gold spot แกว่งตัวทดสอบไม่ผ่าน $4,350 ก่อนเช้านี้ถูกเทร่วงหลุด $4,300 วันนี้จับตาตัวเลขจ้างงาน-การเจรจารัสเซีย-ยูเครน
ราคาทองคำไทย เช้านี้เปิดตลาดแกว่งตัวแรง โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวัน ลดลง 300 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาลดลงอีก 250 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง ณ เวลา 10.45 น. อยู่ที่ 64,000 บาท ส่วนราคารับซื้อ 63,900 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 64,800 บาท ส่วนราคารับซื้อ 62,625.96 บาท เงินบาท 31.53 บาทต่อดอลลาร์
ทาง ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองในประเทศมีการแกว่งตัวขึ้นลงตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่า แนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 64,450 และ 64,700 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 64,000 และ 63,750 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,750 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ไปดูภาพรวมการคลื่อนไหวราคาทองคำ goldspot วานนี้ปิดบวก 5 ดอลลาร์ โดยขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดที่ 4,350 ดอลลาร์ แต่ไม่ผ่าน ก่อนถูกเทมาปิดตลาดที่ 4,304 ดอลลาร์ หลังจากมีความคืบหน้าในการเจรจาที่สำคัญระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงคราม ซึ่งมีคืบหน้าไปมาก
ทำให้เป็นแรงกดดันราคาทองคำ ก่อนที่ในช่วงเช้าวันนี้ราคาจะร่วงหลุด 4,300 ดอลลาร์ลงมา ต้องมาดูว่าวันนี้จะสามารถฟื้นกลับไปได้หรือไม่
ทั้งนี้ราคาทองคำยังทยอยปรับตัวขึ้น หลังดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวลงสู่ระดับ 98.39 หน่วย รับผลประชุม FOMC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประกอบกับเงินเยนได้กลับมาแข็งค่าอีกครั้งหลังตลาดได้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% จาก 0.50% ในวันศุกร์นี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อในประเทศ
อีกทั้งแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยยังได้ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่น อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสูงถึง 1.95% สูงสุดในรอบ 19 ปี ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เงินไหลออกจากเงินดอลลาร์ไปยังเงินเยน และเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในทางอ้อม
อย่างไรก็ดีวันนี้นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงาน นอกภาคเกษตรประจำเดือนต.ค.และพ.ย. และยอดค้าปลีก ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 78% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนม.ค.ปีหน้า
มาดูตัวเลขคาดการณ์ การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนพ.ย. คาดว่าจะอยู่ที่ 50,000 ราย จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 119,000 ราย ขณะที่ รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือนพ.ย. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 0.30% จากเดิมอยู่ที่ 0.20% ส่วนอัตราว่างงาน เดือนพ.ย. อยู่ที่ 4.50% จากเดิมอยู่ที่ 4.40%
ไปดูตัวเลข ยอดค้าปลีก เดือนต.ค. คาดว่าจะทรงตัวที่ 0.20% และยอดค้าปลีกพื้นฐาน เดือนต.ค. คาดว่าจะลดลงแตะ 0.20% จากเดิมอยู่ที่ 0.30% ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนธ.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 52.3 จากเดิมอยู่ที่52.2 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค. คาดว่าจะลดลงแตะ 54 จากเดิมอยู่ที่ 54.1
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย InterGOLD มองว่า
ภาพรวม gold spot ยังเคลื่อนไหว Sideway ผันผวน แต่มีโอกาสเกิดแรงส่งช่วงปลายปี แผนหลักรอย่อซื้อสะสมใกล้แนวรับ 4,260 ดอลลาร์ หรือราคาไทย 64,000 บาท ขณะที่ไปขายทำกำไร เมื่อราคาเด้งเข้าใกล้แนวต้าน $4,360 ดอลลาร์หรือ 64,800 บาท เน้น “ไม่ไล่ราคา” เพราะช่วงนี้ราคาแกว่งตัวแรง ขึ้น-ลง รายวันเป็นร้อยดอลลาร์
ทาง Ausiris มองว่า
วานนี้ราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนแรง พยามดันขึ้นแต่ขยับขึ้นได้เพียง 4,350 ดอลลาร์ ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่อย่างไรยังไม่สามารถดันราคาขึ้นไปมากกว่า 4,370 ดอลลาร์ได้ ส่งผลให้ราคาย่อปิดลงมาเล็กน้อย
ทำให้ภาพโดยรวมยังเคลื่อนไหวในกรอบลักษณะ Sideway Up วิ่งกรอบเดิมในแนวโน้มขาขึ้น วันนี้แนะนำสำหรับผู้ที่ถือไว้ให้ทยอยขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,325 และ4,342 ดอลลาร์ ผู้ไม่มีสถานะให้รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ 4,294 และ4,278 ดอลลาร์
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
วานนี้ ราคายังคงไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 4,354 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมาอีกครั้ง แต่การที่ราคายังไม่หลุด 4,257 ดอลลาร์ สะท้อนว่ายังไม่เสียโมเมนตั้มขาขึ้นในระยะสั้น วันนี้จับตาการดีดตัวหากไม่ผ่าน 4,321-4,354 ดอลลาร์ระวังแรงขาย แต่หากการพักตัวยืน 4,257 ดอลลาร์ได้ยังมีทิศทางเป็นบวก
กลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 4,331-4,354 ดอลลาร์ หากผ่าน 4,354 ดอลลาร์ ได้ชะลอไปขายพร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ทุนเพื่อ Lock กำไร การเข้าซื้ออีกครั้งรอจังหวะย่อตัว แล้วเสี่ยงซื้อถ้าราคาไม่หลุด 4,285-4,257 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4,257 ดอลลาร์
ขณะที่ ARR Goldtrading มองว่า
ราคาทองคำไม่สามารถสร้างจุดสูงใหม่ได้และได้อ่อนตัวลงมา มีโอกาสแกว่งออกข้างในระยะต่อไปในกรอบการเคลื่อนที่ 4,260 – 4,350 ดอลลาร์ นักลงทุนพิจารณารอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวทดสอบตามแนวรับ 4,290 / 4,280 และ 4,270 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 4,260 ดอลลาร์ และทยอยตั้งขายทำกำไรตามแนวต้าน 4,310 / 4,320 และ 4,330 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10 ดอลลาร์จากจุดที่เข้าซื้อ
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 4,207 และ 4,265 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,352 และ 4,405 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.