไหวได้มากถึงประมาณ 200 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เสียโครงสร้างการปรับตัวขึ้นในระยะสั้น ราคาทองคำไม่ควรหลุดต่ำกว่า 5,015 ดอลลาร์ อย่างเด็ดขาด เพราะหากหลุดระดับนี้อาจทำให้ภาพการฟื้นตัวเริ่มอ่อนแรงลง
ในด้านปัจจัยพื้นฐาน สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังคง ทวีความรุนแรงและมีโอกาสขยายแนวรบเพิ่มเติม หลังจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสัญญาณว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไป และอาจมีการเปิดแนวรบใหม่เพิ่มขึ้นประเด็นนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งก็กลายเป็น แรงกดดันต่อราคาทองคำทางอ้อม ผ่านความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
ดังนั้นต้องมาดูทิศทางระยะสั้นของราคาทองคำว่าจะปรับตัวขึ้นต่อหรือย่อตัวลง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องจับตา การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดในช่วงนี้ด้วย
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น รอการย่อตัว จับจังหวะ Open Long เฉพาะจุดแนวรับสำคัญ เคร่งครัด Stoploss ที่ 5,015 ดอลลาร์ ให้แนวต้านที่ 5,100 / 5,126 และ 5,174 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 5,090 / 5,043 และ 4,955 ดอลลาร์
ขณะที่ Ausiris มองว่า
ราคาทองคำวานนี้ยังคงปรับตัวปิดลบ หลังระหว่างวันราคาทองคำพยายามดันราคาขึ้น แต่ไปได้เพียง 5,191 ดอลลาร์ ส่งผลให้มีโอกาสที่จะย่อตัวเพื่อที่จะปรับฐานได้ ส่วนสัญญาน RSI ในกราฟราย 4H เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 บ่งบอกถึงราคาทองคำยังมีโอกาสย่อตัวลงได้
อย่างไรก็ดีหากย่อตัวแล้วไม่หลุดต่ำกว่ากรอบแนวรับระหว่างวัน เป็นได้ที่ราคาทองคำจะดีดตัวกลับขึ้นมา สำหรับวันนี้แนะนำสำหรับผู้ที่ถือซื้อไว้หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาที่แนวต้าน 5,169 และ5,201 ดอลลาร์ให้ทยอยขายทำกำไร และไปรอสะสมที่แนวรับ 5,055 และ 5,022 ดอลลาร์
ส่วน GCAP Gold มองทางเทคนิคว่า
กราฟทองคำใน Tf H4 หลังจากปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงบริเวณประมาณ 5,400 ดอลลาร์ ได้เกิดแรงขายอย่างชัดเจน ส่งผลให้โครงสร้างแนวโน้มเปลี่ยนจากขาขึ้นมาเข้าสู่ช่วงการพักตัวและแกว่งตัวในกรอบ
ปัจจุบันราคากำลังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ระหว่างประมาณ 5,050–5,200 ดอลลาร์
การดีดตัวขึ้นในช่วงหลังยังไม่สามารถผ่านบริเวณ 5,180–5,200 ดอลลาร์ได้ ซึ่งเป็นโซนที่มีแรงขายปรากฏหลายครั้ง ทำให้ระดับดังกล่าวกลายเป็นแนวต้านสำคัญ ขณะที่ด้านล่างบริเวณ 5,050–5,080 ดอลลาร์ เป็นโซนแนวรับที่ราคาดีดกลับขึ้นมาหลายครั้งเช่นกัน
อย่างไรก็ตามโครงสร้างระยะสั้นเริ่มแสดงลักษณะของการทำจุดสูงที่ต่ำลง (Lower High) สะท้อนว่าโมเมนตั้มฝั่งขายยังคงมีอิทธิพลอยู่พอสมควร หากราคายังไม่ทะลุ 5,200 ดอลลาร์ มีโอกาสที่จะลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 5,050 ดอลลาร์ และอาจลึกลงไปได้ถึง 5,000 ดอลลาร์
แต่หากเกิดแรงซื้อกลับเข้ามาจนสามารถทะลุแนวต้าน 5,200 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ โครงสร้างราคามีโอกาสกลับเข้าสู่การฟื้นตัว และเปิดทางให้ราคาขยับขึ้นทดสอบโซน 5,250–5,300 ดอลลาร์ ต่อไปได้
ปิดท้ายที่ T.D.C. Gold มองว่า
ราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง แต่ในภาพรวมยังไม่ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันเริ่มมีบทวิเคราะห์จากต่างประเทศถึงเรื่อง ทองคำไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีแม้จะเกิดสงคราม ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนหนีเข้าไปถือเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และ Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จนทำให้ทิศทางดอกเบี้ยอาจจะลดลำบาก ซึ่งมุมมองเชิงลบดังกล่าวคาดว่าอาจลงทดสอบ 5,050 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.