gold spot เปิดสัปดาห์พุ่งทะลุ $3,100 ทองไทยปรับบวก 5 ครั้งจ่อแตะ 50,000 บาท จับตา 2 เม.ย. ปธน.ทรัมป์ ลุยจัดเก็บภาษีหรือไม่
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
มาดูราคาทองคำไทยวันนี้ ( 31 มี.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันเพิ่มขึ้น 50 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะปรับเพิ่ม 50 บาท อีก 4 ครั้ง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 49,850 บาท ส่วนราคารับซื้อ 49,750 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 50,650 บาท ส่วนราคารับซื้อ 48,860.68 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.89 บาทต่อดอลลาร์
โดยเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดสัปดาห์ก่อนหน้า โดยแนวโน้มยังคงเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงท่ามกลางปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นของผู้เล่นในตลาดหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งอาจกระทบต่อฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในระยะสั้นได้
แต่ทั้งนี้เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนตราบใดที่ราคาทองคำยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ หรือแกว่งตัว Sideways โดยคาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.85-34.10 บาทต่อดอลลาร์
โดย ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า
ราคาทองคำแท่งปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเหนือ 49,000 บาท โดยได้รับแรงหนุนจาก Sentiment เชิงลบจากสงครามภาษีที่มีแนวโน้มรุนแรง รวมทั้งสัญญาณเทคนิคที่สนับสนุนทิศทางขาขึ้นในระยะสั้น ทำให้ราคาทองคำแท่งมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ
แนะนำเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยให้แนวรับที่ 49,400 และ 49,250 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 49,700 และ 49,800 บาท
มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงปรับตัวขึ้นแรง พร้อมทำจุดสูงสุดตลอดกาล ( All Time High : ATH )โดยเมื่อวันศุกร์แตะระดับ 3,086 ดอลลาร์ ก่อนที่เช้านี้ได้ปรับตัวพุ่งแรงทะลุ 3,100 ดอลลาร์ไปแล้ว และยังมีแนวโน้มจะไปได้ต่อ
ทั้งนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงทำ All-time high ครั้งที่ 18 ในปีนี้ จากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความกังวลสงครามการค้าอาจรุนแรง ที่อาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ลงนามคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 2.5% เป็น 25% โดยมีผลในวันที่ 2 เม.ย. และกำหนดขึ้นภาษีชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มเติมในวันที่ 3 เม.ย.
นอกจากนั้น ปธน.ทรัมป์ยังมีแผนใช้มาตรการภาษีตอบโต้ กับ 15 ประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสูงสุด และหลายๆ ประเทศก็พร้อมมีมาตรการตอบโต้เช่นกัน ทำให้ต้องมาติดตามดูว่าสถานการณ์เรื่องของสงครามการค้าจะลุกลามบานปลายไปมากน้อยเพียงไร
สัปดาห์นี้นอกเหนือจะต้องติดตามความคืบหน้าเรื่องสงครามการค้าแล้ว ยังต้องติดตามการประกาศศตัวเลขการจ้างงาน และตลาดแรงงาน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ โดยวันอังคารที่ 1 เมษายน จะมี ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนมี.ค.จาก S&P Global , ดัชนีภาคการผลิตเดือนมี.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.พ.
วันพุธที่ 2 เมษายน จะมีตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมี.ค.จาก ADP ส่วนวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน จะมีจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ,ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนมี.ค.จาก S&P Global และดัชนีภาคบริการเดือนมี.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ปิดท้ายในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน จะมีตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค.
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง Shining Gold ระบุว่า
ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความเสี่ยงในการที่ ปธน. ทรัมป์ จะเลือกเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนในวันที่ 2 เมษายนจากทั่วโลกที่ทำการเก็บสหรัฐแบบเอาเปรียบในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนั้นมีรายงานล่าสุดว่า ปธน.ทรัมป์ขู่เก็บภาษีศุลกากรรอบ 2 กับบริษัทน้ำมันของรัสเซีย หากการหยุดยิงกับยูเครนไม่สามารถทำได้ ซึ่งประเด็นนี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นข่าวที่สามารถพลิกล๊อค หรือ ทวีความรุนแรงขึ้นอีกได้
หากพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิคเช้านี้ราคาเปิด GAP กระโดดในลักษณะ Breakaway GAP ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะมีโอกาสย่อตัวลงมาปิด GAP เพื่อปรับตัวขึ้นต่อแม้จะติดแนวต้าน 3,100 ดอลลาร์ ในช่วงเช้านี้ไปแล้วก็ตาม
กลยุทธ์การลงทุน ให้ Open Long เช้านี้ที่ 3,085-79 ดอลลาร์ เผื่อถัวเฉลี่ย 3,062 ดอลลาร์ มีจุด SLที่ 3,048 ดอลลาร์ มีเป้าหมายที่ 3,097 /3,110 และ3,118 ดอลลาร์
ด้าน Ausiris มองว่า
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ค่า RSI ในกรอบรายวันอยู่ที่ประมาณ 70-75 ซึ่งอยู่ในโซน Overbought แสดงว่าราคาทองคำอาจมีการพักตัวหรือปรับฐานระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่สัญญาณกลับตัว (Reversal) เพราะแนวโน้มขาขึ้นยังแข็งแกร่ง โดยมีแนวรับสำคัญที่ 3,057ดอลลาร์ เป็นจุดพิจารณาเพิ่มพอร์ตหากมีการปรับฐาน
ทั้งนี้ ให้แนวรับ ราคาทอง gold spot ที่ 3,070/3,057 และ 3,048 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,100/3,0120 และ 3,150 ดอลลาร์
ขณะที่ ARR Goldtrading ระบุว่า
ราคาทองคำยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวจึงมีโอกาสขึ้นไปทดสอบถึงแนวต้านด้านบนในวันนี้ แต่ระหว่างวันอาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นเป็นระยะ
นักลงทุนพิจารณาเข้าซื้อบางส่วนหรือรอซื้อตามแนวรับ 3,080/3,070 และ 3,060 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 3,050 ดอลลาร์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อ หรือที่แนวต้าน 3,090/3,095 และ 3,100 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ GCAP Gold
แนะรอซื้อ 3,073 ดอลลาร์ ให้แนวรับที่ 3,073/3,068 และ 3,063 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนที่ 3,060 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,097/3,102 และ 3,107 ดอลลาร์
รับชมคลิป
Comments are closed.