ทิศทางราคาทองวันนี้ 24 มิ.ย.26 พูดคุยกับคุณมรุต วสุนธรา อินเตอร์โกลด์
พูดคุยกับ คุณมรุต วสุนธรา (ไผ่) เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ทองคำลุ้นเหนื่อยดอลลาร์แข็งต่อเนื่อง หากหลุด $4,000 อาจมี panic sell ซ้ำ ทองไทยยังโชคดีได้เงินบาทอ่อนพยุงไว้
คุณมรุต วสุนธรา เทรดเดอร์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวถึงภาพรวมตลาดทองคำว่า
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแนวโน้มปรับฐานทางเทคนิคอย่างชัดเจน โดยถูกกดดันจากปัจจัยมหภาคหลังสัญญาล่วงหน้าเพิ่มน้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ผสานแรงขายทำกำไรฝั่งพลังงาน
อย่างไรก็ดีภาวะตื่นตระหนกฟองสบู่ AI ในฝั่งตลาดหุ้นยังคงทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนดึงเม็ดเงินหลบภัยเข้ามาพยุงราคาทองคำสลับออกมาเป็นระยะ
แนะเลือกใช้กลยุทธ์ รอสัญญาณกลับตัว ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 4,030 – 4,380 ดอลลาร์ หรือราคาไทย 64,000 – 67,000 บาท
มาดูปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ 1. สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับมุมมอง คาดเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยกดดันทองคำ โดยท่าทีตึงตัวและนโยบายสายเหยี่ยวของประธานคนใหม่ Kevin Warsh ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก
ล่าสุด Deutsche Bank และ Bank of America (BofA) ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเข้าไปในคาดการณ์แล้ว ขณะที่ตลาดสัญญาล่วงหน้าให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมสูงถึง 89% ดอกเบี้ยที่จ่ออยู่ระดับสูงยาวนานขยับเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสและฉุดเสน่ห์ทองคำในระยะสั้น
ประเด็นต่อมาคือความคืบหน้าเชิงบวกจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) 14 ข้อระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้มีการทยอยเปิดเส้นทางขนส่งช่องแคบฮอร์มุซ และไฟเขียวให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรี ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ไหลรูดสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน
แม้การคลายกังวลเงินเฟ้อพลังงานจะลดทอนความต้องการทองคำฐานะ Safe Haven ชั่วคราว แต่ในระยะยาวหากเงินเฟ้อลดลงจริง จะกลายเป็นตัวแปรบีบให้เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยซึ่งจะส่งผลบวกต่อทองคำในอนาคต
ประเด็นที่ 3 คือตลาดหุ้นกลุ่มนวัตกรรมเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรง นำโดยหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ที่ร่วงลงมาราว 4% สู่บริเวณ 200 ดอลลาร์ หลังจีนจำกัดการนำเข้าชิป H200 ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้รวมถึงหุ้น Micron และ SanDisk ดิ่งกราวด์รูดกว่า 10%
ในสภาวะ Risk-off นี้แม้ มองว่าจะเป็นบวกต่อทองคำในแง่สินทรัพย์กระจายความเสี่ยง แต่ต้องระวังแรงขายทองคำเพื่อชดเชยสภาพคล่องฝั่งพอร์ตหุ้นที่เสียหาย (Margin Call)
ประเด็นสุดท้ายก็คือ การประกาศตัวเลข Core PCE ประจำเดือนพฤษภาคมในคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลักที่เฟดให้น้ำหนักสูงสุด หากตัวเลขร้อนแรงพุ่งแตะระดับ 3.6% จะยิ่งตอกย้ำภาพดอกเบี้ยสูงนานและทุบทองคำลงต่อ แต่หากตัวเลขพลิกออกมาต่ำกว่า 3.4% จะเป็นแรงส่งให้ตลาดคลายใจและเปิดฟ้าให้ทองคำดีดตัวทำ Technical Rebound แรงๆ ได้ทันที
มาดูมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำในระยะสั้นส่งสัญญาณเชิงลบอย่างต่อเนื่อง โดยกราฟรายชั่วโมงเคลื่อนไหวทำรูปแบบ Lower High, Lower Low อย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการยืนซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยโมเมนตัมสำคัญอย่าง EMA 50 สะท้อนว่าโครงสร้างฝั่งขายยังคงได้เปรียบ และราคามีแนวโน้มจะไหลลงไปทดสอบฐานรับลึกบริเวณ 4,030 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน ตลาดยังพักฐานระยะสั้น รอทดสอบฐานรับหลัก โดบให้แนวรับสำคัญ หรือจุดรอซื้อสะสมที่ 4,030 ดอลลาร์ หรือ 64,000 บาท แนะนำให้นักลงทุนใจเย็นและชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอราคาย่อตัวลงมาทดสอบบริเวณฐานรับจิตวิทยานี้ หากราคาเริ่มทรงตัวสร้างฐานได้นิ่งจะเป็นจุดเก็บของที่ได้เปรียบเชิงต้นทุนสูง
ส่วนแนวต้านสำคัญ หรือจุดรอขาย ที่ 4,380 ดอลลาร์ หรือ 67,000 บาท เป็นด่านสกัดกรอบบนและเป็นเป้าหมายหลักในการพิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาเกิดการพลิกฟื้นตัว
ทั้งนี้ภาพรวมทางเทคนิครายชั่วโมงยังคงมีความเสี่ยงทางฝั่งขาลง กลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้คือ “ไม่รีบร้อนไล่ราคาฝั่งซื้อ” และควรรอดูความชัดเจนของตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อ Core PCE สหรัฐฯ ในคืนวันพฤหัสบดีนี้ก่อนเป็นสำคัญ เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากสภาวะตลาดสะบัดตัวแรง
รับชมคลิป







Comments are closed.