ราคาทองคำพุ่งทะยานไร้แนวต้าน gold spot แตะ $3,800 สถานีถัดไป $3,850 ทองคำไทยยังแรงจ่อทดสอบ 58,000 บาท
มาดูของราคาทองคำไทยเปิดสัปดาห์ปรับตัวขึ้นแรง โดยตั้งแต่เปิดตลาดจนถึงเวลา 10.30 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาขึ้นมาแล้ว 500 บาท
ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้งที่ 57,900บาท ส่วนราคารับซื้อ 57,800 บาท ขณะที่ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 58,700 บาท ส่วนราคารับซื้อ 56,637.76 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.24 บาทต่อดอลลาร์
โดย Shining Gold มองกลยุทธ์การลงทุนว่า
นักลงทุนที่มีทองคำถือไว้ให้ Run Profit ต่อ และหากราคาย่อลงมาแนวรับค่อยซื้อเข้าสะสมใหม่เพิ่ม
สำหรับคนที่พอร์ตว่างที่รอเข้าใหม่ควรมีไม้เผื่อถัวเฉลี่ย 4-6 ไม้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพราะการเข้าไล่ราคาซื้อที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ มีความเสี่ยงที่สูงมาก ทั้งนี้ให้แนวรับที่ 57,300/57,050 และ 56,500 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 57,600/57,800 และ 58,000 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของ ราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดบวกแรงถึง 74 ดอลลาร์ หรือ 2% เป็นการปิดบวกในรายสัปดาห์ 6 สัปดาห์ติดต่อกัน ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำ gold spot เปิดตลาดที่ระดับ 3,764 ดอลลาร์ และมีแรงซื้อในช่วงเช้าจนขึ้นไปทำ จุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ (ATH) ที่ 3,799 ดอลลาร์ ทำให้แนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำยังคงแข็งแกร่ง
โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) รวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 2.7% เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ก็ทรงตัวที่ระดับ 2.9%
ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังคงเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ สะท้อนจาก FedWtachTool นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 87.7 และ65.4 มองว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม และธันวาคม ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวได้กดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคำ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ จะมีตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ในคืนวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. นักวิเคราะห์คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3%
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายเตือนว่ากระทรวงแรงงานอาจไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานตามกำหนดในวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. หากสหรัฐฯ เผชิญกับ Government Shutdown ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งประเด็นดงักล่าวต้องติดตามใกล้ชิด หากไม่สามารถเจรจาได้ทันกำหนดเส้นตาย 1 ตุลาคมนี้ จะหนุนราคาทองคำเพิ่ม แต่หากเจรจารได้ทันกำหนด ก็อาจจะเป็นแรงกดดันราคาทองคำได้
มีรายงานว่า ประธานาธิบดี ทรัมป์ จะพบปะกับผู้นำระดับสูงของทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันในสภาคองเครสในวันนี้ เพื่อหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 30 ก.ย. เพื่อเลี่ยงไม่ให้หน่วยงานรัฐบาลถูกชัตดาวน์
มาดูมุมมองจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง T.D.C. Gold มองว่า
ดัชนี Core PCE เดือน ส.ค.ขยายตัว 0.2% เท่ากับที่คาดการณ์ ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในระยะ 12 เดือนข้างหน้าถูกปรับลงมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรอบก่อน แต่ไม่ส่งผลกับการเคลื่อนไหวของตลาดมากนัก โดยราคาทองคำยังทรงตัวหลังจากปรับตัวขึ้นมาแรงเป็นวันที่ 4
ในระยะสั้นติดตามแนวรับสำคัญในระยะสั้นที่ 3,720 ดอลลาร์ หากไม่หลุดลงไปอาจปรับขึ้นต่อ
ขณะที่ InterGOLD มองในทางเทคนิคว่า
ระวังราคาปรับฐานแรง ระดับ 100–160 ดอลลาร์ หลัง RSI ระดับ Day frame อยู่ในเขต Overbought ต่อเนื่องกว่า 1 เดือน โดยแนวรับอยู่แถว3,720 ดอลลาร์ หากหลุดแนวรับถัดไปอยู่ที่ 3,695 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปอยู่ที่ 3,630 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทยแถว 57,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,780 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทย 57,600 บาท
กลยุทธ์ หากราคาปรับขึ้นแรงขายทำกำไรก่อน แล้วรอย่อตัวแล้วค่อยเก็บใหม่ เล่น Buy on Dip ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์
ส่วน YLG Bullion มองว่า
เมื่อวันศุกร์ราคาพักตัวแต่สามารถยืนเหนือแนวรับแรกบริเวณ 3,718 ดอลลาร์ ได้ต่อเนื่องทำให้เกิดการดีดกลับ ก่อนจะ Breakout แนวต้านบริเวณ 3,760 ดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 3,790-3,785 ดอลลาร์
วันนี้หากราคาไม่ผ่าน 3,790 ดอลลาร์ยังมองว่าราคาจะแกว่งพักตัวเพื่อสะสมกำลังได้ แต่หากทะลุ 3,790 ดอลลาร์จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 3,819-3,800 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 3,790 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,790 ดอลลาร์ ให้ชะลอขายและขยับTrailing Stop มาที่ 3,759 ดอลลาร์เพื่อ Lock กำไร เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,759 ดอลลาร์ หากหลุดลงไป ให้ชะลอซื้อไปที่ 3,718-3,707 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,707 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ Ausiris มองว่ากราฟราย 4 ชั่วโมง ยังรันเทรนด์ขาขึ้น
ทำให้ฝั่งซื้อยังได้เปรียบตลาด โดยจะมองขึ้นต่อหากยังยืนเหนือโซนประมาณ 3,790 – 3,800 ดอลลาร์ โดยจุดดังกล่าวเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาและแนวต้านเดิมที่ยังไม่ผ่าน โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 3,820-3,850 ดอลลาร์
โดยมีแรงส่งจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังสนับสนุน เช่น ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed และความเสี่ยงทางการเมือง
ส่วนแนวรับที่แข็งแกร่งที่ระดับ 3,730-3720 ดอลลาร์ถือเป็นจุดที่น่าสนใจในการ “Buy on Dip” หากราคาไม่หลุดแนวรับนี้ไป
รับชมคลิป







Comments are closed.