แรงส่ง gold spot ยังมีอีกมาก ลุ้นปักหลักเหนือ $3,600 ได้ในสัปดาห์นี้ ทองไทยขยับช้าเงินบาทแข็งค่าแตะ 32 บาท
มาดูของราคาทองคำไทยเช้านี้ ( 08 ก.ย.) ผันผวนเล็กน้อย หลังจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของสัปดาห์เพิ่มขึ้น 150 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาปรับลดลง 50 บาท 3 ครั้ง ปรับขึ้น 50 บาท 1 ครั้ง ทำให้ราคาล่าสุด ณ เวลา 10.30 น. ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 54,350 บาท ส่วนราคารับซื้อ 54,250 บาท
ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 55,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 53,166.12 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.02 บาทต่อดอลลาร์
โดย ฮั่วเซ่งเฮง
ราคาทองในประเทศอยู่ในระยะ Sideway Up จากการที่ราคาทองคำโลกเป็นขาขึ้น แต่ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงแนะนำเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 54,150 และ 53,950 บาท ตัดขาดทุน หากราคาหลุดแนวรับที่ 53,950 บาท และขายทำกำไรหากราคาทดสอบแนวต้านที่ 54,500 และ 54,600 บาท
ส่วนภาพรวมราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 139 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4 % และเมื่อวันศุกร์ได้ทำ All time high ใหม่ ที่ 3,600 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดตลาด 3,586 ดอลลาร์
โดยราคาทองคำในวันศุกร์ปรับตัวขึ้นแรงหลัง ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 75,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงาน เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.3% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.
ตัวเลขตลาดแรงงานที่อ่อนแอสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในการประชุมเฟด ในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ สะท้อนจาก CME Fedwatch Tool บ่งชี้
นักลงทุนให้น้ำหนัก 92% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% และให้น้ำหนัก 8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.05% และเฟดอาจลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ก.ย. , ต.ค. และ ธ.ค. เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 97.7 หน่วย จากระดับ 98.2 หน่วย และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.07% จาก 4.27%
ด้าน Metals Focus บริษัทที่ปรึกษาด้านโลหะ ได้คาดการณ์ว่าปริมาณการซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางในปี 2568 จะซื้อเพิ่มอีก 900 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2559-2564 ถึงสองเท่าที่ 457 ตัน ในขณะที่กองทุน Gold ETF ในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. มีการซื้อทองคำมากถึง 397 ตัน ซึ่งเป็นการไหลเข้าในช่วงครึ่งปีแรกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
มาดูประเด็นเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ วันพุธที่ 10 ก.ย. จะมีตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานเดือน ส.ค. เทียบรายเดือน คาดจะลดลง0.3% จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.9% ซึ่งเท่ากับ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. เทียบรายเดือน
ขณะที่วันพฤหัส 11 ก.ย. จะมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 2.15% นอกจากนั้นจะมีการประกาศตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน เดือน ส.ค. เทียบรายเดือน คาดว่าจะทรงตัวที่ 0.3% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ส.ค. เทียบรายเดือน คาดจะเพิ่มขึ้นแตะ 0.3 % จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.2 %
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. เทียบรายปี 2.9% จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.7 % ขณะที่ จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ จะลดลงแตะ 234,000 ราย จากสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 237,000 ราย
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำโดย Shining Gold มองว่า
