ทองคำไม่ใช่แค่สินทรัพย์ป้องกันเสี่ยง แต่เป็นสินทรัพย์สร้างผลตอบแทนสูง
กูรูตลาดโลหะมีค่า ปรับมุมมองต่อทองคำ ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่เป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนสูง
รายงานจากการประชุม LBMA Global Precious Metals Conference 2025
ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการปรับฐานความคิดครั้งใหญ่ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญตลาดโลหะมีค่า หลังจากที่พวกเขาประเมินศักยภาพของทองคำต่ำกว่าความเป็นจริงมา 2 ปี ติดต่อกัน
ปัจจุบันความเชื่อมั่นต่อทองคำได้พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีการคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายในระยะ 12 เดือนข้างหน้าที่ 4,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เพิ่มขึ้น 25% จากราคาปัจจุบัน ) ซึ่งใกล้ระดับแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์
การปรับเพิ่มเป้าหมายนี้ สอดคล้องกับประสิทธิภาพที่โดดเด่นของทองคำ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ และยังตอกย้ำถึงกระแสความต้องการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีรายงานว่า การถือครองทองคำในพอร์ตโฟลิโอของลูกค้า UBS เพิ่มขึ้น 2 เท่า และจำนวนนักลงทุนทองคำเพิ่มขึ้น 3 เท่า บ่งชี้ว่าทองคำได้เปลี่ยนสถานะจากเพียงแค่เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ไปสู่การเป็น สินทรัพย์ที่แสวงหาการเติบโต (Growth Asset)
อย่างไรก็ดี แม้ว่าทองคำจะให้ผลตอบแทนที่น่าประทับใจ แต่ก็ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มโลหะมีค่าในปีนี้
เพราะ Platinum ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 93% และยังคงมีโมเมนตั้มที่แข็งแกร่ง และผู้เชี่ยวชาญตลาดโลหะมีค่าที่ร่วมตอบคำถาม 30% คาดว่าแพลทินัมมีเป้าหมายราคาที่ 1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 14%
ขณะที่ Silver ให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นไม่แพ้กันที่ โดยเพิ่มขึ้น 61% โดยผู้เชี่ยวชาญตลาดโลหะมีค่าที่ร่วมตอบคำถามจำนวน 21% คาดว่า Silver มีเป้าหมายราคาที่ 59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 25%
ทั้งนี้ แม้ว่าทองคำจะเป็นที่สนใจ แต่ Platinum และ Silver ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ามากในปีนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการผลตอบแทนที่เหนือกว่า ควรพิจารณากระจายการลงทุนไปยัง Platinum และ Silver โดยเฉพาะ Silver ที่มีอัตราการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงเท่ากับทองคำ
นอกจากนั้น นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวน ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาราคาทองคำได้ทำ ATH ที่ 4,386 ดอลลาร์ ก่อนจะถูกเทขายแรงจนลงมาแตะ 3,886 ดอลลาร์
แสดงให้เห็นว่าตลาดมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรวางแผนการเข้าและออกอย่างรอบคอบ และตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss) เพื่อบริหารความเสี่ยงจากการเทขายทำกำไรครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้
กล่าวโดยสรุป ตลาดโลหะมีค่าอยู่ในช่วงของการปรับเป้าหมายขึ้นอย่างรุนแรง โดยมีทองคำเป็นแกนนำ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลในปีนี้เน้นย้ำว่า การแสวงหาผลตอบแทนสูงสุดของนักลงทุน อาจต้องพิจารณาโลหะอื่น ๆ ในกลุ่มนี้ร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตโฟลิโอโดยรวม
อ้างอิง: Kitco.com







Comments are closed.