ทองคำเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว เม็ดเงินเริ่มไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่ม ลุ้นปิดสัปดาห์เหนือ $4,010 เพื่อสร้างฐานใหม่
มาดูราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 7 พ.ย.) ยังปรับตัวลดลง โดยตั้งแต่เปิดตลาดเมื่อ 09.00 น. จนถึง 10.30 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ปรับราคาลงมาแล้ว 4 ครั้ง
รวม 200 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ อยู่ที่ 61,200 บาท ส่วนราคารับซื้อ 61,100 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 62,000 บาท ส่วนราคารับซื้อ 59,882 บาท เงินบาท 33.41 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ShiningGold bullion ระบุว่า
ราคาทองคำไทยยังไม่พบสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน ยังเป็นลักษณะการเด้งรีบาวน์หลังมีการชนแนวรับสำคัญ ๆ เท่านั้น ภาพรวมระยะสั้นเป็นลักษณะรีบาวน์เพื่อพักฐานต่อได้ ภาพรวมระยะกลาง และระยะยาวยังไม่พบความเสียหายของเทรนด์
นักลงทุนระยะสั้นการเข้าออกเก็งกำไรต้องเพิ่มความระมัดระวัง นักลงทุนระยะกลางรอเข้าซื้อแบบแบ่งไม้เว้นระยะอย่างน้อย 4-6 ไม้ เฉพาะจุดแนวรับสำคัญ เช่น 60,700-500/59,500 และ 58,500 บาท ส่วนที่เหลืออรอประเมินสถานการณ์ตลาดก่อน ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 61,400/61,650 และ 61,900 บาท
ขณะที่ราคาทองคำ gold spot วานนี้ (6 พ.ย.) เริ่มแสดงการแกว่งตัวในกรอบที่แคบลง โดยสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,990 ดอลลาร์ และพยายามกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ แต่ไปได้แค่เพียง 4,019 ดอลลาร์ ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 3,977 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมา 9 ดอลลาร์ โดยแนวโน้มราคาเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะ Sideway และในช่วงนี้ที่ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสําคัญเข้ามาเป็นปัจจัยผลักดัน
แต่ความกังวลในตลาดยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเด็นตลาดแรงงาน หลังภาคเอกชนออกมาเปิดเผยตัวเลขการเลิกจ้างเดือนตุลาคมพุ่ง 183% บางส่วนมองว่าเป็นผลกระทบจากการนํา AI มาใช้ทดแทนแรงงาน จึงยังคงเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดทองคํา
นอกจากนั้นยังได้แรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์เมื่อวานนี้ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 100 จุด มาอยู่ที่ 99.7 จุด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชะลอตัวของการแข็งค่าของเงินดอลลาร์
ด้านปัจจัยการเมือง สหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ Government Shutdown ต่อเนื่องเป็นวันที่ 37 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์และยังไม่มีทีท่าจะยุติลง
นอกจากนี้ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังแสดงความกังขาต่อความชอบธรรมของภาษีศุลกากรที่ปธน.ทรัมป์ใช้ตามกฎหมาย IEEPA ซึ่งอาจนําไปสู่การยกเลิกมาตรการภาษีสําคัญได้ แม้ว่าฝ่ายทรัมป์คาดว่าอาจจะมีช่องทางทางกฎหมายอื่นรองรับได้ก็ตาม ประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองและกฎหมายเหล่านี้ยิ่งเสริมให้ตลาดอยู่ในภาวะรอการเลือกทาง
ขณะเดียวกันปัญหาใหญ่ที่กำลังพูดถึงก็คือ ฟองสบู่หุ้น AI ที่มีมูลค่าเกินความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งนายเดวิด โซโลมอน CEO ของ Goldman Sachs ได้กล่าวว่า ฟองสบู่หุ้น AI อาจมีการปรับฐานลง 10-20% ภายใน 12 – 24 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุน / สถาบันการเงินทั่วโลกมีการกระจายความเสี่ยงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำในอนาคต
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย InterGOLD มองว่า
วานนี้ดัชนีหุ้นหลักทั่วโลก โดยเฉพาะ S&P 500 และ Nasdaq ดิ่งลงอย่างหนัก สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป และที่สำคัญคือความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงที่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องปิดทำการ
เมื่อสินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย ความกลัวเหล่านี้จะผลักดันให้นักลงทุนต้องโยกเงินทุนกลับมายังสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งทองคำคือหนึ่งในตัวเลือกหลักที่ได้รับอานิสงส์เต็มๆ
เมื่อมามองในทางเทคนิค กราฟ 4 ชั่วโมงกำลังเคลื่อนไหวในกรอบขาขึ้น อย่างชัดเจน แม้โซน 61,300 – 62,300 บาท หรือ goldspot อยู่แถว 4,000-4,100 ดอลลาร์จะพอเข้าสะสมได้ แต่โซนเก็บของที่ดีที่สุด สำหรับการปรับฐานรอบนี้ คือช่วง 60,300 – 61,300 บาท หรือ 3,900-4,000 ดอลลาร์ กลยุทธ์คือ “ไม่ไล่ราคา” โดยเฉพาะหากราคาอยู่เหนือ 62,300 บาทไปแล้ว
ขณะที่ Ausiris มอง
แนวโน้มทองคำโลกว่า ยังคงมีความผันผวนสูงหลังจากการปรับฐานลงอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า ยังเคลื่อนไหวในกรอบ 3,870-4,050 ดอลลาร์ ระยะสั้นยังอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางถึงระยะยาว
มีแนวต้านใหญ่ที่ประมาณ 3,500/4,050 ดอลลาร์ และมีแนวรับอยู่ที่ 3,930-3,885 ดอลลาร์ ซึ่งหากยังไม่หลุดแนวรับนี้ แนวโน้มบวกยังคงมีอยู่ โดยดัชนี RSI จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หากราคาสามารถผ่านแนวต้าน 4,050 ดอลลาร์ จะเป็นสัญญาณดีของการกลับตัวในระดับบวกต่อไป แต่หากหลุด 3,930-3,885 ดอลลาร์ จะมีแนวโน้มลงต่อ
ด้าน MTS Gold มองในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคํายังคงแสดงสัญญาณของการฟื้นตัวเกิด Technical Rebound สามารถทรงตัวได้บริเวณ 3,990 -4,000 ดอลลาร์ และราคาทองคําไม่ทําจุดตํ่าสุดใหม่ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวก
ภาพรวมในวันนี้จึงบ่งชี้ว่าราคาทองคํายังคงอยู่ในช่วงของการสะสมพลัง โดยเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามากําหนดทิศทางที่ชัดเจน
ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 3,985-3,965 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 4,020-4,040 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำไทยจะมีแนวรับที่ 60,600 บาท และแนวต้านที่ 61,600 บาท
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,974 และ 3,962 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,012 และ 4,024 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.