Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางทองคำ 20-24 ต.ค.68 คุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์

- Advertisement -

2,131

- Advertisement -

สัมภาษณ์พิเศษ คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ (LHC)

โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com

gold spot ร่วงแตะ $4,180 ก่อนดีดมาแถว $4,250 สัปดาห์หน้ารอดูจะปรับฐานอีกชุด หรือพุ่งทำ ATH ใหม่ LHC ชี้แรงซื้อยังสูงราคาย่อลงคือโอกาสเก็บของ

สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวผันผวนสูง โดยเฉพาะเมื่อคืนวันศุกร์ราคาปรับฐานลงเกือบ 200 ดอลลาร์ แต่ยังดีที่รีบาวด์กลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และมาปิดตลาดแถว 4,250 ดอลลาร์ โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่าการย่อตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น ท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐและเศรษฐกิจโลก

แรงบวกยังไม่จบ! ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวหนุนทองคำต่อเนื่อง

- Advertisement -

คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

ให้มุมมองต่อสถานการณ์ทองคำล่าสุด รวมถึงแนวโน้มการลงทุนในระยะถัดไป กับ GoldAround

โดยวิเคราะห์ว่า การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาทองคำ gold spot ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนสร้างจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) เป็นผลมาจากหลายปัจจัยผสมกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยด้านความไม่เชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยังสะสมทองคำซึ่งเป็น “Safe Haven” เพิ่มเติมต่อเนื่อง

ขณะที่ ธนาคารกลาง และ ETF ทองคำ ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยง จากการถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) ซึ่งถือเป็นแรงสนับสนุนที่ใหญ่และมั่นคง โดยล่าสุด (17 ต.ค.) กองทุน SPDR ได้ซื้อทองคำล็อตใหญ่อีก 12.02 ตัน ทำให้สัปดาห์นี้ซื้อเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 3% และถือครองทองคำรวม 1,034.62 ตัน หากจะมองเฉพาะเดือนตุลาคม กองทุน SPDR มียอดซื้อสุทธิสะสมรวม 22.89 ตัน

- Advertisement -

คุณภัทริน กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ราคาทองคำ gold spot สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 3,400 ดอลลาร์ขึ้นไป และพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนใกล้แตะ 4,400 ดอลลาร์ ทำให้เกิดกระแส “ตื่นทอง” ไปทั่วโลก แม้ว่าราคาจะย่อตัวลงมาก็มีแรงซื้อกลับ โดยราคามักจะผันผวนจากนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่พลิกผันไป-มา จนกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ราคาทองคำให้เคลื่อนไหวผันผวน การปรับฐาน 200 ดอลลาร์ เป็นโอกาสสะสมเพิ่ม

ทั้งนี้ การปรับฐานลงของราคาทองคำ gold spot กว่า 200 ดอลลาร์ในรอบล่าสุด คุณภัทรินมองว่าเป็นการพักฐานปกติที่เกิดขึ้นหลังจากราคาได้ปรับขึ้นแรงเกือบ 400 ดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว และราคายังคงอยู่ในจุดที่สามารถกลับตัวขึ้นต่อได้ทันที หากมองสัญญาณทางเทคนิคที่สำคัญ

โดยแนวรับที่สำคัญที่ราคาทองคำ Spot ได้ลงมาทดสอบบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 20 วันและ 50 วัน แถว 4,280 ดอลลาร์ ซึ่งตามสถิติที่ผ่านมา ราคาแทบไม่เคยหลุดแนวรับเหล่านี้ไปนานเกิน 2 วันเลย

มาดูกลยุทธ์การลงทุน ราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังคงทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยปรับตัวขึ้นรุนแรงขึ้นไปถึงระดับ 4,380 ดอลลาร์ ก่อนที่จะถูกแรงเทขาย ปรับฐานกลับลงมาในคืนวันศุกร์กว่า 200 ดอลลาร์ สัปดาห์หน้า (20-24 ต.ค.) รอดูว่าราคาจะกลับขึ้นมาทดสอบระดับ high เดิมหรือเข้าสู่โหมดพักฐาน ให้ระวังความผันผวนระดับสูงที่เกิดขึ้นและควรซื้อ-ขายด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้ให้โซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,320-4,340 ดอลลาร์และ 4,380-4,400 ดอลลาร์ ให้ระวังแรงขาย ณ โซนดังกล่าวหากเกิดสัญญาณกลับตัวควรระวัง ส่วนโซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,180-4,150 ดอลลาร์ และ 4,090-4,060 ดอลลาร์ หากราคาเข้าสู่โหมดพักฐาน สามารถพิจารณาโซนดังกล่าวในเข้าซื้ออีกครั้ง

ในส่วนของตลาดทองคำไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มมา 3,500 บาท

หากว่าเช้าวันเสาร์ราคาไม่ปรับลงแรง 1,200 บาท ราคาทองคำไทยจะบวกร่วม 5,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยราคาที่สมาคมค้าทองคำประกาศเมื่อวันเสาร์ (18 ต.ค.) ราคารับซื้ออยู่ที่ 65,900 บาท ส่วนราคาขายออกอยู่ที่ 66,000 บาท คำนวณจากเงินบาที่ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ทองคำไทยยังโชคดีที่ได้เงินบาทอ่อนค่ามาอุ้มไว้ มิฉะนั้นราคาอาจจะลงแรงกว่านี้

ทั้งนี้ LHC ยืนยันว่ายังคงมีแรงซื้อสุทธิตลอดเวลา โดยนักลงทุนพร้อมที่จะเติมพอร์ตเมื่อราคาทองคำย่อตัวลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยหนุนของ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งทำให้ราคาทองคำไทยปรับขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดปรากฏการณ์ที่ราคาบวกเพิ่มขึ้นทุกวัน

ทั้งนี้หากราคา gold spot ปรับฐานเสร็จสิ้น และกลับไปทะลุ 4,380 ดอลลาร์ คาดว่าในรอบนี้ ราคามีโอกาสไปต่อถึง 4,400- 4,500 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคำไทยหาก gold spot ไปถึง 4,500 ดอลลาร์ และยังมีปัจจัยเรื่องเงินบาทอ่อนหนุน คาดว่าราคาทองคำไทยอาจทดสอบแนว 68,000 บาท และในอนาคตมองว่ามีโอกาสที่จะไปแตะ 70,000 บาท

ทั้งนี้ให้แนวต้านราคาทองคำไทยที่ 66,900-67,000 บาท และ 67,900-68,000 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 64,500-64,000 และ 62,800-62,500 บาท

สิ่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้า คือความคืบหน้าของ Government Shutdown และ ความตึงเครียดเรื่องสงครามการค้า ว่าจะมีแนวโน้มผ่อนคลายลงหรือไม่

เพราะหากมีสัญญาณบวกที่ชัดเจน อาจทำให้ราคาทองคำเกิดการพักฐานลงได้อีก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่เทนน้ำหนัก 99% ที่ FED จะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนนี้ และให้น้ำหนัก 94%จะลดอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งจะยังคงเป็นแรงหนุนระยะยาวของทองคำต่อไป

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More