gold spot กลับมา sideway รอตัวเร่งใหม่ หลังพยายามทะลุ $5,200 แต่ไม่สำเร็จ เหตราคาน้ำมันพุ่ง-อิหร่านขู่อาจแตะ $200
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดบวก 50 บาท ก่อนอีกช่วงครึ่งถัดมาจะปรับลดลง 100 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ของสมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 10.30 น.
อยู่ที่ 77,950 บาท ส่วนราคารับซื้อ 77,750 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 78,750 บาท ส่วนราคารับซื้อ 76,194.16 บาท เงินบาท 31.84 บาทต่อดอลลาร์
ทาง ShiningGold bullion มองว่า
ราคาทองคำไทยยังคงเผชิญแรงขายทำกำไรต่อเนื่อง แม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาสลับบ้าง แต่ราคายังแกว่งตัวในกรอบเดิม 70,000 – 80,000 บาท
กลยุทธ์การลงทุนเน้นรอจังหวะย่อซื้อ แบ่งแผนลงทุนออกเป็น 2 กรณี 1) หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือ 74,000 บาท แนะนำจับจังหวะเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบตามการรีบาวด์ของราคา 2) หากราคาปรับตัวต่ำกว่า 74,000 บาท ทยอยแบ่งไม้เข้าสะสมตามแนวรับในกรอบราคา
ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 78,200/78,700 และ79,300 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 77,300/76,500 และ74,200 บาท
ส่วนราคาทองคำ gold spot วานนี้ แม้จะปิดตลาดลงลงแค่ 16 ดอลลาร์ แต่การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ 5,200 ดอลลาร์ ทำให้ต้องการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นต่อไป โดยวานนี้ราคาสามารถขึ้นไปแตะที่ 5,223 ดอลลาร์ ก่อนจะลงมาปิดตลาดที่ 5,176 ดอลลาร์ และเช้านี้กลับลงไปทดสอบ 5,125 ดอลลาร์
สาเหตุหลักที่กดดันราคาทองคำมาจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 99.35 จุด และราคานํ้ามัน WTI ที่ฟื้นตัวขึ้นมาที่ระดับประมาณ 91 ดอลลาร์ โดยอิหร่านได้ชี้ว่ายังมีโอกาสที่ราคานํ้ามันดิบอาจพุ่งขึ้น แตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ และอาจทําให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จําเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
ขณะเดียวกันตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) เดือน ก.พ. ที่ประกาศเมื่อคืนนี้ จะทรงตัวที่ 2.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ สะท้อนว่าแรงกดดัน เงินเฟ้อยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นในทันที อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนต่อเงินเฟ้อในเดือนถัดไป
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงความไม่สงบบริเวณอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงช่วยจำกัดการปรับตัวลงของทองคำ ทำให้ราคายังคงแกว่งตัวในลักษณะการสะสมกำลังต่อไป
ไปดูมุมมองการลงทุนทาง InterGOLD มองว่า
ทิศทางราคาทองคำต้องการตัวเร่ง หากไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าเดิม ราคาอาจเคลื่อนไหวในกรอบเพื่อรอทิศทาง แต่หากเกิดการโจมตีเป้าหมายยุทธ ศาสตร์สำคัญ ราคามีโอกาสพุ่งทะลุแนวต้าน 5,400 ดอลลาร์ได้ทันที ในทางกลับกันหากมีการเจรจาทางการทูต ทองคำอาจถูกเทขายทำกำไร
กลยุทธ์การลงทุน ตลาดยังคงแกว่งตัวในกรอบกว้าง นักลงทุนยังคงต้องเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แนวรับที่ 5,000 ดอลลาร์ หรือ 76,000 บาท ถือเป็นระดับที่มีนัยสำคัญทางจิตวิทยาและพื้นฐานที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน
ขณะที่ T.D.C. Gold มองว่า
หร่านยืนยันหากประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ แล่นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุสจะถูกโจมตี และเมื่อวานนี้เรือของประเทศไทยก็ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านเช่นกัน ความไม่สงบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำนับปรับตัวสูงขึ้น 5% กลับไปอยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาทองคำทรงตัวอยู่ในกรอบเป็นวันที่ 7 ยังไม่มีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นที่ยังส่งส่งสัญญาณผันผวน เคลื่อนไหวในกรอบรอทิศทางที่ชัดเจน
ด้าน YLG Bullion มองว่า
ราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนเพิ่มขึ้น เมื่อราคาอ่อนตัวลงมีแรงซื้อสลับเข้ามาพยุงไว้ แม้ว่ามุมมองราคาจะแกว่งตัวในทิศทาง Sideway อย่างไรก็ตาม หากราคารักษาระดับไว้ได้ อาจเกิดแรงซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
แนะนําเสี่ยงเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากสามารถยืนเหนือแนวรับ 5,123-5,091 ดอลลาร์ตัดขาดทุนหากหลุด 5,091 ดอลลาร์ ทยอยปิดทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 5,197-5,239 ดอลลาร์
ส่วน GCAP Gold มองว่าทางเทคนิคว่า
ราคาทองคำยังมีแนวโน้มขาขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้น โดยกราฟ 4 ชั่วโมงยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 20 และ 100 ขณะที่เส้น SMA 200 อยู่ต่ำกว่าสะท้อนแนวโน้มขาขึ้นที่ยังคงอยู่ แม้โมเมนตั้มจะชะลอลงเล็กน้อย โดย RSI ยังยืนเหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงโทนบวกแต่ไม่แข็งแรงมาก
ในกราฟรายวันแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น เพราะราคายังอยู่เหนือเส้น SMA 20, 100 และ 200 วัน แต่สัญญาณโมเมนตั้มและ RSI เริ่มชะลอ สะท้อนว่าศักยภาพการขึ้นในระยะสั้นอาจจำกัด ทั้งนี้ให้แนวรับที่ 5,129 / 5,107 และ 5,084 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 5,214 / 5,235 และ 5,254 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายัวนที่ 5,112 และ 5,000 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 5,174 และ 5,187 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.