ทิศทางทองคำวันนี้ 24 มิ.ย.2569 คุยกับคุณอารีรัตน์ มุราชัย GCAP GOLD
พูดคุยกับ คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold)
สมรภูมิทองคำต้องรออย่างอดทน วัดใจ $4,000 จะประคองไว้ได้หรือไม่ แต่ไม่ควรหลุด $3,880 อาจต้อง reset กันใหม่
ราคาทองคำในเวลานี้กำลังเดินทางมาถึง “จุดวัดใจครั้งสำคัญ” หลังจากทิ้งตัวลงมาทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ไม่ควรกระพริบตา คำถามที่หลายคนอยากรู้นาทีนี้ก็คือ “ควรตั้งรับสู้ หรือควรถอยออกมาก่อน?”
คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold)
มองในเชิงว่าเทคนิคนับตั้งแต่ราคาทรุดตัวลงมาจากจุดสูงสุดรอบก่อนแถว 4,380 ดอลลาร์ จะเห็นว่าโครงสร้างการดีดตัวที่ “สั้นลงและต่ำลง” ในทุกระลอกอย่างเห็นได้ชัด
รีบาวด์รอบแรกหลังจากทิ้งตัวลงมา สามารถเด้งสู้ได้แรงเกือบ 100 ดอลลาร์ ก่อนจะซึมลงต่อทำ Low ใหม่ การรีบาวด์รอบถัดมาราคาดีดกลับขึ้นมาได้ลดลงเหลือประมาณ 80 ดอลลาร์ แล้วโดนทุบลงทำต่ำสุดใหม่ และการรีบาวด์รอบที่ 3 เมื่อวันอังคารทีผ่านมา สเกลการเด้งหดสั้นลงเหลือเพียง 50 ดอลลาร์ และโดนกดกลับลงมาทันที
“สเกลการรีบาวด์ที่ลดลงจาก 100 เหลือ 80 และเหลือ 50 ดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มหมดแรงและโดนแรงขายกดทับอย่างเบ็ดเสร็จ ถ้าหากวันนี้เห็นราคาเด้งได้เพียงแค่ 30 ดอลลาร์แล้วเริ่มตื้อ คำแนะนำคือต้องรีบทิ้งทันที กำไรระยะสั้นต้องรีบเก็บเข้ากระเป๋าห้ามถือแช่เด็ดขาด” คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold)
ทั้งนี้แนว 4,000 – 4,025 ดอลลาร์คือโซนวัดใจที่ห้ามหลุดเด็ดขาด หากนักลงทุนต้องการจะเสี่ยงเข้าซื้อในโซนนี้ ต้องตั้งจุดขาดทุน (Stop Loss) อย่างเคร่งครัด เพราะถ้าหากโครงสร้างราคาบริเวณนี้พังทลายลง จะเกิดแรงเทขายแบบ Panic Sell และสเกลการทิ้งตัวจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราคาอาจจะดิ่งลงไปเกือบ 100 ดอลลาร์
ส่วนแนวรับใหญ่ระดับ Neckline คือ 3,880 ดอลลาร์ โซนนี้คือฐานรากสำคัญที่สุดที่เคยส่งทองคำทะยานไปหา 5,600 ดอลลาร์
“ถ้าสถานการณ์แย่จนกระทั่งหลุด 3,880 ดอลลาร์ลงไป โครงสร้างภาพระยะกลางจะเปลี่ยนทิศจากช่วงปรับฐานกลายสภาพเป็น ‘เทรนด์ขาลง’ ทันที และอาจจะต้องกลับไปเริ่มต้นนับคลื่นขาขึ้นกันใหม่หมด โดยจะมีแนวรับถัดไปลึกถึง 3,600 และ 3,400 ดอลลาร์ตามลำดับ” คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold)
สำหรับนักลงทุนในประเทศ สิ่งเดียวที่ยังคงทำหน้าที่ช่วยพยุงราคาทองไทยเอาไว้ไม่ให้ทรุดรุนแรงตามราคาโลกในเวลานี้ก็คือ “ค่าเงินบาทที่อยู่ในโทนอ่อนค่า” โดยวันนี้เห็นแตะระดับ 33.40 ดอลลาร์แล้ว
มาดูฝั่งปัจจัยพื้นฐาน คุณอารีรัตน์ยอมรับว่าในช่วงนี้ค่อนข้างยากที่จะหาข่าวบวกเข้ามาช่วยหยุดความร้อนแรงของเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐฯ เนื่องจากตลาดเผชิญสภาวะ “น้ำมันร่วง ทองร่วง หุ้นร่วง มีเพียงดอลลาร์และบอนด์ยีดล์เท่านั้นที่แข็งค่าขึ้น”
