ราคาทองคำยังปั่นปวนหนัก ศาลอุทธรณ์ไฟเขียว“ทรัมป์” ลุยเก็บภาษีต่อ gold spot พลิกกลับจาก $3,331 ลงแตะ$3,295
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย ( 30 พ.ค.) จากช่วงเปิดตลาดจนถึงเวลา 10.30 น. ขยับบวก 50 บาท โดยสมาคมค้าทองคำประกาศ
ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 51,000บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,900 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 51,800 บาท ส่วนราคารับซื้อ 49,982.52 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
แม้ราคาทองโลกจะมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นมาในสัปดาห์นี้ แต่ก็ยังคงไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 51,300 บาท จึงแนะนำแบ่งขายทำกำไรที่ระดับดังกล่าว จึงแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับทยอยเข้าสะสมที่ระดับ 50,700 บาท และตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 50,400 บาทลงไป ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 51,300 และ 51,500 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ ( 29 พ.ค.) เคลื่อนไหวผันผวน ก่อนกลับมาปิดบวกได้ 30 ดอลลาร์ โดยช่วงต้นราคาถูกเทขายลงไปทดสอบระดับ 3,245 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดกลับไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 3,331 ดอลลาร์ และในช่วงท้ายตลาดถูกเทขายลงมาปิดตลาดที่ 3,318 ดอลลาร์ และแรงขายยังมีมาต่อเนื่องทำให้ในช่วงเช้าที่ผ่านมาราคาได้ลงไปทดสอบที่ 3,295 ดอลลาร์
ทั้งนี้ราคาทองคำได้รับอิทธิพลจาก ผลการตัดสินของศาลอุทธรณ์ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงสามารถเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ และภาษีนำเข้าสำหรับเหล็ก อะลูมิเนียม ต่อไปได้ในตอนนี้ ซึ่งบังคับใช้ภายใต้กฎหมายฉบับอื่น เป็นเหตุผลให้ราคาทองโลกมีการเร่งตัวขึ้น ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 หน่วยอีกครั้ง จากความไม่แน่นอนทางด้านภาษีการค้าโลก
ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อคืนนี้ ตัวเลข จีดีพีไตรมาส 1 ปี 68 ประมาณการครั้งที่ 2 ออกมาที่ -0.2% สูงกว่าคาดการณ์ที่ -0.3% และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงรายสัปดาห์ออกมาที่ 240,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่คาดการณ์ 229,000 ตำแหน่ง
ส่วนคืนนี้ยังมีการประกาศตัวเลขศก.สำคัญ คือ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค (พื้นฐาน) หรือดัชนี PCE เดือนเม.ย. โดยเมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่า ดัชนี Core PCE จะอยู่ที่ 0.1%จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.0% และเมื่อเทียบเป็นรายปี จะเท่าเดิมที่ 2.6% ส่วนดัชนีรายได้ส่วนบุคคล เดือนเม.ย. คาดว่าจะลดลงแตะ 0.3% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.5% และดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล เดือนเม.ย. คาดจะลงแตะ0.2% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.7%
มุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง Shining Gold มองว่า
เช้าวานนี้ราคาทองคำ gold spot ปรับตัวลงด้วยคำสั่งของศาลการค้าสหรัฐให้ระงับมาตรการภาษีของ ปธน.ทรัมป์ ทำให้ราคาในช่วงเปิดตลาดร่วงอย่างหนักจาก 3,285 ดอลลาร์ ไป 3,245 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มดีดกลับมาอีกครั้ง ประกอบกับหลังจากนั้นไม่นาน คณะบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐได้ยื่นอุทรณ์ต่อศาล และศาลมีคำสั่งผ่อนผันชั่วคราว ทำให้มาตรการภาษีต่าง ๆ ยังมีผลบังคับใช้ต่อ
และในวันเดียวกัน ปธน. ทรัมป์ก็กลับมาขู่ ปธ.เฟดให้เร่งลดอัตราดอกเบี้ยอีก เป็นเหตุให้ราคาปรับตัวขึ้นมาจนทะลุจุดเปลี่ยนสำคัญ 3,309 ดอลลาร์อีกครั้ง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ภาพรวมการขึ้นต่อยังคงดูดีขึ้นมาอีกในระยะสั้น
ทั้งนี้นักลงทุนยังคงต้องติดตามข่าวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องว่า จะมีเหตุการณ์ให้เกิดการพลิกกลับของสถานการณ์ได้ใหม่อีกหรือไม่ โดยกลยุทธ์การลงทุน ยังรอราคาย่อตัว Open Long เล่นรอบ ที่ 3,306/3,285 และ 3,266 ดอลลาร์ เคร่งครัด Stoploss ที่ 3,250 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,325/3,338 และ 3,350 ดอลลาร์
ด้าน T.D.C. Gold คาดการณ์
การเคลื่อนไหวราคาทองคำ gold spot เป็นลักษณะ Sideway down โดยให้แนวรับที่ 3,300 และ 3,285 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,320 และ 3,350 ดอลลาร์
ขณะที่ GCAP Gold มองว่า
วานนี้ราคาทองคำ gold spot เข้าใกล้ระดับสูงสุดรายวันของวันที่ 28 พฤษภาคม ที่บริเวณ 3,325 ดอลลาร์ หากราคาปิดรายวันเหนือระดับนี้ได้ มีแนวต้าถัดไปที่ 3,350 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่า 3,300 ดอลลาร์ อาจเปิดทางให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับที่ 3,250 ดอลลาร์ และหากหลุดแนวรับนี้ได้ มีโอกาสที่ราคาจะปรับลงต่อไปยังเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (SMA 50) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 3,217 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,300 และ 3,287 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,337 และ 3,362 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.