ทิศทางราคาทองคำวันนี้ 12 มิ.ย.69 พูดคุยกับ คุณวรุต รุ่งขำ YLG
ทองคำรีบาวด์ 200 ดอลลาร์ “ของจริง” หรือ “กับดัก”? จับตาดีลสันติภาพ ก่อนประชุม FED
คุณ วรุต รุ่งขํา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด
หลังจากที่ราคาทองคำ gold spot ทิ้งดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดทุบสถิติรอบใหม่บริเวณ 4,020-4,022 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากภาวะ Panic Sell
ล่าสุดราคาทองคำได้ดีดกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงกว่า 200 ดอลลาร์ แตะ 4,246 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนย่อตัวลงมาอีกครั้ง
การเหวี่ยงตัวครั้งใหญ่เมื่อวานนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า “ทองคำได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง?” ซึ่งคุณวรุต ประเมินภาพ รวมระยะสั้นว่า แม้การดีดตัวขึ้นมา 200 กว่าดอลลาร์จากจุดต่ำสุดจะดูเป็นตัวเลขที่เยอะมาก แต่เมื่อพิจารณาในกรอบเวลารายสัปดาห์ที่ทองคำแกว่งตัวรวมกันกว่า 340 ดอลลาร์ จะพบว่าการฟื้นตัวรอบนี้ “ยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนเทรนด์”
“หากเราดูสถิติตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year-to-Date: YTD) ผลตอบแทนของทองคำก็ยังคงติดลบอยู่ในแดนบวกสลับลบ พฤติกรรมราคายังคงทำรูปแบบ ‘ลด High ลด Low’ (ราคาสูงสุดและต่ำสุดต่ำลงเรื่อยๆ) ดังนั้น ภาพการเด้งกลับรอบนี้ในทางเทคนิคจึงถูกมองเป็นเพียง Technical Rebound ระยะสั้น เท่านั้น” คุณวรุตอธิบาย
สิ่งหนึ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับตลาดคือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ดีดตัวสูงกว่ารอบที่ผ่านมาค่อนข้างมาก แต่กลับไม่มีแรงกดดันราคาทองคำให้ร่วงลงแรงเท่าไหร่นัก เรื่องนี้ YLG มองว่ามี “2 ปัจจัยคาบเกี่ยวกัน”
1.ตลาดซับข่าว Fed ไปแล้ว: นักลงทุนคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังไม่ลดดอกเบี้ยในระยะสั้น การที่เงินเฟ้อดีดขึ้นจึงไม่ได้ทำให้นักลงทุนตกใจจนเทขายทองคำทันที
2.ความเสี่ยงในตะวันออกกลางค้ำคอ: ในช่วงที่ตัวเลขเงินเฟ้อออก ตลาดยังมีความกังวลและมีความหวังปะปนกันเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมีทั้งปัจจัยบวกและลบคอยค้ำยันราคาเอาไว้
ทั้งนี้คุณวรุต เตือนให้นักลงทุนเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากจะมีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกโคจรมาพบกัน คือ บิ๊กดีลทรัมป์-อิหร่าน VS สัญญาณคุมเข้ม 3 ธนาคารกลาง ทั้ง FED ,BOJ และ BoE
มาดู ดีลสันติภาพของ “โดนัลด์ ทรัมป์” แม้เจ้าตัวจะออกมาประกาศว่าอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ จนทำให้ทองคำดีดสู้เสือ แต่ปัจจุบัน “ตลาดเสียงแตกเป็น 2 กลุ่ม”
กลุ่มแรก (ไม่มีต้นทุนสูง/ไม่ติดดอย): มองว่าราคาลงมาเยอะแล้ว จึงกล้าเสี่ยงซื้อทองคำตามข่าวดีลสันติภาพ โดยพร้อมที่จะตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันทีหากสงครามยืดเยื้อ และกลุ่มที่สอง (ติดดอยอยู่) กลุ่มนี้เลิกเชื่อคำพูดของ “ทรัมป์” ไปแล้ว เพราะที่ผ่านมา “ทรัมป์” พูดจาลักษณะนี้หลายรอบแต่ก็ทำให้ผิดหวังบ่อยครั้ง
