ทิศทางราคาทองคำวันนี้ 19 ธ.ค.68 พูดคุยกับ คุณวรุต รุ่งขำ YLG
คุยกับคุณวรุต รุ่งขํา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ทองคำยังเผชิญหลากปัจจัยช่วงท้ายปี จับตา BoJ ขึ้นดอกเบี้ยอาจฉุดร่วงพักฐาน ช่วงนี้เน้นลงทุนสั้น-ปรับพอร์ตให้กระชับ
คุณวรุต รุ่งขํา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงสถานการณ์ราคาทองคำในช่วงปลายปีว่า ยังคงผันผวนโดยเมื่อคืนนี้ขึ้นทดสอบ 4,371 ดอลลาร์ ก่อนถูกเทแรงแรง ทั้งยี้ในช่วงนี้ยังมีหลากปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด
ปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือ ฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (AI) ในตลาด Nasdaq และ S&P 500 ที่เริ่มเสียทรง หลังหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA และ Broadcom ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง หากอุตสาหกรรม AI มีปัญหาจริง อาจกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ผลักดันให้ทองคำกลับไปทดสอบ All-Time High ได้อีกครั้ง
ขณะที่ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนนี้ แม้จะลดลงจนดูเหมือนจะเป็นข่าวดีต่อทองคำ เพราะเฟดอาจลดดอกเบี้ย แต่ตัวเลขที่ออกมากลับถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือเนื่องจากเป็นการเก็บข้อมูลในช่วง Government Shutdown ทำให้เจ้าหน้าที่เฟดบางส่วนมองว่าตัวเลขนี้ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ทองคำดีดตัวได้เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะถูกเทขายทำกำไรออกมา
อีกประเด็นที่ต้องรอดูผลกระทบหลังจากนี้ คือผลกระทบจากผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี
“เมื่อดอกเบี้ยเงินเยนพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนที่เคยไปกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำมาซื้อทองคำหรือหุ้น (Yen Carry Trade) ก็ต้องรีบขายสินทรัพย์เหล่านั้นเพื่อนำเงินกลับไปใช้หนี้คืน” คุณวรุต กล่าว
ปรากฏการณ์นี้ยังส่งผลให้ Bond Yield ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งเป็นถือเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง ของทองคำ เพราะเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ทองคำที่ไม่มีปันผลจึงดูน่าสนใจน้อยลงในระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน คุณวรุต มองว่า รอจังหวะ “ย่อเพื่อซื้อ” โดยให้แนวรับสำคัญหากราคาไม่หลุด 4,306 – 4,292 ดอลลาร์ยังเป็นโซนที่น่า “เสี่ยงซื้อ” เล่นสั้น ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,354 – 4,381 ดอลลาร์ (All-Time High) หากราคาเหวี่ยงขึ้นไปแต่ไม่ผ่าน แนะนำให้ “แบ่งขายทำกำไร” เพื่อลดความเสี่ยง
ส่วนราคาทองคำไทย แม้ราคาทองโลกจะผันผวน แต่ทองไทยยังถูกกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลงทดสอบระดับ 31.21 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งกดดันราคาทองในประเทศให้ไม่พุ่งสูงจนเกินไป ทั้งนี้แนะนำโซนเข้าซื้อแถว 64,050 – 63,950 บาทต่อบาททองคำ ส่วนโซนขายทำกำไรอยู่แถว 64,800 – 65,200 บาทต่อบาททองคำ
คุณวรุต กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงท้ายปีราคาทองคำ ยังผันผวนจากนโยบายการเงินของญี่ปุ่นและความไม่แน่นอนของหุ้นกลุ่มเทคฯ ทั้งนี้นักลงทุนควรเน้นการบริหารพอร์ตให้กระชับ และไม่ถือสถานะที่ใหญ่เกินไปในช่วงวันหยุดยาว และในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายเบาบาง เพื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่อย่างมั่นคง







Comments are closed.