ราคาทองคำกลับมาดีดแรง gold spot บวกร่วม $100 ก่อนเช้านี้แตะ $3,380 ส่วนทองไทยเปิดตลาดบวกแรง 950 บาท
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 6 พ.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันเพิ่มขึ้นมากถึง 950 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะประกาศปรับลดลง 4 ครั้ง รวม 200 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.15 น. อยู่ที่ 52,400 บาท ส่วนราคารับซื้อ 52,300 บาท
ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 53,200 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,362.08บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้แข็งค่าหลุด 33 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นลักษณะ Sideways Down โดยวันนี้คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.05 บาท/ดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองคำในประเทศในช่วงเช้านี้ได้แรงหนุนจากทองโลกอีกครั้ง แม้ค่าเงินบาทจะยังคงกดดัน แต่ยังแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมจากแนวรับที่ 49,000-50,000 บาท ขณะที่การไล่ราคาอาจต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจากราคาอยู่ในระดับสูงแล้ว โดยให้แนวต้านที่ 52,500 และ 53,200 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ ( 5 พ.ค.) ปิดบวก 95 ดอลลาร์ ปิดตลาด 3,335 ดอลลาร์ หลังปรับลดลงติดต่อกัน 2 สัปดาห์
โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ 0.20% แตะที่ระดับ 99.82 ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังปธน.ทรัมป์ ประกาศว่า จะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 100% กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตในต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากวานนี้คณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอลได้ลงมติยกระดับปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮามาสในกาซาจนกว่าจะยึดครองพื้นที่ได้ทั้งหมด สะท้อนสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังดำเนินต่อไป
ส่วนเช้านี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย โดยขึ้นทดสอบ 3,380 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของจีนที่กลับมาเปิดตลาดเป็นวันแรกหลังจากที่หยุดยาววันที่ 1-5 พ.ค. ในวันแรงงาน
ขณะที่นักลงทุนรอติดตามการประชุมเฟดในช่วงดึกวันพุธ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ก.ค.
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคาปรับตัวขึ้นทะลุ 3,305 ดอลลาร์ สร้างมุมมองว่าการปรับฐานในช่วงที่ผ่านมาอาจจบไปแล้วที่ 3,201 ดอลลาร์ วันนี้หากราคายืน 3,322 ดอลลาร์ได้มองขึ้น
โดยมีแนวต้านบริเวณ 3,382-3,409 ดอลลาร์ หากราคาหลุด 3,322 ดอลลาร์ จะเข้าสู่ชุดพักอีกครั้ง โดยมีแนวรับที่เป็นเป้าพักเพื่อขึ้นต่อที่ 3,291-3,269 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี หากราคาพักตัวลึกเกิน 3,269 ดอลลาร์ ต้องระวังว่ามุมมองเชิงลบจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน คนที่รับความเสี่ยงได้มากดูจังหวะเสี่ยงซื้อหากไม่หลุด 3,322-3,305 ดอลลาร์ หากหลุด 3,305 ดอลลาร์ ชะลอการเข้าซื้อไปที่ 3,291-3,269 ดอลลาร์ แบ่งขายหากราคาไม่ผ่าน 3,382-3,409 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด 3,269 ดอลลาร์
ขณะที่ Ausiris มองว่า
เช้านี้ราคาทองปรับตัวขึ้นมาประมาณ 60 ดอลลาร์ จากกราฟจะเห็นราคาเคลื่อนไหวโซนแนวต้าน ในทางเทคนิคสัญญาณ RSI ในกราฟ 4H วิ่งแนว 75 บ่งบอกถึงราคาทองคำที่มีโอกาสปรับตัวลง แต่อย่างไรหากราคาทองคำย่อตัวลง แต่ไม่ทำราคาหลุดต่ำกว่ากรอบแนวรับระหว่างวัน เป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะดีดตัวกลับขึ้นมา
สำหรับวันนี้แนะนำสำหรับนักลงทุน ซื้อขายตามแนวรับและแนวต้าน ส่วนผู้ที่ถือซื้อไว้ หากราคาปรับตัวขึ้นทยอยขายทำกำไร โดยให้แนวต้านที่ 3,385 และ 3,400 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 3,335 และ 3,320 ดอลลาร์
ด้าน GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง โดยราคาในวันนี้ได้ยืนยันรูปแบบแท่งเทียน 2 แท่งแบบ “harami ขาขึ้น” ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มขาขึ้นกำลังได้รับแรงหนุน
ดังนั้น นักลงทุนจะต้องเผชิญกับระดับแนวต้านสำคัญ เช่น 3,350 ดอลลาร์ ตามด้วย 3,400 ดอลลาร์ หากทะลุผ่านได้ จุดหยุดถัดไปคือ 3,450 ดอลลาร์และ 3,500 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากราคาทองคำต่ำกว่า 3,300 ดอลลาร์ ให้มองหาจุดทดสอบระดับต่ำสุดในวันที่ 1 พฤษภาคมที่ 3,202 ดอลลาร์ ก่อนที่ระดับสูงสุดในวันที่ 3 เมษายนจะเปลี่ยนเป็นแนวรับที่ 3,167 ดอลลาร์
ทั้งนี้ GCAP Gold ให้แนวต้านที่ 3,373 / 3,383 และ 3,393 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 3,332 / 3,323 และ 3,313 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,286 และ 3,333 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,384 และ 3,429 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.