ทิศทางทองคำ-ดัชนี ธ.ค.68 ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ
เกาะติดทิศทางราคาทองคำและดัชนีทองคำ ธ.ค.68
สัมภาษณ์พิเศษ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ
ซูฮกนักลงทุนไทยมองตลาดทองคำทะลุ ปีหน้าคาดยังคงร้อนแรงแต่อาจไม่เท่าปีนี้ ด้านกูรูระดับโลกชี้ อีก 5 ปี ทองคำอาจแตะ $9,000
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวถึง ผลการสำรวจความคิดเห็นนักลงทุนทองคำของศูนย์วิจัยฯ ในปีนี้ว่า
ภาพรวมนักลงทุนไทยยังอ่านเกมค่อนข้างขาดเหมือนเดิม โดยจากการสำรวจของศูนย์วิจัยทองคำ ทั้ง 12 เดือน พบว่านักลงทุนคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาทองคำถูกต้องถึง 9 เดือน
ขณะเดียวกัน คำถามที่เกี่ยวกับเรื่องของการเข้าซื้อทองคำในเดือนนี้หรือไม่ หรือว่าควรซื้อ ณ ระดับราคาไหน ถือว่าให้ประโยชน์กับคนที่อ่านผลสำรวจได้เป็นอย่างดี และสามารถเป็นแนวทางให้กับนักลงทุนทองคำหน้าใหม่
ทั้งนี้ มองว่านักลงทุนน่าจะประสบความสำเร็จพอสมควร แม้ว่าในบางช่วงการเข้าลงทุนจะเป็นลักษณะ FOMO (Fear of Missing Out) แต่ถือว่า นักลงทุนไทยค่อนข้างทำได้ดี รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ดี
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ฯ มองว่า การลงทุนทองคำปีนี้ไม่ยากจนเกินไป โดยมองว่า นักลงทุนไทยมีการวางแผนการลงทุนอย่างรัดกุม ทั้งจุดเข้าซื้อและจุดทำกำไร และหากเป็นนักลงทุนระยะยาวมองว่าจะสามารถทำกำไรได้ดีกว่า เพราะราคาได้ปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วน Performance ของราคาทองคำปีนี้ถือว่าดีเกินคาด เพราะจากการเก็บข้อมูล 20 ปีที่ผ่านมา โดยปกติราคาทองคำ gold spot จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 23% แต่ปีนี้ gold spot ขยายตัวทะลุ 60% ส่วนราคาทองคำไทยจะโตเฉลี่ยประมาณ 17-18% แต่ในปีนี้ราคาทองไทยขยายตัวได้ประมาณ 50%
ภาพรวมยกให้ปีนี้เป็น “ปีงูสารพัดพิษ” เพราะเกิดเหตุการณ์รุนแรงมากมาย จากทั้งภายในและต่างประเทศ เหตุการณ์ในประเทศหลายสถานการณ์ถือว่าหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ หรือแม้กระทั่งภัยสงคราม ซึ่งส่งผลต่อค่าเงินบาท และหนุนให้ราคาทองคำไทย ปรับตัวสูงขึ้นไปทำสูงสุดตลอดกาลในระดับ 67,400 บาท แม้ว่าในช่วงหลังจะปรับลงมา เพราะเงินบาทแข็งค่าก็ตาม ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ฯ กล่าว
ในส่วนของต่างประเทศ จะมีทั้งเรื่องสงครามในหลายพื้นที่ รวมถึงสงครามการค้า ซึ่งส่งผลต่อราคาทองคำค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องของสงครามทั้งยูเครน-รัสเซีย, ฮามาส-อิสราเอล แม้ว่าจะมีการเจรจาเพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก แต่ในปีหน้าต้องจับตาเรื่องของจีนกับไต้หวัน และความขัดในแย้งในทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจจะรวมถึง ไทย-กัมพูชา ด้วย
ส่วนแนวโน้มราคาทองคำในปีหน้า ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ฯ มองว่า ราคาทองคำจะยังคงขยายตัวร้อนแรง แต่อาจจะไม่เท่าปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันฐานราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ปัจจัยที่หนุนทองคำยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็จะส่งต่อมาจากปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้า แม้ว่าขณะนี้จะดูเงียบ ๆ ไป แต่เชื่อว่า ปธน.ทรัมป์ฯ จะมีนโยบาย หรือ “ไม้ตายใหม่ ๆ” มาต่อกรกับประเทศคู้ค้าเสมอ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันราคาทองคำ
แต่ประเด็นที่ส่งผลต่อราคาทองคำโดยตรงก็คือเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจาก dot plot ล่าสุด คาดว่าเปิดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง
แต่เนื่องจาก นายเจอโรม พาวเวล ปธ.เฟดคนปัจจุบันจะหมดวาระในช่วงกลางปีหน้า และหากคนที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนมาจากสายการเมือง นโยบายดอกเบี้ยต่ำอาจถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นเชื้อไฟชั้นดีหนุนให้ราคาทองคำพุ่งทะยาน
เรื่องต่อมา คือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หลาย ๆ พื้นที่มีแนวโน้มที่จะลดความขัดแย้งลง ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย-ยูเครน หรือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ต้องจับตาความเคลื่อนไหวใกล้ชิด
ขณะที่หลายพื้นที่ก็มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น เช่น สหรัฐ-เวเนซูเอลา รวมถึงความขัดแย้ง “จีน-ไต้หวัน” ซึ่งมองว่าเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ ที่กำลังรอการปะทุ และอาจรุนแรงกว่าความขัดแย้งอื่น ๆ ที่เคยเจอ
ส่วนการคาดการณ์ราคาทองคำในปีหน้า ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ฯ มองว่าโอกาสที่ราคาทองคำจะทะลุ 5,000 ดอลลาร์ไม่เกินความจริง เพราะหากจะคาดการณ์แบบ Conservative ที่ราคาทองคำจะขยายตัวเฉลี่ย 15-20% หากปีนี้จบแถว 4,500 ดอลลาร์ และปีหน้าเติบโตตามค่าก็จะทะลุ 5,000 ดอลลาร์ได้ ขณะที่ราคาทองคำแท่งไทยมีโอกาสเห็นตัวเลข 70,000 – 72,000 บาท ต่อบาททองคำ
“นักวิเคราะห์ระดับโลกที่เข้าร่วมงาน Thailand Gold Forum ได้คาดการณ์ว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ราคาทองคำอาจไปได้ถึง 9,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากมองจากเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบก้าวกระโดดที่เห็นในปีนี้ เชื่อว่าเกิดขึ้นได้” ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ฯ กล่าวเสริม
รับชมคลิป







Comments are closed.