gold spot ร่วงยับลงแตะ $4,800 ทองไทยไม่น้อยหน้าจ่อ 75,000 บาท หลัง FED ขะลอลด ดบ.เหตุน้ำมันพุ่งแรง
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดลดลง 1,100 บาท ก่อนอีก 15 นาทีจะปรับลดลงรวม 100 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ของ สมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 10.00 น. อยู่ที่ 75,300 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 75,100 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 76,100 บาท ส่วนราคารับซื้อ 73,601.80 บาท เงินบาท 32.77 บาทต่อดอลลาร์
โดย ShiningGold bullion มองว่า
ราคาทองคำไทยเข้าสู่โหมดการพักฐานอีกครั้ง ภายใต้กรอบกลางถึงล่างของ 70,000 – 80,000 บาท โดยพิจารณาจุดสำคัญ 74,500 บาท เป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้มว่ายังสามารถเล่นรอบได้ หรือ ควรเล่นแบบแบ่งไม้สะสม ถือเป็นการลงทุนแบบระยะกลางแทนการเล่นรอบ
กรณีที่หลุด 74,500 บาท ทยอยแบ่งเป็น ทยอยเข้าสะสมตามพีระมิดฐานกว้าง เริ่มจาก 74,000 บาท / 72,800 บาท และ 70,500 บาท อีก 2 ไม้สำรองไว้ประเมินสถานการณ์ก่อน ส่วนแนวต้านมองไว้แถว 75,250/75,700 และ 76,400 บาท ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ ปรับลงแรงถึง 187 ดอลลาร์ และเป็นการปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยหลังจากที่ราคายืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ไม่ได้ ก็แร่งแรงลงแตะต่ำสุดที่ 4,806 ดอลลาร์ ก่อนจะมีแรงรีบาวด์เล็กน้อยขึ้นมาปิดตลาดที่ 4,818 ดอลลาร์ ก่อนเช้านี้ราคาก็พยายามรีบาวด์ต่อ โดยมาถึงระดับ 4,867 ดอลลาร์ เป้าหมายแรกก็คงต้องกลับไปยืน 4,900 ดอลลาร์ให้ได้
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและราคาพลังงาน หลังที่ประชุม FOMC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75% ขณะที่ Dot Plot กรรมการเฟดส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยได้เพียง 1 ครั้งในปีนี้หรืออาจไม่ลดเลย สะท้อนแนวโน้มนโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวด
ขณะเดียวกันตลาดยังคงจับตาราคานํ้ามันซึ่งทรงตัวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล จากความตึงเครียดด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านพลังงานยังอยู่ในระดับสูง และอาจทําให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด ดัชนี PPI ยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคาฝั่งผู้ผลิตที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง กลับมายืนเหนือระดับ 100 จุด และมีแนวโน้มแข็งค่าได้ต่อ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดยังกดดันต่อภาพรวมตลาดทองคําในระยะสั้น
ไปดูมุมมองการลงทุนทาง YLG Bullion มองว่า
หลังจากราคาทิ้งตัวลง แรงขายเริ่มเบาลง ประกอบกับมีแรงซื้อสลับเข้ามาเพิ่ม แม้ว่ามุมมองราคาจะแกว่งตัว Sideway down แต่หากราคารักษาระดับไว้ได้ อาจเกิดแรงซื้อเข้ามาดันราคาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น
แนะนำเสี่ยงซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากยืนเหนือแนวรับ 4,826-4,804 ดอลลาร์ได้ ขายทำกำไร หากไม่ผ่านแนวต้าน 4,879-4,900 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4,804 ดอลลาร์
ขณะที่ MTS Gold ในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคําหลุดแนวรับสําคัญบริเวณ 4,980 ดอลลาร์ และปรับตัวลงทําจุดตํ่าสุดใหม่ในรอบ 6 สัปดาห์ การหลุดระดับ Fibonacci 61.8% ส่งสัญญาณว่าโครงสร้างราคาเข้าสู่แนวโน้มขาลงระยะสั้น มีแนวรับถัดไปบริเวณ 4,700 ดอลลาร์ แม้ระยะสั้นจะเริ่มเห็นแรงรีบาวด์ แต่ภาพรวมยังคงเปราะบาง
แนะนําให้บริหารความเสี่ยง และลดสัดส่วนการลงทุน เนื่องจากราคามีโอกาสปรับตัวลงต่อได้ ประเมินแนวรับที่ 4,750–4,700 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,900–4,950 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคําไทย ประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 74,500 บาท และแนวต้านที่ ระดับ 76,000 บาท
ด้าน GCAP Gold มองว่า
โครงสร้างราคาทองคำอยู่ในขาลงระยะสั้นภายใต้แรงกดดันจากดอกเบี้ยที่สูงยาวนานและเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย การรีบาวด์ใดๆ จะยังถูกจำกัดตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าโซน 5,000 ดอลลาร์ และจะต้องอาศัยปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด จึงจะสามารถเปลี่ยนทิศทางของตลาดได้
ทั้งนี้แนะนำรอซื้อที่ 4,780 ดอลลาร์ ให้แนวรับที่ 4,780 /4,751 และ4,727 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4, 720 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,912 /4,936 และ4,959 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 4,660 และ 4,771 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 4,877 และ 4,968 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.