ทิศทางทองคำ-ดัชนี ก.พ.69 ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ
เกาะติดทิศทางราคาทองคำและดัชนีทองคำ ก.พ.69
สัมภาษณ์พิเศษ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ
ราคาทองคำยังผันผวนแรง แต่ยังได้ลุ้นกลับไปโซนด้านบน ชี้ “Buy on the Dip” ยังได้เปรียบเสมอ
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2569 ปรับลดลง
เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม จากระดับ 76.18 จุด มาอยู่ที่ระดับ 75.34 โดยปัจจัยที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับลดลงได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย แรงขายเก็งกำไรของกองทุน นโยบายทางการเงินของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คนใหม่
ขณะที่ กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 12 ราย คาดการณ์กรอบราคาทองคำในเดือน กุมภาพันธ์ ว่า ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 4,595 – 5,530 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 67,700 – 81,300 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ
พร้อมระบุว่าหลังจากที่ราคาทองคำได้เคลื่อนไหวผันผวนหนักในช่วงปลายเดือนมกราคมมาจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้มองว่าการเคลื่อนไหวราคาทองคำเดือนกุมภาพันธ์ มีแนวโน้มผันผวนและแกว่งตัวสูง หลังจากปรับฐานลงมาและเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาบางส่วน ภาพระยะสั้นจึงยังเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างฐานและสะสมแรงซื้อ นักลงทุนควรรอให้ราคาทรงตัวและรักษาระดับแนวรับสำคัญได้อย่างมั่นคงก่อนเข้าลงทุน
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ มองว่าขณะนี้ราคาได้สร้างฐานแถว 72,000 – 73,000 บาท และไม่น่าจะปรับลดลงต่ำกว่า 70,000 บาทแล้ว ประกอบกับมีข่าวที่หนุนราคาทองคำ โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อสหรัฐฯ ได้กดดันอิหร่านอย่างหนัก สถานการณ์ดังกล่าวคอยพยุงราคาทองคำไว้ไม่ให้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำเหมือนในอดีต ทุกครั้งที่มีสัญญาณความตึงเครียด ทองคำจะทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) ที่นักลงทุนทั่วโลกวิ่งเข้าหาเสมอ
และล่าสุดมีเรื่องคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐ ที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย IEEPA ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร ก่อนที่ ปธน.ทรัมป์ ได้แก้เกมส์ด้วยการใช้มาตรา 122 ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถเรียกเก็บภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน มาใช้งาน พร้อมเตรียมนำกฎหมายอื่นๆมาใช้เพื่อเติม เพื่อเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม
การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขภาษี แต่มันคือ “เครื่องมือในการต่อรอง” เพื่อดึงดุลการค้าให้สหรัฐฯ กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง ความไม่แน่นอนนี้เองที่เป็นแรงผลักดันมหาศาลให้ราคาทองคำ gold spot ทะยานขึ้นไปแตะระดับ 5,250 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทยประมาณ 77,000 บาท ในช่วงข้ามคืน
ก่อนจะอ่อนตัวกลับมาแถว 5,140 ดอลลาร์ ทำให้ต้องจับตาความคืบหน้าประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจจะเป็นประเด็นสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้ปรับเพิ่มขึ้นได้
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรดีเมื่อมาดูกรอบราคาทองคำ gold spot ที่ผู้ประกอบการค้าทองคำได้คาดการณ์ไว้ จะอยู่ที่ 4,600-5,500 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองไทยมองกรอบเดิมคือ 68,000-81,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นกรอบค่อนข้างกว้าง เพราะในระยะหลังราคาทองคำมีกรอบการเคลื่อนไหวในแต่ละวันค่อนข้างกว้างและผันผวนแรง
แต่มุมมองส่วนตัวมองแนวรับไว้ช่วง 71,000-73,000 บาท เป็นจุดน่าเข้าซื้อ แต่หากราคาไม่หลุด 75,000 บาทคาดราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 75,000-80,000 บาท แต่ถ้าหลุด 75,000 บาทลงมา กรอบจะลงมาอยู่ที่ 70,000-75,000 บาท
ทั้งนี้กลยุทธ์ยังเน้นการ “ย่อซื้อ” (Buy on the Dip) เพราะในระยะยาวทองคำไทยยังมีแรงหนุนจากปัจจัยโลกที่ยังไม่นิ่ง การเล่นตามแนวโน้มการ Breakout ของราคาก็มักจะสร้างผลกำไรได้ดีเสมอ
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อมามองพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปัจจุบัน จะเห็นว่าการแกว่งตัววันละ 100 ดอลลาร์ หรือ 3,000-5,000 บาท กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วทำให้นักลงทุนไม่ได้มองกำไรเป็นจำนวนเงินบาทต่อบาททองคำเหมือนสมัยก่อน (ที่พอใจกำไร 500-1,000 บาท) แต่เปลี่ยนไปมองเป็น “เปอร์เซ็นต์” แทน เช่นในอดีต ราคาทอง 20,000 บาท หากต้องการกำไร 1,000 บาท คือ 5% ปัจจุบัน ราคาทอง 70,000 บาท หากต้องการกำไร 5% เท่าเดิม ส่วนต่างราคาต้องกว้างถึง 3,500 บาท
รับชมคลิป







Comments are closed.