ดังนั้นเมื่อทองคำรีบาวด์ขึ้นมา กลุ่มคนติดดอยจึงเลือกที่จะ “ขายลดความเสี่ยงออกมาก่อน” ส่งผลให้ราคาทองคำเมื่อเด้งขึ้นไปชนแนวต้าน มักจะมีแรงเทขายทำกำไรสลับสัญจรกลับลงมาทันที
มาดูเรื่องการประชุม 3 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ สิ่งที่นักลงทุนทองคำกลัวที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ตัวเลขเศรษฐกิจรายวัน แต่คือ Economic Projection (ประมาณการเศรษฐกิจ) ของ Fed ในกลางสัปดาห์หน้า รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่มีแนวโน้มจะส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินตามรอยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปวานนี้
“หากในการประชุมสัปดาห์หน้า Fed ส่งสัญญาณส่งท้ายปี 2026 ว่าจะขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate) ในปีนี้ 1 ครั้ง และปีหน้าอีก 1 ครั้ง ภาพดอกเบี้ยขาลงที่เราคาดการณ์ไว้จะเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้นทันที ซึ่งนั่นจะทำให้เทรนด์ทองคำระยะยาวเปลี่ยนจากขาขึ้นสลับลง ไปเป็น ‘ขาลงเต็มตัว’ เหมือนยุคปี 2022 – 2023 ยามที่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น” คุณวรุตเน้นย้ำ
อย่างไรก็ดีเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความผันผวนสูงมากและสามารถเปลี่ยนทิศทางได้แบบวันต่อวัน YLG จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนทองคำเป็น “กรอบรายวัน” โดยเน้นย้ำว่า “จังหวะนี้ฝั่งเด้งขาย (Short/Sell) แลดูจะได้เปรียบและปลอดภัยกว่าฝั่งย่อซื้อ (Long/Buy)” เนื่องจากราคาปัจจุบัน (แถวๆ 4,190 ดอลลาร์) เคลื่อนเข้าใกล้กรอบแนวต้านด้านบนมากกว่า หากซื้อตรงนี้จะมี Gap กำไรค่อนข้างแคบ
กรอบการลงทุนทองคำโลก (Gold Spot) เกณฑ์เปลี่ยนแนวโน้มจิตวิทยา: 4,308 – 4,318 ดอลลาร์ หากราคา Breakout ทะลุผ่านแนวนี้ไปได้ โมเมนตั้มทองคำจะกลับมาเป็นบวกชัดเจน เนื่องจากเป็นราคาปิดของปีที่แล้วและราคาเปิดต้นปีนี้ กลยุทธ์แนะนำเด้งขึ้นไม่ผ่านแนวต้านให้แบ่งทองคำออกขาย แล้วมารอซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวลง
โดยให้แนวต้านระยะสั้นที่ 4,246 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับระยะสั้น 4,172 ดอลลาร์ ห้ามหลุดเด็ดขาก เพราะหากหลุดแนวนี้ ราคาจะไหลลงต่อไปหาแนวรับถัดไปที่ 4,118 – 4,022 ดอลลาร์
กรอบการลงทุนทองคำไทย (ทองคำแท่ง 96.5%) ให้แนวต้าน 66,950 – 67,000 บาท ต่อบาททองคำ แนะนำแบ่งไม้ขายทำกำไร/ลดพอร์ตลดความเสี่ยงบริเวณนี้ ส่วนแนวรับแรก 64,850 บาท ต่อบาททองคำ หากลงมาทดสอบแล้วไม่หลุด สามารถเข้าซื้อเล่นรอบสั้น ลุ้นดีดกลับขึ้นไปหาแนวต้านได้ กรณีหลุดแนวรับแรกให้ปล่อยราคาไหลลงมา แล้วไปรอตั้งรับสะสมใหม่ที่บริเวณ 64,000 ถึง 62,500 บาท ต่อบาททองคำ
“ในสภาวะที่สงครามไม่แน่ชัด ข่าวสารพลิกผันได้รายวัน การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญที่สุด หากราคาดีดขึ้นให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ต และหากทิศทางราคาเกิดเลือกข้างลงแรงจนหลุด Low เดิม (ต่ำกว่า 4,022 ดอลลาร์) ต้องพร้อมใจตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันที ห้ามใช้วิธีซื้อถัวเฉลี่ยเด็ดขาด จนกว่าผลการประชุมเฟดจะมีความชัดเจนออกมา” คุณวรุต รุ่งขำ กล่าวทิ้งท้าย
รับชมคลิป







Comments are closed.