ราคาทองคำปิดเดือนเม.ย.ในแดนลบ แต่ gold spot ลดช่วงติดลบเหลือแค่ $45 ลุ้นเดือน พ.ค. รีบาวด์ปักหลักเหนือ $4,700
มาดูภาพรวมราคาทองคำไทย เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ปรับลดลงไป 1,050 บาท ขณะที่เปิดเดือนใหม่ ( 1 พ.ค.) ราคาแรกวันนี้ปรับลดลงไป 300 บาท ก่อนในช่วงครึ่งวันแรกจะปรับลดลงอีกรวม 150 บาท ทำให้
ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ ของ สมาคมค้าทองคำ เวลา 13.30 น. อยู่ที่ 71,000 บาท ส่วนราคารับซื้อ 70,800 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 71,800 บาท ส่วนราคารับซื้อ 69,387.32 บาท เงินบาท 32.55 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ราคาทองคำ gold spot เดือนเม.ย. ยังปิดตลาดในแดนลบต่ออีกเดือน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่ ส่งผลให้แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่ว โลกยังไม่ชัดเจน แต่ปริมาณการติดลบลดลงจากเดือนมี.ค.ค่อนข้างมาก โดยเดือนเม.ย.ปิดลดลงแค่ 45 ดอลลาร์ ขณะที่เดือนมี.ค.ลดลงมากถึง 610 ดอลลาร์
โดยเดือนเม.ย.ราคาได้ขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 4,891 ดอลลาร์ และจุดต่ำสุด 4,510 ดอลลาร์ ขณะที่วันสุดท้ายของเดือน ราคาได้รีบาวด์ขึ้นแตะ 4,647 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดตลาดที่ 4,622 ดอลลาร์ โดยรวมเพิ่มขึ้น 78 ดอลลาร์ แม้ในช่วงเช้าวันนี้ ราคาจะลงมาทดสอบ 4,600 ดอลลาร์ แต่หากไม่หลุดลงไป จะทำให้เดือน พ.ค. ยังมีโอกาสที่จะได้เห็นราคารีบาวด์กลับขึ้นไปได้
โดยวานนี้ ราคาทองคำได้โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงหลังจาก BOJ เข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน ซึ่งนับเป็นการแทรกแซงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี
ทั้งนี้ Citi ยังคงประมาณการณ์ราคาทองคำไว้เที่ 4,300 ดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า และ 5,000 ดอลลาร์ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า โดยระบุว่าแรงกดดันในการขายทองคำอาจยังคงอยู่ในระยะสั้น จากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง แต่คาดว่าในที่สุดทองคำจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง ShiningGold bullion มองว่า
วานนี้เกิดความผิดปกติในตลาดค่าเงินเยน โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 3% มากสุดในรอบ 2 ปี ทำให้ราคา gold spot ดีดตัวทันทีจาก 4,560 ไป 4,630 ดอลลาร์ สะท้อนความเป็นไปได้ของการเข้าดูแลค่าเงินจากทางการญี่ปุ่น
ซึ่งโดยปกติแล้วการแทรกแซงค่าเงินโดยการซื้อเยนขายดอลลาร์ มักจะทำให้เยนแข็งค่าทันที ดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคำดีดตัว แต่ผลของการแทรกแซงมักเป็นแรงกระตุ้นระยะสั้น โดยระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับขนาดของเม็ดเงินที่ใช้ โดยทั่วไปมักไม่เกิน 1 สัปดาห์ หากไม่มีการดำเนินการเพิ่มเติมค่าเงินจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่สมดุลเดิม
ดังนั้นในระยะสั้น เหตุการณ์ดังกล่าวจะยังคงหนุนทองคำให้มีแรงซื้อเมื่อย่อตัวแต่ก็เป็นเพียงระยะสั้นควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด กลยุทธ์การลงทุนยังรอราคาย่อตัวให้ Open Long เข้าซื้อ เล่นเฉพาะรอบเด้งตัว จนกว่าจะพบสัญญาณการกลับตัว โดยให้แนวรับที่ 4,598-88 / 4,557 และ 4,510 ดอลลาร์ มีจุด SLที่ 4,530 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,662 / 4,686 และ4,716 ดอลลาร์
ขณะที่ GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย หลังไม่สามารถต่อยอดการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้าได้ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาได้รับแรงซื้อบางส่วน หลังจากอ่อนตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสัปดาห์ จากความกังวลต่อความเสี่ยงการปะทุความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของFed ที่กลับมาเพิ่มขึ้น ยังช่วยจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์ และเป็นแรงหนุนต่อทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย
กลยุทธ์การลงุทน แนะรอซื้อที่ 4,591 ดอลลาร์ แนวรับ 4,591 /4,581 และ4,571 ดอลลาร์ ตัดขากทุนที่ 4,567 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,668 /4,678 และ4,687 ดอลลาร์
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคาดีดตัวหลังเข้าโซน Oversold ทั้ง 1 และ 4 ชม. ประกอบกับเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ใน 1 ชม. อย่างไรก็ดี ราคาทองคำปรับตัวขึ้นจนเข้าสู่สภาวะ Overbought ทำให้วันนี้ราคาจะพักตัว แต่หากยืนเหนือ 4,552 ดอลลาร์ได้ มองว่าเป็นพักกเพื่อขึ้น ต่อ โดยมีแนวต้านบริเวณ 4,645-4,667 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 4,645-4,667 ดอลลาร์ พร้อมขยับ Trailing Stop มาเหนือทุนเพื่อ lock กำไร เปิดสถานะซื้ออีกครั้ง หากราคาไม่หลุด 4,582-4,540 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4,540 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับที่ 4,580 และ 4,560 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,640 และ 4,660 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.