เช้านี้ราคาทองคำ gold spot เปิด GAP กระโดดจาก 3,586 ดอลลาร์ ไป 3,597 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มมาทรงตัว เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เข้ามาในตลาดช่วงค่ำก่อนเกิดการเปิดตลาด ทำให้ราคาทองคำค่อนข้างสวิงและผันผวนมากบริเวณ High
อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมืองญี่ปุ่น ทำให้เงินเยนอ่อนค่า และอาจกดดอลลาร์แข็งค่าระยะสั้นได้ นักลงทุนควรระมัดระวัง
กลยุทธ์การลงทุน รอราคาย่อตัว ให้ Open Long โดยมี SLที่ 3,535 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันความผันผวนจากข่าว หากมี Breaking News กระทบ ทั้งนี้แนวต้านที่ 3,596/3,608 และ 3,638 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 3,574/3,546 และ 3,523 ดอลลาร์
ขณะที่ T.D.C. Gold มองว่า
ตัวเลขการจ้างงานบอกภาคเกษตร (Non-FarmPayroll) ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดเพียง 22,000 ราย เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 79,000 ราย ซึ่งการปรับตัวลดลงเช่นนี้ บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้ดัชนีหุ้นทรงตัว แต่ Bond Yield อายุ 10 ปรับตัวลดลงแรง
สวนทางกับราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นแรง โดยราคาพุ่งขึ้นจากแนวรับ 3,320 ดอลลาร์ ได้ปรับขึ้นกว่า 150 ดอลลาร์ และยังมีโมเมนตั้มขึ้นทดสอบ 3,600 ดอลลาร์
ด้าน InterGOLD
มองปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งแรงในรอบนี้ มาจากการประกาศลดดอกเบี้ยของเฟดในช่วงกลางเดือนกันยายน โดยคาดว่าจะลดลง 0.25% ซึ่งราคาทองคำก็ได้ตอบรับข่าวนี้ไปแล้ว แต่ระหว่างนี้ถึงวันที่ 17 กันยายน
ราคาทองคำยังมีโอกาสไหลขึ้นต่อได้ โดยแนวต้านทางจิตวิทยาอยู่ทุก ๆ 100 ดอลลาร์ หลังผ่าน 3,500 ดอลลาร์มาแล้ว เป้าหมายถัดไปคือ 3,600–3,700 ดอลลาร์ หรือราว 55,500 บาท
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้วางแผนตามรอบทุก ๆ 100 ดอลลาร์ หากราคาปรับขึ้นแรงควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนก่อนวันที่ 17 กันยายน และเหลือบางส่วนถือรอต่อ เพื่อลดความเสี่ยง ส่วนสายถือยาวสามารถถือตามแผนที่วางไว้ได้ต่อไป มีโอกาสลุ้นแตะระดับ 55,000 บาทในเดือนกันยายนนี้
ด้านกราฟทางเทคนิค แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 3,600 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวจิตวิทยาสำคัญ โดยวันศุกร์ที่ผ่านมากราฟยังปิดเขียว สะท้อนโมเมนตั้มเชิงบวก ทำให้วันจันทร์มีโอกาสพุ่งทะลุ 3,600 ดอลลาร์ได้ แม้อาจมีแรงขายกดลงบ้าง
แต่ภาพรวมกราฟยังคงแข็งแรงและมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้อยากให้นักลงทุนวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อการลงทุนที่มั่นคงและปลอดภัย
ด้าน Ausiris มองว่า
ราคาทองคำ gold spot เปิดสัปดาห์ที่ 3,591 ดอลลาร์ โดยกราฟราย 4 ชั่วโมงยังเคลื่อนไหวเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ย รันเทรนด์ขาขึ้น ทำให้ฝั่งย่อซื้อยังได้เปรียบตลาด และจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อหากสามารถเบรกแนวต้าน 3,600 ดอลลาร์
โดยเป้าขายวันนี้อยู่ที่ 3,600/3,615/3,630 ดอลลาร์ หรือ 54,500-54,800 บาท
แต่ควรระมัดระวังแรงเทขายทำกำไรสวนตลาดด้วย เนื่องจากกราฟเข้าเขตซื้อสูงใน RSI อินดิเคเตอร์ ส่วนฝั่งซื้ออาจรอจังหวะย่อบริเวณ 3,575-3,450 ดอลลาร์ หรือทองไทย 54,300-54,000 บาท
ปิดท้ายที่ YLG Bullion มองว่า
เมื่อวันศุกร์ราคาทองคำ gold spot พักตัวไม่หลุด 3,526-3,524 ดอลลาร์ สะท้อนว่าราคายังรักษาโมเมนตั้มขาขึ้นในระยะสั้นไว้ได้
วันนี้แนะนำจับตาโซนต้านจิตวิทยาบริเวณ 3,600 ดอลลาร์ หากไม่ผ่านอาจเกิดการพักตัวในระยะสั้น อย่างไรก็ดี หากการพักตัวไม่หลุด 3,536 ดอลลาร์ยังมองว่าเป็นการพักเพื่อขึ้นต่อ แต่หากหลุด 3,536 ดอลลาร์ ระวังการพักตัวที่ลึกมากขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน ไม้ซื้อขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 3,600 ดอลลาร์ผ่านได้ชะลอขาย พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 3,536 ดอลลาร์ เพื่อ Lock กำไร และรอเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,559-3,536 ดอลลาร์ หากหลุด 3,536 ดอลลาร์ ให้ชะลอการเข้าซื้อไปที่ 3,511-3,491 ดอลลาร์ และตัดขาดทุนหากหลุด 3,491 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.