แม้จะมีข่าวความคืบหน้าเรื่องโรดแมปสันติภาพ 60 วัน ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านออกมาเรื่อยๆ แต่ตลาดเริ่มมองข้ามช็อตไปที่ผลกระทบหลังจากนั้น ตลาดกังวลว่ารายละเอียดข้อตกลงนิวเคลียร์จะจบจริงไหม และช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้อย่างปลอดภัยถาวรหรือเปล่า
จากเดิมที่เคยคาดว่านโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันให้เฟดรีบลดดอกเบี้ย แต่ประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) กลับเปิดฉากโชว์ความแข็งกร้าว มุ่งเป้าปราบเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2%
ส่งผลให้บรรดาสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ต่างพากันแห่ตบเท้า “ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำปลายปี ลงมาอยู่ในโทนเดียวกันแถว ๆ 4,800 – 4,900 ดอลลาร์และไม่มีเจ้าไหนมองทะลุ 5,000 ดอลลาร์อีกแล้ว โดย Goldman Sachs ปรับเป้าหมายลดลงมาเหลือ 4,900 ดอลลาร์ ขณะที่ Deutsche Bank ปรับเป้าหมายลดลงมาเหลือ 4,800 ดอลลาร์
คุณอารีรัตน์ มองว่าช่วง 2-3 เดือนต่อจากนี้คือนัดหมายที่นักลงทุนทองคำจำเป็นต้อง “อดทนรอ” เพื่อให้เวลาตัวเลขเศรษฐกิจสะท้อนความจริง รอเวลา 2-3 เดือน (ผลกระทบจากช่องแคบฮอร์มุซ) เหมือนตอนที่สงครามเริ่มต้นและดันราคาน้ำมันขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา 2-3 เดือนกว่าเงินเฟ้อจะพุ่ง
ในขาลงก็เช่นกัน หลังจากช่องแคบฮอร์มุชเปิดและราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวลดลง ตลาดก็จำเป็นต้องใช้เวลาอีกราว ๆ 2-3 เดือน กว่าจะเริ่มเห็นตัวเลขเงินเฟ้อปรับลดลงอย่างเป็นรูปธรรม จุดนัดพบเดือนกันยายน ซึ่งจะมีการประชุม FOMC , ครบกำหนดหยุดยิง 60 วัน และใกล้ถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ
ตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงในช่วงสองเดือนข้างหน้า จะไปประจวบเหมาะกับการประชุมเฟดในเดือนกันยายนพอดี ซึ่งหากเงินเฟ้อลดลงจริง ท่าทีของเฟดที่เคยแข็งกร้าวก็อาจจะเริ่มซอฟต์ลง และอาจจะลายเป็นแรงส่งพลิกกลับมาหนุนราคาทองคำได้ในที่สุด
มาดูกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น หากราคายังประคองตัวไม่หลุดแนวรับสำคัญ 4,000 ดอลลาร์ นักลงทุนสายเก็งกำไรยังสามารถใช้จังหวะนี้สลับเข้าเล่นรอบสั้นได้ แต่ต้องทำตามวินัย มี Stop Loss อย่างเคร่งครัด
ส่วนนักลงุทนระยะกลาง-ยาว อาจจะต้องรอการแถลงนโยบายครึ่งปีของประธานเฟด ในช่วงวันที่ 14-15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางลมของตลาดทองคำในช่วงครึ่งปีหลังอย่างแท้จริง
รับชมคลิป







Comments are closed.