Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางทองคำ-ดัชนี มิ.ย.69 ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ

- Advertisement -

67

- Advertisement -

เกาะติดทิศทางราคาทองคำและดัชนีทองคำ มิ.ย.69

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ

ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าแรง รับนโยบายเฟดขึ้นดบ.สู้เงินเฟ้อ กดทองคำทรุดตัวแต่ไม่ควรหลุด $3,800

หลังจากที่ราคาทองคำ gold spot ดิ่งลงอย่างรุนแรงจากจุดสูงสุดในระดับ 5,600 ดอลลาร์ ลงมากว่า 1,600 ดอลลาร์ ในเวลาไม่กี่เดือน ก่อนจะกลับมาปิดเหนือระนาบ 4,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ในระยะนี้ทำให้เกิดคำถามว่า “ตลาดทองคำเริ่มส่งสัญญาณทิศแล้วหรือยัง?”

ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า

- Advertisement -

การฟื้นตัวในจังหวะนี้เป็นเพียง “โซนช่วงแรก ๆ ของการปรับตัวกลับขึ้นมาเท่านั้น” และยังห่างไกลคำว่ากลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่ เนื่องจากในจังหวะทิ้งตัวลงมา ราคาทองคำได้สร้างแนวต้านไว้ตลอดทางที่ทองคำร่วงลงมาจาก 5,000 กว่าดอลลาร์ การฟื้นตัวกลับขึ้นไปจึงต้องเดินไปทีละสเต็ป และจะเผชิญแรงขายทำกำไรดักอยู่เป็นระยะ

อย่างไรก็ดี การทิ้งตัวลงไปทำจุดต่ำสุดใกล้เคียงกับระดับ 3,950 ดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน ถือเป็นราคาที่สะท้อนข่าวร้ายไปมากพอสมควรแล้ว จนทำให้นักลงทุนในตลาดมองเป็นนิมิตหมายอันดีและปรับโพสิชันมองเป็นโอกาสเข้าสะสมเพื่อลงทุนระยะสั้นถึงระยะยาว
แม้ว่าในปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะทยอยปรับตัวลดลงมาอยู่แถว ๆ 70 กว่าดอลลาร์แล้ว แต่ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ เตือนว่าบาดแผลทางเศรษฐกิจจากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ได้ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้กับฝั่งผู้ผลิตเรียบร้อยแล้ว โดยเงินเฟ้อฝังลึกในต้นทุนสินค้า

ทำให้ตัวเลข Core PCE ล่าสุด ได้ปรับขึ้นตาม CPI และ PPI ซึ่ง ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ มองว่าราคาทองคำจะถูกปมเงินเฟ้อและดอกเบี้ยกดดันไปอีก อย่างน้อย 3 เดือน กว่าที่ตัวเลขเงินเฟ้อจะเริ่มโน้มตัวลงตามราคาน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม

“ก่อนหน้านี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ กำลังลดลงสู่จุดสมดุลที่ 2% แต่เหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ทิศทางหักเห หากเงินเฟ้อปลายปีนี้ยังทรงตัวในระดับสูง จะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสยบปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวและว่า

ปีนี้ต้องยอมรับว่า US Dollar ยังทรงพลังอย่างมากในการกดดันราคาสินทรัพย์ทั่วโลก เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจโลกเวลานี้เข้าทางสหรัฐฯ ในทุก ๆ มิติ มาตรการกีดกันทางการค้าที่ตึงเครียดต่อเนื่องส่งผลบีบให้ชาติต่าง ๆ จำเป็นต้องหันกลับมาพึ่งพาและสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น

- Advertisement -

ในยามที่สมรภูมิตะวันออกกลางระอุและช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง ประกอบกับรัสเซียยังคงเผชิญมาตรการคว่ำบาตร จากกรณีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน สหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็นเจ้าตลาดพลังงานรายใหญ่ที่สุดที่มีความพร้อมทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แถมยังมีทรัพยากรบางส่วนที่ดึงมาจากเวเนซุเอลาเข้ามาเสริมทัพทางเลือกเดียวในยามวิกฤต

“ประธานาธิบดีทรัมป์ มักจะโพสต์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าในยามที่โลกขาดแคลน สหรัฐฯ มีทรัพยากรเพียบพร้อม ส่งผลให้เม็ดเงินมหาศาลจากทั่วโลกต้องไหลไปซื้อพลังงานของสหรัฐฯ และขับดันให้ค่าเงินดอลลาร์ยังคงเป็นที่ต้องการ”

ส่วนกระแส De-dollarization (การลดพึ่งพาดอลลาร์) ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ ให้ทัศนะว่า “ไม่เชื่อว่าดอลลาร์จะหมดความสำคัญลงไปง่าย ๆ” แม้ผลสำรวจของสภาทองคำโลก จะระบุชัดเจนว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกว่า 70% มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศให้มากกว่าดอลลาร์ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ตราบใดที่ยังต้องค้าขายกับสหรัฐ สุดท้ายก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงการใช้เงินดอลลาร์ได้เลย

ส่วนผลการวิจัยของศูนย์วิจัยเดือนล่าสุด ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ กล่าวว่านักลงทุนและผู้ค้าทองคำรายใหญ่ มองทิศทางราคาทองคำเป็นขาลง ฝั่งผู้ค้าส่งสัญญาณแนะนำว่า “เน้นตั้งรับ ย่อสะสม-เด้งขาย” เพื่อความปลอดภัยในกรอบการพักฐาน

บรรยากาศความคึกคักในตลาดทองคำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความรู้สึกโหมซื้อ (FOMO) ในตอนขาขึ้นหายไป กลายเป็นความกลัวติดดอยในตอนขาลงแทน ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่มีของอยู่ในมือกันอยู่แล้ว ตลาดจะกลับมาคึกคักมีวอลุ่มซื้อหนาแน่นก็ต่อเมื่อราคาทองในประเทศปรับลดลงแรงระดับ 2,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าขยับลงเพียง 300 – 500 บาท ตลาดจะเลือกอยู่ในโหมดเงียบสงบชั่วคราว

ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในยามที่สงครามเดินหน้าก็ติดปมพลังงานพุ่ง พอสงครามหยุดตลาดก็หันไปโฟกัสเรื่องเงินเฟ้อฝังลึก ทองคำจึงโดนขึ้นล่องและทำให้ออกอาการ “หัวไม่ขึ้น” กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้คือ “การเทรดดิ้งในกรอบไซด์เวย์กว้าง ๆ และเน้นลงทุนระยะสั้น” โดยให้แนวรับสำคัญ 3,900 – 3,950 ดอลลาร์ ลึกสุดไม่ควรหลุด 3,800 ดอลลาร์

แนวต้านกรอบใหญ่สุดประจำสัปดาห์อยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ แต่ด่านแรกรอทดสอบ 4,120 ดอลลาร์ ด่านถัดไป: 4,200 / 4,250 /4,300 และ 4,380 ดอลลาร์ ส่วน กรอบราคาทองไทย แนวรับสะสม: 62,000 – 63,000 บาท และคาดว่าจะไม่หลุด 60,000 บาทส่วนแนวต้านอยู่ที่ 64,000 – 65,000 บาท

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More