gold spot เปิดตลาดลงทดสอบ $4,600 ทองไทยร่วงตามหลุด 72,000 บาทอีกรอบ หลัง NFP พุ่งแรง – เหตุใน ตอ.กลางยังระอุ
มาดูราคาทองคำไทยเช้านี้ ( 6 เม.ย.) เปิดตลาดลดลง 600 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาจะ ลดลง 100 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ของ สมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 11.00 น. อยู่ที่ 71,500 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 71,300 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 72,300 บาท ส่วนราคารับซื้อ 69,872.44 บาท เงินบาท 32.60 บาทต่อดอลลาร์
โดย ShiningGold bullion มองว่า
ราคาทองคำไทยยังคงติดอยู่ในโซนแนวต้านสำคัญบริเวณ 74,000–74,500 บาท และเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมามากขึ้นในระยะสั้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเร่งโจมตีไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจผลักดันเงินเฟ้อสหรัฐให้เร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และกลายเป็นแรงกดดันเชิงลบต่อราคาทองคำในระยะสั้น ทำให้ราคามีโอกาสพักตัวหรือแกว่งตัวออกด้านข้าง
ในภาพรวมแม้แนวโน้มใหญ่ยังคงได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แต่จังหวะปัจจุบันเหมาะกับการ “รอพักฐาน” มากกว่าการไล่ราคา โดยแนะนำให้รอราคาย่อตัวลงมา แล้วค่อยทยอยแบ่งไม้เข้าซื้อเพื่อสะสมในรอบถัดไป โดยให้แนวรับที่ 70,500/69,500 และ67,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 72,000/72,900 และ73,700 บาท
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot เมื่อวันศุกร์ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนรวมถึงตลาดทองคำหลายๆ ประเทศปิดทำการเนื่องในวัน Good Friday ทำให้ราคามาปิดตลาดที่ 4,676 ดอลลาร์
ประกอบกับเมื่อวันศุกร์สหรัฐเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 65,000 ตำแหน่ง
ประกอบกับ ปธน. ทรัมป์ ออกมาขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบ Strait of Hormuz ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แต่ฝั่งอิหร่านตอบโต้ด้วยท่าทีแข็งกร้าว โดยจะเตรียมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ หรือพันธมิตร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการปะทะแบบเต็มรูปแบบ
ปัจจัยข้างต้นกดดันราคา gold spot ในช่วงเปิดสัปดาห์ใหม่ร่วงทดสอบ 4,600 ดอลลาร์ ก่อนรีบาวด์มาแถว 4,630 ดอลลาร์ ต้องจับตาว่าแนวรับ 4,600 ดอลลาร์จะเอาอยู่หรือไม่
วันนี้ตลาดฝั่งยุโรปยังปิดทำการเนื่องในวันอีสเตอร์ และตลาดจีนปิดทำการเนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณซื้อขายเบาบาง แต่ตลาดฝั่งสหรัฐยังเปิดทำการ และจะมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการบริการจาก ISM เดือน มี.ค. คาดจะลดลงแตะ 54.8 จากเดิมอยู่ที่ 56.1
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,800 ดอลลาร์ หรือ 74,000 บาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเส้นตายในวันอังคารนี้
แม้จะมีแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นจากตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่ง แต่สัญญาณทางเทคนิคที่สามารถยืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ยังคงบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้นต่อในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวรับสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์ หรือ 71,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,800 – 4,850 ดอลลาร์ หรือ 74,000 บาท และมีโอกาสทดสอบระดับจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
เช้านี้เกิดการพักตัวของราคาอีกครั้ง โดยวันนี้ดูแนวรับบริเวณ 4,580-4,556 ดอลลาร์ หากยืนได้มองว่ายังมีจังหวะดีดทดสอบต้าน อย่างไรก็ดี หากราคากลับไปหลุด 4,580-4,556 ดอลลาร์ จะสร้างมุมมองว่าชุดดีดจบแล้วและราคาปรับตัวลงอีกครั้ง
แนะเปิดสถานะขายหากราคาดีดไม่ผ่าน 4,744-4,804 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาดีดผ่าน 4,804 ดอลลาร์ ซื้อคืนสถานะขายหากไม่หลุด 4,580-4,556 ดอลลาร์ หากหลุด 4,556 ดอลลาร์ ชะลอการซื้อคืนไปหากไม่หลุด 4,483-4,405 ดอลลาร์
ด้าน เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ ระบุว่า
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังคงอยู่ในโหมดรีบาวน์ต่อจากสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้ได้ขึ้นไปทดสอบโซนแนวต้านสำคัญที่ 4,800 ดอลลาร์ และถูกทุบกลับลงมา
สัปดาห์นี้มีตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการเปิดเผยรายงานการประชุมประชุม FOMC ครั้งที่ผ่านมา ทำให้มองว่าภาพรวมตลาดน่าจะยังคง Sideway ในกรอบใหญ่ แต่ยังต้องแรงเทขายที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ให้โซนแนวรับสำคัญที่ 4,550-4,500 และ 4,350-4,300 ดอลลาร์ ให้ระวังราคาปรับตัวลงหากไม่สามารถกลับขึ้นไปทะลุผ่านโซน 4,800 ดอลลาร์ ส่วนโซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,800-4,850 และ 4,970-5,000 ดอลลาร์ พิจารณาขายทำกำไร ณ โซนดังกล่าว เพื่อเล่นรอบและรอการพักตัวเพื่อเคลื่อนไหวใน กรอบ sideway ครั้งใหม่
ปิดท้ายที่ GCAP Gold
แนะรอซื้อที่ 4,611 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับที่ 4,611 /4,602 และ 4,592 ดอลลาร์ มีจุดตัดขาดทุนที่ 4,590 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,664 /4,672 และ 4,682 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.