ทิศทางราคาทองวันนี้ 1 ก.ค.26 พูดคุยกับคุณมรุต วสุนธรา อินเตอร์โกลด์
พูดคุยกับ คุณมรุต วสุนธรา (ไผ่) เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ทองคำยังซึมลง..รอดูจะหลุด $3,900 หรือไม่ จับตา 3 เรื่อง“ฮอร์มุซ-บอนด์ยีลด์-ค่าเงินเยน” ชี้หากเฟดลดดบ.น้อยกว่าคาดหนุนทองดีดแรง
คุณมรุต วสุนธรา เทรดเดอร์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวว่า
ราคาทองคำเคลื่อน ไหวในทิศทางซึมตัวลงเน้นกลยุทธ์ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 3,900 – 4,060 ดอลลาร์ หรือ 62,000 – 63,600 บาท แม้ระยะสั้นราคาจะโดนกดดันอย่างหนักหน่วงจากดอลลาร์ที่แข็งค่ารับอานิสงส์วิกฤตค่าเงินเยน และ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ทรงตัวระดับสูง ทว่าปัจจัยความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และเม็ดเงินสภาพคล่องของธนาคารกลางจีนยังคอยทำหน้าที่เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว
มาดูปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ เริ่มจากความไม่แน่นอนทางการเมืองโลกกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังอิหร่านปฏิเสธนัดเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงโดฮา ท่ามกลางเหตุการณ์ยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ฐานทัพของกันและกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเปราะไร้ความหมาย และผลักดันราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานกว่า 1% สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พร้อมปะทุตลอดเวลาในช่องแคบฮอร์มุซเช่นนี้ เป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อกระจายความเสี่ยง
ประเด็นต่อมา วิกฤตค่าเงินเยนที่ทรุดหนักสุดในรอบ 4 ทศวรรษ แตะระดับ 162.52 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ทางการญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะพยายามส่งสัญญาณเข้าแทรกแซงตลาดและปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% แล้วก็ตาม
แต่ตลาดยังคงมองว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่แท้จริง (Yield) ระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังห่างกันมากเกินไป เกิดกระแส Carry Trade เทขายเยนเพื่อไปซุกดอลลาร์ ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างเบ็ดเสร็จ และกลายเป็นปัจจัยหลักที่คอยกดหัวกดดันราคาทองคำในตลาดโลกเอาไว้
ประเด็นที่ 3 คือบอนด์ Yield สหรัฐฯ ทรงตัวระดับสูง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะมีความเสี่ยงรอบด้าน แต่ตราบใดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงตรึงนโยบายการเงินที่เข้มงวดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ยังคงรักษาฐานในระดับสูงได้อย่างเหนียวแน่น
ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงเลือกที่จะถือครองสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย มากกว่าการถือครองทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย การขับเคี่ยวแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนนี้ทำให้ราคาทองคำในระยะสั้นยังไม่สามารถสลัดแรงต้านขึ้นไปได้อย่างราบรื่น
มาดูมุมมองทางเทคนิค พฤติกรรมราคาทองคำในตอนนี้มีลักษณะ “ซึมลง” แม้จะหลุดแนวสำคัญ 4,000 ดอลลาร์ ลงไปทดสอบ 3,970 ดอลลาร์ แล้วมีการเเด้งสลับไปที่ 4,070 ดอลลาร์ แต่การย่อตัวต่อแบบซึม ๆ สะท้อนว่าราคายังลงไม่สุดและยังไม่มีแรงขายตื่นตระหนก คาดว่าราคาต้องทิ้งตัวลงแรงขยี้ฐานสัปดาห์นี้ก่อนเพื่อเคลียร์ลดสถานะ โดยมีหมุดหมายสำคัญอยู่ที่ 3,900 ดอลลาร์ หรือลึกสุดลุ้นที่ 3,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดซื้อที่สวยที่สุดและได้เปรียบที่สุดในขาขึ้นรอบใหญ่ เพราะหากพรวดลงไปจุดนั้น จะเกิดการ Rebound อย่างรุนแรงหนุนราคาดีดกลับไปได้ถึง 4,500 ดอลลาร์
“ในทางเทคนิคราคาทองคำแสดงอาการซึมลงแบบยังไม่เกิด Panic Sell ทำให้มีโอกาสที่จะเห็นราคาทุบดิ่งลงแรงอีกระลอกเพื่อเคลียร์ฐานขยี้รายย่อย ซึ่งนับเป็นจังหวะทองครั้งสำคัญในการเข้าช้อนซื้อสะสมต้นทุนต่ำเพื่อรอรอบรีบาวด์ใหญ่คำโต”
กลยุทธ์การลงทุน ดักจังหวะสะสมไม้ใหญ่ (Drifting Down & Strategic Buy) แนวรับสำคัญ 3,900 ดอลลาร์ หรือ 62,000 บาท เป็นโซนแนวรับหลักที่ได้เปรียบที่สุด และมีแนวรับลึกสุดเผื่อกรณีราคากระชากเคลียร์ฐานอยู่ที่ 3,800 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านสำคัญ 4,060 ดอลลาร์ หรือ 63,600 บาท
คำแนะนำ นักลงุทนที่เงินทุนเริ่มตึง หากราคาเด้งสลับทดสอบแนวต้าน 4,060 ดอลลาร์ แนะนำให้แบ่งขายทำกำไรหรือลดความเสี่ยงออกก่อน 10-20% เพื่อดึงเงินสดกลับมารอช้อนซื้อคืนที่แนวรับ 62,000 บาท หรือทองคำ spot ที่ 3,900 ดอลลาร์ เพื่อบริหารประหยัดต้นทุนให้ต่ำที่สุด เมื่อเก็บของครบตามแผนแล้ว แนะนำให้ถือรันเทรนด์ยาวเพื่อลุ้นทำกำไรคำใหญ่ในระยะ 2 สัปดาห์หลังจากนั้น
รับชมคลิป







Comments are closed.