ทิศทางทอง 9-13 มี.ค.2569 คุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์
ราคาทองคำยังได้ลุ้นปรับตัวขึ้นต่อ แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากราคาพลังงาน แต่หากทะลุ $5,250 อาจขยับไปกรอบบน
ในห้วงเวลาที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิสราเอล-สหรัฐ และอิหร่านได้ทวีความรุนแรงขึ้น ทฤษฎีการลงทุนดั้งเดิมมักระบุว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Safe Haven” หรือสินทรัพย์ปลอดภัย
ซึ่งในช่วงต้นของเหตุรุนแรง ราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นสัปดาห์จนขึ้นไปแตะระดับ 5,400 ดอลลาร์ ก่อนจะทิ้งตัวลงมาทดสอบ 4,996 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวมาปิดสัปดาห์ที่ 5,170 ดอลลาร์
ภาพรวมที่เกิดขึ้นในตลาดทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างความฉงนให้แก่นักลงทุนจำนวนมาก ซึ่ง คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ กล่าวว่า
เหตุผลสำคัญที่ราคาทองคำไม่พุ่งทะยานตามสภาวะสงคราม เกิดจากพฤติกรรมของนักลงทุน เมื่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น ตลาดหุ้น) เผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรง จำเป็นต้องถือเงินสด เพื่อรักษาระดับหลักประกันหรือรองรับความผันผวนส่งผลให้มีการขายทำกำไรในทองคำ เพื่อเปลี่ยนเป็นสภาพคล่องชั่วคราว
เหมือนเช่นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทองคำมักจะถูกขายในช่วงแรกของความตื่นตระหนกก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในภายหลัง
คุณภัทริน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญคือ นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จากเดิมที่ตลาดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง
ทำให้ราคาพลังงานปรับเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่จะกลับมาพุ่งสูง และอาจส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเหลือเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
เมื่อมาดูปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวผันผวนหนักเคลื่อนไหวในกรอบ 400 ดอลลาร์ ระหว่าง 5,000-5,400 ดอลลาร์ โดยราคาปรับตัวลดลงหลังขึ้นไปทดสอบระดับ 5,400 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ทำให้ภาพรวมยังคงวิ่งในกรอบ Sideway ใหญ่
ส่วนสัปดาห์หน้ายังคงต้องจับตามความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่ายังคงรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมถึงราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ หลังอิหร่านยังคุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซ กระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานโลก ซึ่งจะกลายเป็นตัวเร่งให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาพุ่งแรง และกดดันราคาทองคำ
โดยโซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 5,050 -5,000 ดอลลาร์ และ4,880-4,850 ดอลลาร์ พิจารณาเข้าซื้อ ณ โซนดังกล่าวหากราคาพักฐานกลับลงมา เพื่อ Follow Trend ในภาพใหญ่
ส่วนโซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 5,250-5,300 ดอลลาร์ และ 5,420-5,450 ดอลลาร์ หากราคาวิ่งขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญที่ 5,200 ดอลลาร์ มีโอกาสขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบระดับดังกล่าวข้างต้น
ส่วนราคาทองคำไทย ได้เงินบาทอ่อนค่ามาพยุงราคา เนื่องจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ
ทำให้ราคาทองคำไทยยังอยู่ในระดับสูง แม้ราคาโลกจะย่อตัว โดยราคาของสมาคมค้าทองคำเมื่อวันที่ 7 มี.ค. บวกเพิ่ม 1,100 บาท ราคาขายออกอยู่ที่ 77,950 บาท ส่วนราคารับซื้อ 77,750 บาท คำนวนจากเงินบาท 31.84 บาท/ดอลลาร์
ส่วนสัปดาห์หน้า ( 9-13 มี.ค.) ให้แนวรับราคาทองคำไทยที่ 77,500-77,300 บาท และ 76,500-76,300 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 78,500-79,000 บาท และ 79,500-80,000 บาท







Comments are closed.